'อู๊ด เป็นต่อ'เดินหน้าเปิดร้านชาบู ไม่ท้อแม้สูญเงินนับล้านเพราะโควิค


เพิ่มเพื่อน    

 

          ช่วงหลังดูเหมือนจะรับงานน้อยลง สำหรับ อู๊ด เป็นต่อ แต่ในเรื่องของการทำธุรกิจ เจ้าตัวกลับเดินหน้าเต็มที่ กับการทำร้านชาบูอู๊ดเป็นต่อ ที่มีแทบทุกที่ในประเทศไทย ล่าสุดรายการต้มยำอมรินทร์ เลยต้องพามาคุยถึงความขยันและพลังในการต่อสู้กับวิกฤตโควิค-19 ที่ถึงแม้จะสูญเงินนับล้านบาทกับร้านชาบูที่ตัวเองต้องสู้ เพราะห่วงพนักงานที่ร้าน

          “ใช่ เราห่วงเพราะพนักงานเราเยอะ พนักงานแต่ละสาขาเขาก็เยอะ หนึ่งสาขาต่ำๆ ก็น่าจะมี 10 คน  แล้วเขาฝากความหวังไว้กับเราแล้ว เราก็ต้องเข้าใจกันภายในตรงนั้นว่า ยูต้องสู้นะ ยูต้องช่วยตัวเองให้มากที่สุดก่อน แล้วไอจะช่วยยูเหมือนกัน เงินเดือนตอนที่ยังไม่ได้ทำงานกันเอาไปครึ่งนึงก่อนไหม  โควิคเนี่ยมันหยุดทุกอย่างจริงๆ นะ หนึ่งเลยคือสั่งร้านอาหารปิดทุกร้านแบบฟ้าฝ่าเลย  พวกเราไม่ได้ตั้งหลักกันเลย คือเงินตอนนั้นไม่ต้องไปคิดเลยว่าใครจะจ่าย ตกงานกันเพียบ ร้านอาหารขายไม่ได้ ผมก็เลยคิดว่า เราพักก่อนเราหยุดก่อน ท้อเลย ปิดดีไหมวะ

          ตอนนั้นคิดว่าปิด ไม่ต้องขายกันเลย คือตอนนั้นมันคิดอะไรไม่ออก เครียดปิดดีไหมวะ นอนคิดทุกวัน จุดประสงค์ของเราที่ทำร้านชาบู คือ หนึ่งทำกิจกรรมกับครอบครัว พ่อแม่ลูกปู่ย่าตายาย เด็กๆ มาคีบตะเกียบ เพื่อนฝูงมาเสวนากัน เราก็ไม่ต้องเน้นดื่ม เราเน้นกินชาบูแล้วก็ได้คุยกัน แล้วอีกอย่างสั่งทีเดียวมากินพร้อมกันเลย หลังจากที่เราคิดไปคิดมาแล้ว ไม่รู้จะทำอะไรเหมือนกัน เราก็เลยต้องเปิดต้องสู้ แล้วก็ทำตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุข จะต้องวัดไข้ ล้างเจล มีระยะ  ผมว่ามันก็เป็นสิ่งที่ดีสำหรับการป้องกันหรือว่าการแพร่กระจายเชื้อมันก็มีโอกาสน้อย แต่มันก็เป็นสิ่งที่ไม่ดีสำหรับธุรกิจร้านอาหาร ผมไม่ได้ว่านะ แต่เราแค่โดนตัวเอง คนที่ทำธุรกิจแบบนี้ตายสนิท”

 

 

 


"วัคซีน" นี่ อยากให้เข้าใจกันชัดๆไม่ใช่ "ยารักษาโควิด"เป็นชีววัตถุหรือ "เชื้อโรค" ที่ฉีดเข้าไปกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายให้มันสร้าง "แอนติบอดี" ขึ้นมา สร้างขึ้นมาทำไม.......

"SCG ผู้ปิดทองหลังโควิด"
ช่องว่าง "ระหว่างคิด-คุก"
"วัคซีนสมอง"มาแล้วจ้ะ
'ประตูบานที่ ๒ ของธนาธร'
พงศาวสันดานเรื่อง 'อุ้ม'
ขาลง 'สามนิ้ว-สามสัส'