สหรัฐปลดผู้การเรือบรรทุกเครื่องบิน กระพือข่าวลูกเรือติดไวรัส


เพิ่มเพื่อน    

โดนจนได้ เพนตากอนสั่งปลดผู้บังคับการเรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส ธีโอดอร์รูสเวลต์ ที่ร่อนจดหมายหลายสิบฉบับถึงผู้บังคับบัญชา แจ้งสถานการณ์ไวรัสระบาดบนเรือรบเพื่อเรียกร้องให้อพยพลูกเรือมากักกันบนบก รัฐมนตรีทบวงทหารเรือตำหนิใช้วิจารณญาณผิดพลาด ข่าวหลุดสู่สาธารณะทำให้ข้าศึกได้ใจ

    รายงานของสำนักข่าวเอเอฟพีเมื่อวันศุกร์ที่ 3 เมษายน 2563 กล่าวว่า โธมัส ม็อดลี รักษาการรัฐมนตรีทบวงทหารเรือสหรัฐ ระบุว่า นาวาเอกเบร็ตต์ โครเซียร์ ผู้บังคับการเรือยูเอสเอส ธีโอดอร์รูสเวลต์ ทำผิดพลาดที่จัดส่งสำเนาจดหมายความยาว 4 หน้าฉบับนี้ถึงผู้คนจำนวนมาก ซึ่งทำให้เนื้อหาในจดหมายหลุดรอดถึงสื่อมวลชนเมื่อวันอังคารที่่ผ่านมา ก่อนที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของเพนตากอนหลายคนจะทันเห็น

    ม็อดลีกล่าวว่า แม้ถึงขณะนี้จะมีลูกเรือ 114 นาย จากทั้งสิ้นเกือบ 5,000 นายบนเรือลำนี้ ติดไวรัสโคโรนา แต่ไม่มีใครที่อาการรุนแรง และโครเซียร์ประโคมสถานการณ์รุนแรงเกินจริงเมื่อบอกว่า ลูกเรือของเขากำลังจะตายหากไม่มีการดำเนินการอย่างรวดเร็ว ด้วยการจัดส่งจดหมายเหล่านี้ โครเซียร์แสดงให้เห็นถึงวิจารณญาณที่แย่ที่สุดท่ามกลางภาวะวิกฤติ    มันให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์บนเรือที่ผิดจากข้อเท็จจริง และสร้างความตื่นตระหนกโดยไม่จำเป็น

    เจ้าหน้าที่ระดับสูงของเพนตากอนผู้นี้กล่าวว่า สิ่งที่โครเซียร์ทำลงไปแม้จะมีเจตนาเพื่อความปลอดภัยและสวัสดิภาพของลูกเรือ แต่มันก็ให้ผลในทางตรงกันข้ามด้วย นอกเหนือจากทำให้ครอบครัวของทหารตกใจแล้ว "มันยังเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับขีดความสามารถทางยุทธการและความปลอดภัยทางยุทธการของเรือลำนี้ ที่อาจเสริมขวัญกำลังใจของข้าศึกศัตรูที่พยายามชิงความได้เปรียบ"

    จดหมายของโครเซียร์ ซึ่งลงวันที่ 30 มีนาคม กระพือความกังวลว่าไวรัสระบาดจนควบคุมไม่ได้แล้ว และบ่งบอกว่าผู้นำของกองทัพเรือไม่ได้ตอบสนอง เขายังทำให้ผู้เชี่ยวชาญหลายคนตะลึงเมื่อเรียกร้องให้อพยพลูกเรือลงจากเรือไปกักกันบนบกนาน 2 สัปดาห์ เพื่อไม่ไวรัสแพร่กระจายไปกว่านี้ "การระบาดของโรคติดต่อนี้กำลังดำเนินอยู่และเร็วขึ้น" เขาเขียนในจหดมาย "เราไม่ได้ทำสงคราม ลูกเรือไม่สมควรต้องตาย"

    ม็อดลีกล่าวว่า นายทหารผู้นี้ประโคมสถานการณ์เกินความเป็นจริง และไม่ถูกต้องที่บ่งบอกว่าผู้นำกองทัพเรือไม่แก้ไขปัญหาในช่วงเวลาที่จดหมายถูกส่งออกไป นอกจากนี้การส่งจดหมายที่ไม่ได้เป็นความลับซึ่งตั้งใจส่งถึงพวกผู้บังคับบัญชาของเขา ต่อไปยังผู้รับ 30 คน ยังเพิ่มโอกาสที่จดหมายจะเปิดเผยต่อสาธารณะ และยังกัดกร่อนสายการบังคับบัญชาที่กำลังดำเนินการช่วยเหลือเขาอย่างรวดเร็วอยู่แล้ว

    คำแถลงของม็อดลีบ่งชี้ด้วยว่า โครเซียร์เปิดเผยจุดอ่อนในการเตรียมพร้อมทางทหารของสหรัฐที่ข้าศึกศัตรูอาจฉวยความได้เปรียบ "แม้เราจะไม่ได้อยู่ในภาวะสงครามตามความหมายดั้งเดิม แต่เราก็ไม่ได้อยู่ในภาวะสงบสันติอย่างแท้จริงเช่นกัน หลายชาติกำลังหาทางลดทอนขีดความสามารถในการบรรลุเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์แห่งชาติของเรา"

    รูสเวลต์เป็นเรือบรรทุกเครื่องบินของกองทัพเรือ 1 ใน 2 ลำในภูมิภาคแปซิฟิกตะวันตก ขณะนี้เรือเทียบท่าที่ฐานทัพเรือบนเกาะกวม และลูกเรือค่อนลำกำลังเคลื่อนย้ายลงมาบนบกเพื่อทำการฆ่าเชื้อบนเรือ โดยพลเรือตรีคาร์ลอส ซาร์เดียลโล อดีตผู้บังคับการเรือลำนี้ ได้รับแต่งตั้งให้ทำหน้าที่แทนโครเซียร์

    ด้านรอยเตอร์รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ระหว่างการแถลงข่าวที่ทำเนียบขาวเมื่อวันพฤหัสบดี โดยทรัมป์กล่าวชัดเจนว่า เขาไม่เห็นด้วยกับการปลดโครเซียร์ ซึ่งทำไปเพราะพยายามปกป้องชีวิตลูกเรือของเขา

    ขณะที่โจ ไบเดน อดีตรองประธานาธิบดีที่เป็นตัวเก็งชิงเก้าอี้ทรัมป์ในการเลือกตั้งเดือนพฤศจิกายนปีนี้ กล่าวว่า รัฐบาลของทรัมป์แสดงให้เห็นถึงการตัดสินใจที่แย่ ด้วยการปลดผู้บังคับการเรือบรรทุกเครื่องบินผู้เรียกร้องให้ใช้มาตรการที่เข้มแข็งเพื่อควบคุมการแพร่เชื้อไวรัสโคโรนาบนเรือ.


เสาร์นี้...เป็นเสาร์สุดท้าย "เดือนพฤษภา."นักสถิติศาสตร์การบ้าน-การเมืองบอกว่า "พฤษภา.กับตุลา." เป็นเดือน "ชง" ของประเทศ

"ความต่างระหว่างคนกับสัตว์"
ทุกด้าน "สถานการณ์" เป็นต่อ
ผู้ชายคนหนึ่งชื่อ "ประยุทธ์"
อันตรายกว่า 'สารอันตราย'
"ฝันดี-ฝันร้าย"ของไทยวันนี้
"โลกเปลี่ยนไป-ไทยเปลี่ยนรวย"