ปธน.หญิงไต้หวันปัดสยบใต้จีน สหรัฐทึ้งหนวดมังกร ส่งสารยินดีรับตำแหน่งสมัย 2


เพิ่มเพื่อน    

ไช่ อิงเหวิน เข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีไต้หวันสมัยที่ 2 เมื่อวันพุธ ประกาศลั่นไต้หวันไม่ยอมอยู่ภายใต้การปกครองของจีนตามหลัก "หนึ่งประเทศ สองระบบ" รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐส่งสารแสดงความยินดี ยกย่องผู้นำหญิงไต้หวันกล้าหาญ จีนยัวะแทรกแซง พร้อมย้ำการรวมชาติเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้

แฟ้มภาพ ไช่ อิงเหวิน โบกมือทักทายผู้สนับสนุนระหว่างการชุมนุมฉลองชัยชนะเลือกตั้งเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2563

    ไช่ อิงเหวิน นำพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีและสมาชิกสภานิติบัญญัติอย่างถล่มทลายเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 2 ของผู้นำหญิงรายนี้จัดขึ้นเมื่อวันพุธที่ 20 พฤษภาคม 2563 ผู้เข้าร่วมงานถูกจัดให้นั่งห่างกัน 1.5 เมตร ตามมาตรการเว้นระยะห่างเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ

    ข่าวรอยเตอร์และเอเอฟพีกล่าวว่า ในสุนทรพจน์หลังรับตำแหน่ง ไช่กล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันกับจีนว่ามาถึงจุดเปลี่ยนครั้งประวัติศาสตร์แล้ว "ทั้งสองฝ่ายมีหน้าที่หาหนทางที่จะอยู่ร่วมกันในระยะยาว และป้องกันการเพิ่มความรุนแรงของความเป็นศัตรูและความแตกต่าง" ผู้นำหญิง ซึ่งชนะเลือกตั้งด้วยการให้คำมั่นว่าจะยืนหยัดท้าทายจีน กล่าว

    ไช่ ในวัย 63 ปี บอกว่า เธอต้องการย้ำคำว่า "สันติภาพ, ความเท่าเทียม, ประชาธิปไตย และการสานเสวนา" ไต้หวันจะไม่ยอมรับที่ทางการปักกิ่งใช้หลัก "หนึ่งประเทศ สองระบบ" มาลดทอนฐานะของไต้หวัน และบั่นทอนสถานภาพปัจจุบันระหว่างสองฝั่งช่องแคบไต้หวัน

    จีนใช้นโยบาย "หนึ่งประเทศ สองระบบ" ในการบริหารเขตปกครองพิเศษฮ่องกง ซึ่งได้รับมอบคืนจากอังกฤษเมื่อปี 2550 และจีนต้องการใช้นโยบายนี้กับไต้หวัน แต่พรรคการเมืองใหญ่ของไต้หวันทั้งหมดล้วนปฏิเสธ

    ด้านสำนักงานกิจการไต้หวันของรัฐบาลจีนตอบโต้คำกล่าวของผู้นำไต้หวันว่า จีนยึดมั่นกับหลักหนึ่งประเทศ สองระบบ และจะไม่ยอมอดกลั้นต่อการประกาศเอกราชของไต้หวัน รวมถึงไม่เปิดที่ให้สำหรับกิจกรรมแบ่งแยกดินแดนของไต้หวัน

    "การรวมชาติเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในประวัติศาสตร์ของการฟื้นฟูอย่างยิ่งใหญ่ของชาติจีน" คำแถลงกล่าว "เรามีเจตจำนงที่แน่วแน่, มีความเชื่อมั่น และมีขีดความสามารถเพียงพอที่จะปกป้องอำนาจอธิปไตยของชาติและบูรณภาพเหนือดินแดน"

    ไต้หวันซึ่งมีชื่อทางการว่าสาธารณรัฐจีน แยกปกครองตนเองจากจีนแผ่นดินใหญ่นับแต่ปี พ.ศ.2492 เมื่อฝ่ายชาตินิยมพ่ายแพ้ในสงครามกลางเมืองต่อพรรคคอมมิวนิสต์หนีมาปักหลักจัดตั้งรัฐบาลต่อกรกับจีน รัฐบาลปักกิ่งยังคงถือว่าไต้หวันเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของจีน และขู่ว่าพร้อมจะใช้กำลังทหารผนวกดินแดนหากไต้หวันประกาศเอกราช

    นับแต่ไช่ชนะเลือกตั้งสมัยที่ 2 กองทัพจีนจัดการฝึกทางทหารใกล้เกาะไต้หวันบ่อยครั้ง ส่งเครื่องบินรบบินเข้าน่านฟ้าของไต้หวัน และส่งเรือแล่นรอบเกาะนี้

    แม้จะแสดงท่าทีดึงดันว่าไม่ยอมลงให้จีน แต่ในสุนทรพจน์ครั้งนี้ ไช่กล่าวว่า เธอพร้อมจะเจรจากับจีนเพื่อรักษาสันติสุขและเสถียรภาพในภูมิภาคนี้

    อีกด้านหนึ่ง ไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ส่งสารแสดงความยินดีกับไช่เมื่อวันอังคาร โดยยกย่องความกล้าหาญและวิสัยทัศน์ของไช่ในการนำพาประชาธิปไตยที่มีชีวิตชีวาของไต้หวัน

    การส่งสารโดยตรงจากรัฐบาลสหรัฐถึงผู้นำไต้หวันซึ่งเกิดขึ้นน้อยครั้ง ยิ่งตอกลิ่มความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับจีนกรณีไต้หวัน กระทรวงการต่างประเทศจีนประณามคำกล่าวของปอมเปโอ และเตือนว่าจีนจะดำเนินมาตรการตอบโต้ที่จำเป็น ส่วนกระทรวงกลาโหมของจีนโจมตีสารของรัฐมนตรีสหรัฐว่าผิดอย่างยิ่ง และอันตรายมากด้วย "การกระทำของสหรัฐแทรกแซงกิจการภายในของจีนอย่างร้ายแรง และทำลายสันติภาพและเสถียรภาพในช่องแคบไต้หวันอย่างร้ายแรง" คำแถลงกล่าว.


โรงเรียนเปิดเทอมเมื่อวาน (๑ ก.ค.๖๓) ท่านเห็นอะไร? ทุกคนจะบอก..... เห็นเด็กนักเรียนไปโรงเรียน เห็นรถติด เห็นเด็กอนุบาลร้องไห้ เห็นผู้ปกครองอุ้มลูก-จูงหลานไปส่งโรงเรียน

อาจารย์แหม่ม 'ผิดตรงไหน?'
การเมืองเรื่อง 'คิดกันไปเอง'
ว่าด้วยเรื่อง"ลูกหลานจัญไร"
วิบากแห่งกรรม ๑๓ ปี
สำนึกรักจาก ผบ.และอดีต ผบ.ทบ.
มรดก ๘๘ ปีคณะราษฎร