หนักกว่าโคโรนา ไซโคลนอำพันถล่มบังกลาเทศ-อินเดียย่อยยับ สังเวยแล้ว 84 ศพ


เพิ่มเพื่อน    

ซูเปอร์ไซโคลนอำพันที่เข้าถล่มหลายพื้นที่ของบังกลาเทศและภาคตะวันออกของอินเดียตั้งแต่วันพุธ สร้างความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง บ้านเรือนพังราบ ต้นไม้เสาไฟหักโค่น สตอร์มเซิร์จก่อน้ำท่วม มุขมนตรีเบงกอลตะวันตกครวญผลกระทบหนักกว่าไวรัสโคโรนา ยอดสังเวยในวันพฤหัสบดีมีอย่างน้อย 84 ศพแล้ว

เครื่องบินโดยสารจอดอยู่ใกล้โรงเก็บเครื่องบินในสนามบินเนตาชี สุภาษ จันทระ โพส ที่พังเสียหายภายหลังพายุไซโคลนพัดถล่มเมืองกัลกัตตา เมื่อวันพฤหัสบดี

    ทางการบังกลาเทศและอินเดียอพยพประชาชนจากพื้นที่เสี่ยงภัยริมชายฝั่งรวมมากกว่า 3 ล้านคน ก่อนที่ซูเปอร์ไซโคลนลูกนี้จะเคลื่อนจากอ่าวเบงกอลขึ้นฝั่งเมื่อวันพุธที่ผ่านมา รายงานเอเอฟพีอ้างคำกล่าวเจ้าหน้าที่เมื่อวันพฤหัสบดีถึงภาพความเสียหายที่ชัดเจนขึ้นว่า พายุลูกนี้ ซึ่งมีความเร็วลม 150 กิโลเมตร/ชั่วโมง พัดเสาไฟฟ้าหักโค่น ทำให้ชาวบ้านหลายล้านคนไม่มีไฟฟ้าใช้ กำแพงและหลังคาอาคารบ้านเรือนจำนวนมากพังเสียหาย

    ชาวบ้านในเมืองกัลกัตตา เมืองเอกของรัฐเบงกอลตะวันตกของอินเดีย เผชิญกับน้ำท่วมสูงถึงหน้าต่างรถยนต์ ภาพข่าวเผยให้เห็นสภาพน้ำท่วมที่สนามบินกัลกัตตาและโรงเก็บเครื่องบินพังถล่ม

    มามาตา บาเนอร์จี มุขมนตรีรัฐเบงกอลตะวันตก กล่าวกับสื่อท้องถิ่นว่า ผลกระทบของอำพันเลวร้ายกว่าไวรัสโคโรนา มีคนสังเวยพายุอย่างน้อย 72 ราย บ้านสร้างด้วยดินหลายพันหลังพังราบ ต้นไม้ล้ม ถนนขาด และพืชผลถูกทำลาย

    เจ้าหน้าที่บังกลาเทศเผยเช่นกันว่า มีคนเสียชีวิตอย่างน้อย 12 คน ซึ่งรวมถึงเด็กชายวัย 5 ปี และชายชราวัย 75 ซึ่งถูกต้นไม้ล้มทับ และอาสาสมัครกู้ภัย 1 รายที่จมน้ำ

    เจ้าหน้าที่กำลังรอรายงานความเสียหายจากซันดาร์บันส์ พื้นที่ป่าชายเลนที่ยูเนสโกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกและเป็นที่อยู่ของเสือเบงกอล พวกเขาห่วงว่าสัตว์ป่าในพื้นที่นั้นอาจโดนคลื่นน้ำทะเลหนุนสูงซัดออกทะเล

    ไซโคลนลูกนี้อ่อนกำลังลงแล้วเมื่อวันพฤหัสบดีขณะเคลื่อนไปทางทิศเหนือผ่านบังกลาเทศ แต่ยังทำให้ฝนตกหนักและลมกระโชกที่อำเภอคอกซ์บาซาร์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของค่ายลี้ภัยชาวโรฮีนจาราว 1 ล้านคน

    เจ้าหน้าที่ในอำเภอคุลนาที่อยู่ติดชายฝั่งบอกด้วยว่า สตอร์มเซิร์จสูง 3 เมตรโถมเข้าทำลายทำนบกั้นน้ำที่ปกป้องหลายหมู่บ้าน แม้ชาวบ้านจะช่วยป้องกันตลอดทั้งคืนก็ตาม

    ส่วนที่อำเภอสาตกษิรา คลื่นทะเลหนุนทำลายเขื่อนกั้นแม่น้ำที่ปกป้องหลายหมู่บ้าน และสันเขื่อนใช้เป็นถนนด้วย ทำให้น้ำบ่าท่วมบ้าน 600 หลัง และกวาดกลืนฟาร์มเลี้ยงกุ้งและปูหลายพันแห่ง.


"ธนาธร-ปิยบุตร-พรรณิการ์"ถึงวันนี้ (๒๖ ต.ค.๖๓).......ประเมินสถานการณ์ผ่านแนวรบด้านถนนและด้านรัฐสภาแล้ว เป็นไงบ้างครับ?"ล้มเจ้า" สำเร็จแน่?

หน้า 'สัปปายรัฐสภาสถาน'
ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'
ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก
เก่า 'ตะกายใหม่' ไทยโพสต์
'เจรจา'...จะ 'เจรจากับใคร'?