บอร์ด สกสค.ไฟเขียวองค์การค้ายืมเงิน 200ล้านไปจ่ายหนี้ค่ากระดาษ 


เพิ่มเพื่อน    


31มี.ค.63-นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ในการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้องค์การค้าของ สกสค. ยืมเงิน จำนวน 200 ล้าน เพื่อไปชำระหนี้กระดาษกับบริษัท ซีเอ เอส เปเปอร์ จำกัด เนื่องจากบริษัท ซีเอ เอส เปเปอร์ จำกัด ได้ฟ้องร้องดำเนินคดีกับองค์การค้าของ สกสค.เพื่อต้องการบูรณาการจัดการชำระหนี้ตามกฎหมาย จะได้ไม่เป็นปัญหาเรื้อรั้งในอนาคต แต่ทั้งนี้ต้องยอมรับว่าภาระขององค์การค้าของ สกสค.ยังถือว่าหนักอยู่ แต่ตนขอให้เชื่อมั่นว่าเราจะบริหารจัดการให้ทุกคนเห็นภาพองค์การค้าของ สกสค.ยุคใหม่ได้ชัดเจนขึ้นอย่างแน่นอน
           
นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า นอกจากนี้องค์การค้าของ สกสค. ยังได้อัพเดทสถานะข้อมูลการจัดพิมพ์แบบเรียน ซึ่งยืนยันว่าหากได้เปิดภาคเรียนตามกำหนดในเดือนพฤษภาคมนี้ เด็กจะได้รับหนังสืออย่างครบถ้วนแน่นอน  เพราะองค์การค้าของ สกสค.ได้จัดระบบกระบวนการผลิตหนังสืออย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นจึงเชื่อมั่นได้ว่าการพิมพ์แบบเรียนในอนาคตขององค์การค้าของ สกสค.ไม่จำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานอื่นอีก ขณะเดียวกันตนยังเห็นว่าองค์การค้าของ สกสค.มีเนื้อหาการเรียนการสอนจำนวนมาก จึงอยากให้องค์การค้าของ สกสค.ไปคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี เพื่อใส่ความน่าสนใจลงไปในบทเรียนการสอนที่ตัวเองมี และนำมาสนับสนุนการจัดการศึกษาออนไลน์ที่ ศธ.กำลังทำอยู่ตอนนี้ได้  

“ส่วนการบริหารจัดการสำนักงาน สกสค.ที่ประชุมมีแผนปรับปรุงระยะเวลา 3 ปีตั้งแต่ปี 2563-2565 โดยมีการวางแผนงานว่าจะมีการดำเนินการอย่างไรบ้าง เนื่องจากที่ผ่านมาได้มีการติดตามปัญหาความไม่โปร่งใสต่างๆ ที่เกิดขึ้นในองค์กรจนปัญหาคลี่คลายไปแล้ว อย่างไรก็ตาม ผมยังได้ย้ำให้ที่ที่ประชุม สกสค.ดูแลเรื่องสวัสดิการครู เพราะในช่วงวิกฤตการแพร่ระบาดไวรัสนี้ต้องดูความเหมาะสมการบริหารจัดการ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อพนักงาน”รมว.ศธ. กล่าว


เสาร์นี้...เป็นเสาร์สุดท้าย "เดือนพฤษภา."นักสถิติศาสตร์การบ้าน-การเมืองบอกว่า "พฤษภา.กับตุลา." เป็นเดือน "ชง" ของประเทศ

"ความต่างระหว่างคนกับสัตว์"
ทุกด้าน "สถานการณ์" เป็นต่อ
ผู้ชายคนหนึ่งชื่อ "ประยุทธ์"
อันตรายกว่า 'สารอันตราย'
"ฝันดี-ฝันร้าย"ของไทยวันนี้
"โลกเปลี่ยนไป-ไทยเปลี่ยนรวย"