เลิกคุยแล้ว ผู้นำอัฟกันสั่งรุกโจมตีนักรบถล่มรพ.ฆ่า 24 ศพ ตอลิบันอ้างไม่เกี่ยว


เพิ่มเพื่อน    

สันติภาพเลือนรางลงอีก ประธานาธิบดีอัชราฟ กานี แห่งอัฟกานิสถานสั่งการกองกำลังความมั่นคงรื้อฟื้นปฏิบัติการเชิงรุกต่อพวกนักรบอิสลามิสต์ ตอบโต้การโจมตีนองเลือดที่โรงพยาบาลในกรุงคาบูลที่มีเหยื่อรวมถึงเด็กทารกและพยาบาลถูกฆ่า 24 ศพ และเหตุระเบิดกลางงานศพอีก 24 ศพเมื่อวันอังคาร ตอลิบันปฏิเสธความเกี่ยวข้อง แต่ลั่นพร้อมสู้กลับ

กองกำลังความมั่นคงอัฟกันวางกำลังด้านนอกโรงพยาบาลขององค์กรแพทย์ไร้พรมแดน ในกรุงคาบูลของอัฟกานิสถาน ขณะกลุ่มมือปืนบุกโจมตีเมื่อวันอังคาร

    รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 13 พฤษภาคม เผยว่า การโจมตีอย่างอุกอาจกลางวันแสกๆ ที่แผนกสูติกรรมของโรงพยาบาลบาร์ชีเนชันแนลในกรุงคาบูลเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เป็นฝีมือของคนร้าย 3 คน ซึ่งภายหลังโดนกองกำลังฝ่ายความมั่นคงอัฟกานิสถานกำจัดหมดสิ้นระหว่างปฏิบัติการยาวนานหลายชั่วโมง กระทรวงสาธารณสุขแถลงเมื่อวันพุธว่า มีเหยื่อถูกสังหารในเหตุการณ์นี้อย่างน้อย 24 ราย รวมถึงทารกแรกเกิด, แม่เด็ก และพยาบาล และมีผู้บาดเจ็บ 16 ราย ภาพข่าวหลังจากนั้นเผยให้เห็นเจ้าหน้าที่ความมั่นคงอาวุธครบมือกำลังหุ้มเด็กทารกหลายคน ซึ่งอย่างน้อย 1 คนถูกห่อไว้ด้วยผ้าเปื้อนเลือด ออกจากที่เกิดเหตุ

    โรงพยาบาลนี้ตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัยของชาวฮาซาราที่เป็นชนส่วนน้อยมุสลิมชีอะห์ ซึ่งมักตกเป็นเป้าหมายการโจมตีของนักรบรัฐอิสลาม (ไอเอส) ที่เป็นมุสลิมสุหนี่ องค์กรแพทย์ไร้พรมแดนให้การสนับสนุนโรงพยาบาลแห่งนี้และมีชาวต่างชาติหลายคนทำงานอยู่ที่นี่

    ราว 1 ชั่วโมงต่อมา มือระเบิดฆ่าตัวตายจุดชนวนระเบิดกลางงานศพของนายตำรวจระดับบัญชาการคนหนึ่งที่จังหวัดนันกาฮาร์ในภาคตะวันออก มีคนเสียชีวิตอย่างน้อย 24 คน

    กลุ่มไอเอสประกาศหลังจากนั้นว่าพวกเขาอยู่เบื้องหลังการระเบิดโจมตีงานศพ แต่ไม่ได้กล่าวถึงการถล่มโรงพยาบาล ส่วนกลุ่มตอลิบันปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับทั้ง 2 เหตุการณ์

    ประธานาธิบดีอัชราฟ กานี กล่าวโทษทั้งตอลิบันและไอเอสระหว่างการแถลงทางโทรทัศน์เมื่อวันอังคาร พร้อมกับประกาศว่า เขามีคำสั่งให้กองกำลังฝ่ายความมั่นคงอัฟกานิสถานยุติ "ท่าทีตั้งรับเชิงรุก" และให้ "กลับคืนสู่ท่าทีเชิงรุกและรื้อฟื้นปฏิบัติการโจมตีศัตรู"

    กลุ่มตอลิบันออกแถลงการณ์เมื่อวันพุธว่า พวกตน "เตรียมพร้อมอย่างเต็มที่" เพื่อตอบโต้การโจมตีของกองกำลังความมั่นคงอัฟกัน และว่า นับแต่นี้ไป รัฐบาลอัฟกันคือผู้ที่ต้องรับผิดชอบต่อความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นและปัญหาอื่นๆ ที่ตามมา

    ท่าทีก้าวร้าวนี้ก่อคำถามถึงชะตากรรมของกระบวนการสันติภาพที่กำลังซวนเซอยู่แล้ว ในช่วงยามที่อัฟกานิสถานต้องดิ้นรนรับมือวิกฤติการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา ซึ่งคร่าชีวิตผู้ป่วยแล้ว 132 คน จากผู้ติดเชื้อ 5,226 คน

    ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีกานีเคยให้คำมั่นว่า กองกำลังความมั่นคงของรัฐบาลจะตอบโต้ในเชิงป้องกันตัวเท่านั้นต่อการโจมตีของกลุ่มตอลิบัน เพื่อแสดงเจตนาดีก่อนที่รัฐบาลและกลุ่มตอลิบันจะนั่งลงพูดคุยสันติภาพกันในท้ายที่สุด ตามที่รัฐบาลสหรัฐและตอลิบันเคยทำความตกลงกันไว้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้

    ภายหลังการลงนามความตกลงฉบับนั้น กลุ่มตอลิบันหลีกเลี่ยงการก่อเหตุโจมตีครั้งใหญ่ในกรุงคาบูลและเมืองอื่นๆ แต่ยังคงโจมตีกองกำลังอัฟกันแบบประปรายตามเดิมในหลายจังหวัด พวกเขากล่าวโทษไอเอสและสมาชิกของหน่วยข่าวกรองอัฟกานิสถานว่าอยู่เบื้องหลังการโจมตี 2 ครั้งล่าสุด

    เจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลสหรัฐ รวมถึงไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ ย้ำเตือนว่า ตอลิบันปฏิเสธว่าพวกเขาไม่ได้ก่อเหตุครั้งนี้ และเรียกร้องรัฐบาลอัฟกันและตอลิบันร่วมมือกันตามล่าคนก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนซัลเมย์ คาลิซัด ผู้แทนพิเศษของสหรัฐประจำอัฟกานิสถาน ทวีตว่าทั้ง 2 ฝ่ายควรร่วมมือกันสร้างสันติภาพ มิเช่นนั้นจะทำให้อัฟกานิสถานอยู่ในสภาพล่อแหลมต่อการก่อการร้าย, ความไร้เสถียรภาพตลอดกาล และความยากลำบากทางเศรษฐกิจ

    ตามความตกลงที่สหรัฐทำไว้กับตอลิบันนั้น ทหารอเมริกันและทหารต่างชาติทั้งหมดจะถอนกำลังออกจากอัฟกานิสถานภายในปีหน้า.


นี่...พูดกันตามเนื้องานเลยนะ ฝ่ายค้าน ๕-๖ พรรค "เพื่อไทย" เป็นแกนนำ พูดประจำว่า "เข้ามาทำหน้าที่เป็นปากเสียงแทนประชาชน" ในรัฐสภา จะเข้าปีที่ ๓ อยู่อีกไม่กี่เดือน

เหตุจาก 'เลือดนอง' กลางจอ
สืบสายโลหิต 'ม็อบ ๓ นิ้ว'
ก็มันยาว "ก่อนจะเป็นศพ"
'แค้นอาฆาต' ของคนคด
ประจักษ์ชัดแล้วว่า 'ล้มล้าง'
ทรัพย์สินพระมหากษัตริย์