'อันวาร์'เปิดศึกชิงอำนาจ'มหาเธร์'


เพิ่มเพื่อน    

การเมืองมาเลเซียเกิดศึกแย่งชิงอำนาจ "มหาเธร์ โมฮัมหมัด" เสนอจัดตั้งรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติโดยตัวเขาพร้อมกลับมารับเก้าอี้นายกฯ แต่ "อันวาร์ อิบราฮิม" เปิดแถลงสวนทันควัน อ้างได้เสียงสนับสนุนจาก 3 พรรคพร้อมชิงตำแหน่งนี้เช่นกัน ขณะกษัตริย์ทรงเรียก ส.ส.ทั้งหมดเข้าเฝ้าฯ สอบถามเลือกใคร

อันวาร์ อิบราฮิม ตั้งโต๊ะแถลงข่าวรวมกันนางวัน อาซิซาห์ (ซ้าย) ภรรยาที่เป็นอดีตรองนายกรัฐมนตรีรัฐบาลชุดที่แล้ว ณ ที่ทำการพรรคความยุติธรรมของประชาชนในกรุงกัวลาลัมเปอร์เมื่อวันพุธ

    มหาเธร์สร้างความตกตะลึงเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาเมื่อเขาประกาศลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หลังจากรัฐบาลผสมปากาตัน ฮาราปัน (ข้อตกลงแห่งความหวัง) ที่เป็นการจับมือเป็นพันธมิตรระหว่างพรรคของมหาเธร์กับพรรคฝ่ายค้านเดิมของอันวาร์จนชนะการเลือกตั้งเมื่อปี 2559 พังครืนลงเมื่อ ส.ส.บางส่วน รวมถึง ส.ส.งูเห่าของพรรคอันวาร์ พยายามจัดตั้งรัฐบาลใหม่โดยไม่มีอันวาร์

    ตามข้อตกลงก่อนการเลือกตั้งนั้น มหาเธร์ตกลงจะส่งมอบตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแก่อันวาร์ แต่หากความพยายามจัดตั้งรัฐบาลใหม่เมื่อสุดสัปดาห์สำเร็จ อันวาร์จะถูกกีดกันจากการขึ้นเป็นผู้นำประเทศ

    ความสัมพันธ์ลุ่มๆ ดอนๆ ระหว่างอันวาร์และมหาเธร์มีอิทธิพลต่อการเมืองมาเลเซียมานานกว่า 20 ปี เดิมอันวาร์เคยดำรงตำแหน่งรองนายกฯ ของมหาเธร์และถูกมองว่าจะเป็นผู้สืบทอดอำนาจต่อ แต่ช่วงปลายทศวรรษ 1990 มหาเธร์ปลดเขาและดำเนินคดีข้อหาคอร์รัปชันและร่วมเพศทางทวารหนัก อันวาร์ถูกตัดสินจำคุก

    หลังวางมือจากอำนาจ มหาเธร์ตัดสินใจกลับเข้าสู่การเมืองอีกครั้งโดยตกลงจับมือกับอันวาร์ที่พ้นจากโทษจำคุก ต่อสู้กับรัฐบาลผสมพรรคองค์การสหมาเลย์แห่งชาติ (อัมโน) ของนายกฯ นาจิบ ราซัค ที่ถูกกล่าวหาพัวพันการยักยอกเงินจากกองทุนวันเอ็มดีบี หลังจากปากาตัน ฮาราปัน ชนะเลือกตั้ง หลายฝ่ายยังคลางแคลงว่ามหาเธร์จะรักษาสัจจะที่ให้ไว้ว่าจะส่งมอบอำนาจให้อันวาร์หรือไม่ วิกฤติครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อมหาเธร์ปฏิเสธจะกำหนดเวลาในการลงจากตำแหน่ง

    ภายหลังการลาออกเมื่อวันจันทร์ มหาเธร์ ซึ่งเป็นผู้นำประเทศอายุมากที่สุดในโลกด้วยวัย 94 ปี ได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรีชั่วคราวมีอำนาจเต็ม ระหว่างที่สมเด็จพระราชาธิบดีทรงสอบถามความคิดเห็นจาก ส.ส.ที่มาจากการเลือกตั้งทั้ง 222 คนในวันอังคารและพุธ โดยมีการคาดเดากันว่ามหาเธร์อาจยอมวางมือในท้ายที่สุด
 
    เช้าวันพุธที่ผ่านมา มหาเธร์แถลงต่อประชาชน โดยประกาศชัดเจนว่าเขาต้องการจัดตั้งรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ โดยไม่แบ่งแยกฝักฝ่ายทางการเมือง และตัวเขาพร้อมกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี "ถ้าผมยังได้รับการสนับสนุน ผมจะกลับมาดำรงตำแหน่ง แต่ถ้าไม่ ผมจะยอมรับคนที่ได้รับเลือก" เขากล่าว

    ในเวลาไม่นานหลังจากนั้น อันวาร์จัดแถลงข่าว ณ ที่ทำการพรรคความยุติธรรมของประชาชน อ้างว่าตัวเขาได้รับเสียงสนับสนุนจาก 3 พรรคการเมืองในรัฐบาลผสมปากาตัน ฮาราปัน และตัวเขาพร้อมจะเป็นนายกรัฐมนตรี

    อันวาร์กล่าวว่า กลุ่มพันธมิตรในรัฐบาลผสมเดิมเชิญมหาเธร์มาประชุมเมื่อค่ำวันอังคาร แต่ภายหลังมหาเธร์ไม่ปรากฏตัว พรรคต่างๆ จึงตัดสินใจเลือกตนเป็นผู้นำคนใหม่

    "นับแต่มีความพยายามโค่นล้มรัฐบาลเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว พวกเรายังคงมีความแน่วแน่ในการปกป้องอาณัติที่ได้รับจากประชาชนมาเลเซีย" เขาอ่านแถลงการณ์ และเสริมด้วยว่า พวกตนจะปล่อยให้เป็นพระราชวินิจฉัยของกษัตริย์

    กษัตริย์ของมาเลเซียทรงเป็นผู้โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายกรัฐมนตรี โดยทรงเรียก ส.ส.เข้าเฝ้าฯ เพื่อสอบถามความเห็นว่าพวกเขาให้การสนับสนุนใคร หรือต้องการให้จัดการเลือกตั้งใหม่

    ผู้ที่จะเป็นนายกฯ ต้องได้รับเสียงสนับสนุนจาก ส.ส.อย่างน้อย 112 คน แต่ยังไม่ชัดเจนว่าอันวาร์หรือมหาเธร์จะได้เสียงสนับสนุนมากกว่ากัน และมีโอกาสมากที่มาเลเซียจะต้องจัดการเลือกตั้งใหม่.


เมื่อวาน (๗ เม.ย.๖๓)พอเดวิดเจียงสา'สุข "นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน" โฆษกโควิด แถลงว่าวันนี้ป่วยเพิ่มแค่ ๓๘ ราย"นายกฯ ลุงตู่" เงี้ย......ยิ้มมุมปากเป็นพระเอก "ชีพ ชูชัย" ไปเลย!

"ถอยเพื่อรุกในแนวรบโควิด"
ข่าวดี "ลุงยง" ถึงคนไทย
ประเทศไทย 'ยังไงๆ ต้องรอด'
เคอร์ฟิว "เซฟก่อนตายจริงๆ"
เมื่อ 5-12 เข้ามาแทน 7-11
"โรงหมอ-กระทรวง"ร่วมโรค