'ทรัมป์-เมย์-มาครง' ผนึกกำลังส่งบินรบถล่มซีเรียอ้างทำลายคลังเก็บอาวุธเคมี


เพิ่มเพื่อน    

14 เม.ย.61- สำนักข่าว China Xinhua News รายงานว่า เช้าวันนี้ (14 เม.ย.) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศว่า สหรัฐอเมริกาได้ร่วมกับฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักรเปิดฉากปฏิบัติการโจมตีแหล่งเก็บอาวุธเคมีของรัฐบาลซีเรียแล้ว

“เมื่อสักครู่ที่ผ่านมา ผมเพิ่งสั่งการไปยังกองทัพสหรัฐฯ ให้เริ่มปฏิบัติการโจมตีโดยมุ่งเป้าหมายเจาะจงไปยังแหล่งเก็บอาวุธเคมีของบาชาร์ อัล-อัสซาด ผู้นำเผด็จการของซีเรีย” ทรัมป์กล่าวผ่านแถลงการณ์ทางโทรทัศน์ซึ่งถ่ายทอดจากทำเนียบขาว

เพียงชั่วครู่ถัดมา หรือก็คือช่วงก่อนพระอาทิตย์ขึ้นของเช้าวันนี้ในซีเรีย ก็มีเสียงระเบิดดังขึ้นที่กรุงดามัสกัส เมืองหลวงของซีเรีย เป็นสัญญาณเปิดฉากบทใหม่ของสงครามกลางเมืองที่ยาวนานกว่า 7 ปี

รายงานล่าสุดระบุว่าสถานที่ที่โดนโจมตีได้แก่ ศูนย์วิจัยทางวิทยาศาสตร์ คลังอาวุธเคมี และฐานทัพซีเรียจำนวนหนึ่ง

ทางด้านเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ก็ออกมายืนยันในเวลาต่อมาว่า เธอได้อนุมัติความร่วมมือกับพันธมิตรสหรัฐฯ และฝรั่งเศสเพื่อโจมตีแหล่งเก็บอาวุธเคมีในซีเรีย

“นี่ไม่ใช่เรื่องของการแทรกแซงสงครามกลางเมือง ไม่ใช่เรื่องของการเปลี่ยนแปลงระบบการปกครอง” เมย์กล่าวระหว่างแถลงการณ์ “นี่เป็นเรื่องของการโจมตีแบบเจาะจงเป้าหมายซึ่งจะไม่ได้ยกระดับความตึงเครียดเหนือภูมิภาค และเป็นการทำทุกสิ่งที่เป็นไปได้เพื่อป้องกันมิให้มีการสูญเสียพลเมือง”

เมย์กล่าวว่า เมื่อซีเรียโดนโจมตี ในขณะเดียวกันนั้นก็จะเป็นการส่งข้อความไปยัง “ใครก็ตามที่เชื่อว่าพวกเขาสามารถใช้อาวุธเคมีได้โดยปราศจากความผิด”

ส่วนเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศสก็ยืนยันเช่นกันว่าเขาได้สั่งให้กองทัพฝรั่งเศสเข้าร่วมกับสหรัฐฯ และอังกฤษเพื่อโจมตีซีเรีย

อย่างไรก็ดี ช่วงเวลาประมาณ 9.00 น. (เวลาไทย) ของวันนี้ การโจมตีได้สิ้นสุดลง และยังไม่มีประกาศการโจมตีใดๆ เพิ่มเติมจากเพนตากอน.

ขอบคุณ ภาพ-ข่าว China Xinhua News


การตั้งหัวข้อไลฟ์สด.... "วัคซีนพระราชทาน ใครได้-ใครเสีย" วันก่อนของ "ธนาธร" ถือว่า พบความสำเร็จ "๒ เด่นชัด" เด่นชัดแรก "ตัวนำ" ผู้ทรงอิทธิพลทางคิดชั่วของขบวนการล้มเจ้า ที่มะลำ-มะเลืองมาตลอด "โผล่หน้า" แล้ว

'ประตูบานที่ ๒ ของธนาธร'
พงศาวสันดานเรื่อง 'อุ้ม'
ขาลง 'สามนิ้ว-สามสัส'
กาสิโนในมุม"ศีลธรรม"
เมืองไทย"มีบ่อน"เอามั้่ย?
ยะลาที่ "อนาคตจะเปลี่ยน"