เยอรมนีชี้ 'นาวัลนี'นักวิจารณ์ปูติน โดนวางยาพิษ'โนวิช็อก'


เพิ่มเพื่อน    

รัฐบาลเยอรมนีเรียกร้องให้รัฐบาลรัสเซียชี้แจงกรณีผลตรวจพบว่า "อเล็กเซย์ นาวัลนี" ผู้นำฝ่ายค้านของรัสเซีย โดนวางยาพิษด้วยสารเคมีทำลายประสาท "โนวิช็อก" ที่รัสเซียเคยใช้ลอบสังหารอดีตสายลับในอังกฤษมาแล้ว

    แถลงการณ์โดยสเตฟเฟน ไซแบร์ต โฆษกรัฐบาลเยอรมนี เมื่อวันพุธที่ 2 กันยายน กล่าวว่า เป็นสถานการณ์น่าตกใจที่อเล็กเซย์ นาวัลนี ตกเป็นเหยื่อของการโจมตีด้วยสารเคมีทำลายประสาทในรัสเซีย รัฐบาลเยอรมนีขอประณามการโจมตีนี้ด้วยถ้อยคำรุนแรงที่สุด และขอให้รัฐบาลรัสเซียให้ความกระจ่างต่อเหตุการณ์นี้อย่างเร่งด่วน

    นาวัลนี วัย 44 ปี ล้มป่วยขณะอยู่บนเครื่องบินเดินทางจากแคว้นไซบีเรียกลับกรุงมอสโกเมื่อเดือนที่แล้ว โฆษกของเขาระบุว่านักวิจารณ์ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน รายนี้โดนลอบวางยาพิษที่สนามบิน เขารับการรักษาที่โรงพยาบาลของรัสเซียในช่วงเริ่มแรก แล้วต่อมาจึงถูกส่งตัวมารักษาที่เยอรมนี
    
    คำแถลงของเยอรมนีกล่าวว่า โรงพยาบาลชาไรต์ในกรุงเบอร์ลินที่รักษานาวัลนี พบหลักฐานชัดเจนของสารทำลายประสาทที่อยู่ในวงศ์เดียวกับโนวิช็อก โรงพยาบาลนี้ยังรายงานด้วยว่าอาการของนาวัลนีดีขึ้นบ้างแล้ว แต่ยังอยู่ในภาวะโคมาเพราะฤทธิ์ยา และยังต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ

    กรณีของนาวัลนีถูกนำไปเปรียบเทียบกับการลอบวางยาพิษในอังกฤษ 2 กรณีที่ถูกโยงถึงรัสเซีย กรณีแรกในปี 2559 ปูตินถูกกล่าวหาว่าสั่งการให้วางยาพิษสังหารอเล็กซานเดอร์ ลิตวิเนนโก อดีตสายลับเคจีบีในกรุงลอนดอน อีกกรณีเป็นข่าวครึกโครมไม่แพ้กันเกิดที่เมืองซอลส์บรีในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของอังกฤษเมื่อปี 2561 รัสเซียถูกกล่าวโทษว่าอยู่เบื้องหลังความพยายามลอบฆ่าเซอร์เกย์ สกรีปัล อดีตสายลับสองหน้า โดยใช้สารพิษโนวิช็อก

    รัฐบาลเยอรมนีกล่าวด้วยว่า เยอรมนีจะแจ้งเรื่องต่อนาโตและเพื่อนในกลุ่มอียูเกี่ยวกับผลการตรวจที่ได้ และหาทางตอบโต้ร่วมกัน.


หมู่นี้ ขบวนการล้มเจ้า "โจมตีสถาบัน" หนัก ถึงขั้น "ปั้นข่าวเท็จ" เอาดื้อๆ ว่า "พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว" และ "สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี" ทรงพระประชวร เขียนเป็นตุ-เป็นตะ ว่าทรงพระประชวรด้วยพระอาการโรคนั้นๆ ประทับรักษาพระองค์อยู่โรงพยาบาลนั้นๆ เผยแพร่ทางออนไลน์

โปรใหม่ "ล่าสุด" ชวนฉีด
"วาระแห่งชาติ" คืออะไร?
มหาดไทย "สะท้อนไทย"
๒ ยุค ๒ สมัย ใน ๑ ลีลา
เมื่อ "เดือนกันยา" มาเยือน
ประชาธิปัตย์ "เท่" อีกแล้ว