กากีกะสีเขียว


เพิ่มเพื่อน    

         ตรงเป๊ะ! ตามนโยบาย บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ที่ต้องการให้การแต่งตั้ง ตำรวจ เสร็จสิ้นตรงตามกำหนดเหมือนการแต่งตั้ง "ทหาร" เพราะยังไม่พ้นสัปดาห์แรกของเดือน มี.ค. การแต่งตั้ง "ตำรวจ" วาระเดือนเมษายน 2563 ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษ ตร. ยศ พล.ต.อ. แต่งตั้งจาก ผู้ช่วย ผบ.ตร.ที่ครองตำแหน่งครบ 1 ปี จะเกษียณอายุราชการในอีก 6 เดือนข้างหน้า หรือสิ้นปีงบประมาณ 63 จำนวน 4 ตำแหน่ง, ตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ตร. ยศ พล.ต.ท. เทียบเท่าผู้บัญชาการ แต่งตั้งจากรองผู้บัญชาการ ยศ พล.ต.ต. ที่ครองตำแหน่งครบ 1 ปี จะเกษียณในสิ้นปีงบฯ 63 จำนวน 18 ตำแหน่ง และตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิ ตร. ยศ พล.ต.ต. เทียบเท่าผู้บังคับการ  แต่งตั้งจากรองผู้บังคับการ ยศ พ.ต.อ. ที่ครองตำแหน่งครบ 5 ปี จะเกษียณอายุราชการในสิ้นปีงบฯ 63  จำนวน 30 ตำแหน่ง รวม 52 ตำแหน่ง ก็เรียบร้อยอย่างรวดเร็ว เข้ายุคเข้าสมัย กรมปทุมวัน ยามไร้เงาดำปกคลุมทุกอย่างก็ง่ายดาย ตรงไปตรงมา ตามสไตล์ ผบ.แป๊ะ-พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา จริงปะ ๐

                ที่สำคัญการตบโบนัสให้ตำรวจที่เหลืออายุราชการอีก 6 เดือนก่อนเกษียณอายุราชการครั้งนี้ เกือบทั้งหมดเรียงตามอาวุโส ยกเว้นตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษ ตร. ยศ พล.ต.อ. จำนวน 2 จาก 4 ตำแหน่ง คือ พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผู้ช่วย ผบ.ตร.ที่อายุราชการเกิน 6 เดือนเกษียณ ที่ต้องขออนุมัติ ครม.งดเว้นคุณสมบัติ มีเพียงพล.ต.ท.ศตวรรษ หิรัญบูรณะ ประจำ ตร. (สบ 9) และ พล.ต.ท.ศักดา ชื่นภักดี ผู้ช่วย ผบ.ตร. ขึ้นที่ปรึกษาพิเศษ ตร.ตรงตามหลักเกษียณเหลืออายุราชการอีกเพียง 6 เดือนเกษียณอายุราชการเท่านั้น...ซึ่งการของดเว้นคุณสมบัติครั้งนี้ของทั้ง 2 นายพล ไม่มีใครติดใจ แต่ที่หลายคนจับตา เมื่อยกเว้นเกณฑ์ให้ขยับขึ้นในโควตา นายพลแก้มลิง แบบพิเศษแล้ว พอถึงการแต่งตั้งวาระประจำปี 2564 ที่จะมีขึ้นในเดือนกันยายน ไม่ใช่โยกมาอยู่ตำแหน่งหลักเหมือนปีสองปีที่ผ่านมา ที่กลางปีแต่งตั้งขึ้นผู้ทรงคุณวุฒิแล้ว อีก 6 เดือนแต่งตั้งวาระประจำปี ก็โยกมานั่งตำแหน่งหลัก ปิดหัวเพื่อนเฉย ยิ่งเห็นชื่อ พล.ต.ท.ณัฐธร ใกล้ชิด นายกฯ ตู่  ขึ้นตามโควตาพิเศษแล้ว ภาพหลอนเมื่อปีก่อนก็ย้อนกลับมาทันที ๐

                ในการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ที่ บิ๊กตู่ มานั่งหัวโต๊ะประธานเมื่อวันพุธที่ผ่านมา นอกจากวาระการแต่งตั้งตำรวจ วาระเดือนเมษายน 2563 ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษ ตร., ตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ตร. และตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิ ตร. ที่หลายคนสนใจรายชื่อที่ได้รับการแต่งตั้ง แต่ในวงประชุม ก.ตร.ครั้งนี้ บิ๊กเบิ้ม-พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็แจ้งเรื่องที่ นายกฯ เน้นย้ำในวงประชุม ก.ตร.เรื่องวินัย อุทธรณ์ต่างๆ โดยเฉพาะกรณีที่ข้าราชการตำรวจกระทำผิดไม่ว่ากรณีใด ให้ถือปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด ตัวอย่างที่ผ่านมาดำเนินการทางวินัยไป 30 เรื่อง ไล่ออก 20 เรื่อง ไล่ออกมีกลุ่มที่ละทิ้งหน้าที่ 2 ราย 12 รายเกี่ยวพันกับยาเสพติด ส่วนที่เหลือคือต้องโทษในคดีอาญา เรื่องอุทธรณ์มีทั้งหมด 19 เรื่อง มี 13 เรื่องยกคำร้อง เพราะถือว่าได้กระทำความผิดจริง ซึ่ง ก.ตร.ในชุดนี้ถือเอาการกระทำความผิดเป็นตัวตั้ง สีกากี ทั่วประเทศได้ยินได้ฟังนโนบายเด็ดขาดนี้แล้ว ใครอยากลองของก็เชิญ ๐

                ช่วงน้ำขึ้นทำอะไรก็ได้รับคำชื่นชม ผบ.แป๊ะ เดินทางไปตรวจเยี่ยมและบำรุงขวัญกำลังใจข้าราชการตำรวจในพื้นที่ จ.นครพนม ก็ปรากฏภาพ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.นั่งรับประทานอาหารกลางวันกับนายตำรวจผู้ใต้บังคับบัญชาในพื้นที่อย่างเป็นกันเอง ส่วนกับข้าวบนโต๊ะม้าหินก็เป็นอาหารพื้นถิ่น จนโซเชียลนำภาพไปแชร์พร้อมเสียงชื่นชม "กินง่าย อยู่ง่าย ไม่ถือตัว" จากนั้นเพจโปลิศไทยแลนด์ - Police Thailand News ได้มาโพสต์ ระบุ บิ๊กแป๊ะ-พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. รับประทานอาหารตามที่ต่างๆ หลังลงพื้นที่ปฏิบัติราชการในต่างจังหวัด ล่าสุดไปตรวจราชการที่ จ.นครพนม ก็ปรากฏภาพ ผบ.ตร.นั่งรับประทานอาหารกลางวันกับนายตำรวจในพื้นที่ กับข้าวก็เป็นอาหารพื้นถิ่น  โดย ผบ.ตร.เป็นคนกินง่ายอยู่ง่าย อาหารการกินก็ไม่ได้เลิศหรูแต่อย่างใด เมนูโปรดของ ผบ.ตร.คือก๋วยเตี๋ยวหมู-ปลา ชอบเส้นเล็ก ส่วนของหวานขนมไทยทุกชนิดที่ไม่มีกะทิ ผลไม้โปรดคือ มะขามเทศ...เข้าตำรายามรักน้ำต้มผักก็ว่าหวาน ๐

ม้วนเดียวจบสำหรับ โผทหารกลางปี หลังประชุมคณะกรรมการปรับย้ายนายทหารชั้นนายพลฯ มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมเป็นประธาน เมื่อวันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา  ที่กระทรวงกลาโหม ซึ่งเป็นไปตามการนัดหมายของนายกฯ ที่ได้แจ้ง ผบ.เหล่าทัพในการประชุมสภากลาโหมก่อนหน้านั้น ไม่ได้นัดคุยกันกะทันหันในช่วงสถานการณ์ แฟลชม็อบ ที่ถูกจุดให้เป็น ไฟลามทุ่ง แต่แน่นอนว่าในการนั่งประชุมที่มีระดับท็อปไฟว์ ที่ประกอบด้วย พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก และ พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ก็ต้องพูดคุยกันเรื่องสถานการณ์บ้านเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ที่นายกฯ ต้องขอให้เหล่าทัพช่วยกัน ส่วนม็อบนักศึกษาที่กำลังชุมนุมขยายวงกว้างไปหลายสถาบันการศึกษานั้น ขอให้เฝ้าดูสถานการณ์ต่อไปซักระยะ ๐           

ประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก (นขต.ทบ.) สัปดาห์ที่ผ่านมารับทราบถึงการ จัดการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย เพื่อความพร้อมรบที่กองทัพบกจะนำมาปฏิบัติในปี 2563 สำหรับหน่วยกำลังรบและหน่วยดำเนินกลยุทธ์ ตามแนวทางของ บิ๊กแดง-พล.อ.อภิรัชต์ ที่ได้เคยให้นโยบายไว้ โดยจะทดสอบครั้งที่ 1 ในช่วงเดือนเม.ย.63 ซึ่งเป็นการทดสอบผู้บังคับการกรม และผู้บังคับกองพัน หรือเทียบเท่า และต้องมีเกณฑ์ผ่าน 70 เปอร์เซ็นต์ หากจำกันได้การทดสอบร่างกายเมื่อช่วงต้นปีก็มีการสาธิตการทดสอบรูปแบบใหม่นี้ ที่เรียกว่า ACFT (Army Combat Fitness Test) ประกอบด้วย 1.ท่างอเข่าครึ่งนั่ง ยกบาร์น้ำหนักขึ้น 3 ครั้ง หรือท่า Maximum Deadlift 2.ท่าย่อตัว ทุ่มน้ำหนักขนาด 10 ปอนด์ ข้ามศีรษะไปด้านหลัง หรือท่า Standing Power Throw 3.ท่าดันพื้นละมือแล้วกางแขน หรือท่า Hand  Relase Push-up ภายในเวลา 2 ที 4.ท่าวิ่งไป-กลับ พร้อมลากและยกสิ่งของในระยะทางทั้งหมด 250  เมตร หรือ Spint, Drag, Carry 5.ท่าดึงข้อแบบยกเข่าแตะศอก หรือท่า Leg Tuck 6.วิ่งระยะทาง 2  ไมล์ เป็นแบบการทดสอบที่นำเข้ามาจากกองทัพบกสหรัฐฯ ที่เสริมสร้างความแข็งแกร่งของระดับผู้บังคับหน่วยรบ

เรื่องร้ายๆ ผ่านไป บิ๊กอี๊ด-พล.ท.ธัญญา เกียรติสาร แม่ทัพภาคที่ 2 จัดทำบุญใหญ่ที่ลานพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช หน้ากองบัญชาการกองทัพภาคที่ 2 ค่ายสุรนารี อำเภอเมืองนครราชสีมา โดยการจัดพิธีในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 2 ประการ คือ เสริมสิริมงคล สร้างขวัญและกำลังใจแก่ข้าราชการ พร้อมครอบครัวของกองทัพภาคที่ 2 และหน่วยขึ้นตรง รวมถึงเสริมความเป็นสิริมงคลแก่พี่น้องประชาชน และอุทิศส่วนกุศลแก่ผู้ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์รุนแรงในช่วงที่ผ่านมา โดยมีประธานฝ่ายสงฆ์ พระครูประโชติบุญญาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดถ้ำดาวเขาแก้ว ตำบลลำพญากลาง อำเภอมวกเหล็ก  จังหวัดสระบุรี และพระสงฆ์อันดับอีก 9 รูป รวม 10 รูป.

 


"การบินไทย".....ยื่นคำร้องขอทำ "แผนฟื้นฟูกิจการ" ต่อศาลล้มละลายกลางเรียบร้อยแล้ว เมื่อวาน (๒๖ พ.ค.๖๓)วันนี้ ๒๗ พ.ค.ศาลฯ นัดฟังคำสั่ง!

อันตรายกว่า 'สารอันตราย'
"ฝันดี-ฝันร้าย"ของไทยวันนี้
"โลกเปลี่ยนไป-ไทยเปลี่ยนรวย"
ไม่มีประยุทธ์ "พปชร.ขายอะไร?"
"การบินถึงการพรรคพปชร."
การบินไทย"ตายแล้วฟื้น"