อเมริกันจลาจลวันที่6 ปะทะเดือดใกล้ทำเนียบขาว จีนแขวะสหรัฐสองมาตรฐาน


เพิ่มเพื่อน    

ทำเนียบขาวระทึก ผู้ประท้วงวางเพลิงปะทะตำรวจเมื่อคืนวันอาทิตย์ จลาจลลามหลายเมืองเป็นวันที่ 6 มีคนโดนตำรวจยิงดับแล้ว 1 ศพที่เคนทักกี สื่อเผยซีเคร็ตเซอร์วิสต้องพาประธานาธิบดีทรัมป์เข้าบังเกอร์ใต้ดินเมื่อคืนวันศุกร์ จีนสบช่องฉะสหรัฐสองมาตรฐาน หนุนม็อบฮ่องกงแต่เรียกผู้ประท้วงการเหยียดผิวว่าผู้ก่อจลาจล

ตำรวจปราบจลาจลยิงแก๊สน้ำตาขับไล่ผู้ประท้วงที่ด้านนอกทำเนียบขาว เมื่อคืนวันอาทิตย์

    การประท้วงรุนแรงซึ่งเริ่มต้นที่เมืองมินนิแอโพลิสและเมืองเซนต์พอลในรัฐมินนิโซตาตั้งแต่วันอังคารที่แล้ว สืบเนื่องจากการเสียชีวิตของจอร์จ ฟลอยด์ ชายอเมริกันผิวดำวัย 46 ปี ยังเกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นคืนที่ 6 ติดต่อกันเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาและลุกลามไปทั่วสหรัฐ รายงานบีบีซีกล่าวว่า มีการประท้วงในมากกว่า 75 เมืองแล้ว

    ถึงวันอาทิตย์มี 15 มลรัฐและกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ที่วางกำลังทหารหน่วยพิทักษ์ชาติหรือเนชันแนลการ์ด เพื่อช่วยรักษาความสงบ โดยกระทรวงกลาโหมกล่าวว่า มีทหารกองหนุนถูกเรียกมาปฏิบัติหน้าที่ประมาณ 5,000 นาย และอีก 2,000 นายอยู่ในภาวะเตรียมพร้อม

    ทางการท้องถิ่นเกือบ 40 เมืองประกาศภาวะเคอร์ฟิว ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ได้ผลในการห้ามผู้คนออกมาประท้วงและทำให้เกิดการคุมเชิงอย่างตึงเครียดระหว่างผู้ประท้วงกับเจ้าหน้าที่ สถานการณ์วุ่นวายครั้งนี้เป็นการก่อความไม่สงบครั้งรุนแรงที่สุดของสหรัฐนับแต่การลอบสังหารมาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ เมื่อปี 2511

    มีรายงานของสถานี WLKY-TV ที่เมืองลุยส์วิลล์ รัฐเคนทักกี ว่ามีชายคนหนึ่งโดนตำรวจยิงเสียชีวิตระหว่างการสลายฝูงชนเมื่อเช้าวันจันทร์ แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่าเขาเข้าร่วมการประท้วงด้วยหรือไม่ ตำรวจอ้างว่าพวกตนโดนยิงก่อน จึงยิงตอบโต้

    ช่วงบ่ายวันอาทิตย์ เกือบเกิดเหตุสลดเมื่อรถบรรทุกน้ำมันคันหนึ่งขับพุ่งใส่ผู้ชุมนุมบนทางหลวงสายไอ-35 ในเมืองมินนิแอโพลิส ซึ่งถูกปิดการจราจร คนขับถูกผู้ประท้วงลากตัวลงมาทุบตีก่อนที่ตำรวจจะมาควบคุมตัวเขา ไม่มีรายงานว่าผู้ประท้วงโดนรถชน

    ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อคืนวันอาทิตย์ เกิดการปะทะรุนแรงหลายครั้งที่สวนสาธารณะใกล้กับทำเนียบขาว ตำรวจยิงแก๊สน้ำตา, สเปรย์พริกไทย และระเบิดแสงวาบ ขับไล่ผู้ประท้วงที่จุดไฟเผาทรัพย์สินเป็นกองเพลิงหลายจุด นายกเทศมนตรีมิวเรียล เบาเซอร์ ประกาศเคอร์ฟิวตั้งแต่เวลา 23.00-06.00 น.วันจันทร์ และเรียกระดมเนชันแนลการ์ดมาสนับสนุนตำรวจ

    มีรายงานของนิวยอร์กไทมส์ว่า ระหว่างเกิดการชุมนุมประท้วงด้านนอกทำเนียบขาวเมื่อคืนวันศุกร์ ซึ่งผู้ประท้วงเผชิญหน้ากับหน่วยซีเคร็ตเซอร์วิสที่มีหน้าที่อารักขาประธานาธิบดีและบุคคลสำคัญ หน่วยอารักขาได้พาประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไปหลบภายในห้องหลบภัยใต้ดินของทำเนียบขาว รายงานข่าวในวันนั้นเผยว่าหน่วยซีเคร็ตเซอร์วิสล็อกดาวน์ทำเนียบขาวชั่วคราว และวันต่อมาประธานาธิบดีทรัมป์เตือนผู้ประท้วงว่า หากปีนรั้วบุกรุกทำเนียบขาวจะต้องเจอกับสุนัขดุและอาวุธร้ายแรง

    ทรัมป์กล่าวโทษพวกซ้ายสุดโต่งว่าก่อความรุนแรง และประกาศเมื่อวันอาทิตย์ว่าเขาจะขึ้นบัญชีกลุ่มแอนติฟา ซึ่งต่อต้านฟาสซิสต์ เป็นองค์กรก่อการร้าย รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า ไม่มีความชัดเจนว่ามีสมาชิกกลุ่มแอนติฟาเข้าร่วมการประท้วงมากน้อยเพียงใด

    หลายเมืองทั้งในฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออกของสหรัฐยังคงเกิดเหตุการณ์รุนแรงและการปะทะกับตำรวจ และมีบางกลุ่มถือโอกาสปล้นสะดมร้านค้า รวมถึงนิวยอร์กซิตี ซึ่งภาพข่าวช่องฟ็อกซ์นิวส์เผยให้เห็นว่าร้านนาฬิกาโรเล็กซ์และกุชชีก็โดนปล้นสะดมด้วย

    การประท้วงการตายของฟลอยด์ยังลามออกนอกสหรัฐอเมริกาแล้ว โดยมีผู้คนเดินขบวนประท้วงกันในเมืองใหญ่ของหลายประเทศ เช่น กรุงลอนดอนของอังกฤษ, เมืองมอนทรีออลของแคนาดา, เนเธอร์แลนด์, ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์

    รัฐบาลจีนก็ขอมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นต่อสถานการณ์ในสหรัฐด้วย โดยจ้าว ลี่เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงที่กรุงปักกิ่งเมื่อวันจันทร์ว่า ความวุ่นวายในสหรัฐขณะนี้ขับเน้นปัญหารุนแรงของการเหยียดสีผิวและการใช้ความรุนแรงของตำรวจและยังเปิดเผยความสองมาตรฐานของรัฐบาลสหรัฐ

    "ชีวิตคนดำก็เป็นชีวิต สิทธิมนุษยชนของพวกเขาต้องได้รับการรับประกัน" โฆษกจีนกล่าว "การเหยียดสีผิวกับชนกลุ่มน้อยในสหรัฐเป็นโรคเรื้อรังของสังคมอเมริกัน"

    เขายังระบุด้วยว่า การตอบสนองของรัฐบาลสหรัฐต่อการประท้วงภายในประเทศเป็นตัวอย่างตามตำราของภาวะสองมาตรฐานอันโด่งดังระดับโลกของสหรัฐ "เหตุใดสหรัฐจึงยกย่องสิ่งที่เรียกว่าอิสรภาพของฮ่องกงและพวกที่ใช้ความรุนแรงผิวสีว่าวีรบุรุษและนักเคลื่อนไหว แต่กลับเรียกผู้คนที่ประท้วงต่อต้านการเหยียดผิวว่า 'ผู้ก่อจลาจล'" จ้าวตั้งคำถาม.