กากีกะสีเขียว


เพิ่มเพื่อน    

        เสร็จสิ้นเรียบร้อยโรงเรียน บิ๊กแป๊ะ กับคำสั่ง "เก็บตก" แต่งตั้งนายพลวาระประจำปี 2563 ล็อตสอง จำนวน 29 ตำแหน่ง ผ่านฉลุย!!! หลัง บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม นั่งหัวโต๊ะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ช่วงสายๆ วันศุกร์  11 ก.ย.ที่ผ่านมา ตีตราประทับผ่านทุกเก้าอี้ตามที่ ผบ.แป๊ะ-พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา แม่ทัพใหญ่สีกากีเสนอ บิ๊กเบิ้ม-พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร.และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นรต.38  สายตรง บิ๊กแป๊ะ ขึ้น รอง ผบ.ตร. ติดยศ พล.ต.อ. แทนตำแหน่งของ บิ๊กต้อย-พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา อดีตรอง ผบ.ตร. ที่โดนย้ายไปสำรองราชการ ตร. แถม บิ๊กแป๊ะ ยังผลักดันเพื่อนร่วมรุ่น  นรต.36 พล.ต.ท.สุรพล อยู่นุช ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. ประสานงานทำเนียบรัฐบาล ขึ้น ผู้ช่วย ผบ.ตร.  และน้องเลิฟสายตรง บิ๊กแจง-พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง จเรตำรวจ (สบ 8) นรต.41 ให้โยกมาเป็น  ผบช.ไซเบอร์ ปล่อยโควตาการเมืองขยับ บิ๊กอ้อ-พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี รอง ผบช.ภ.3 เพื่อนร่วมรุ่น ตท.25 กับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ขึ้นเป็น ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. รวมทั้ง พล.ต.ต.ทรงเกียรติ วาทะกุล รอง ผบช.ภ.9 นรต.39 ได้อาวุโสขึ้นเป็น จเรตำรวจ (สบ 8) ๐

            ไม่รู้เพราะทุกอย่างเข้าล็อก ทุกอย่างลงตัวหรือเปล่า ถึงทำให้ บิ๊กแป๊ะ ช่วงนี้ดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษ  โดยเฉพาะการได้ เพื่อนปั๊ด-พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร.ฝ่ายความมั่นคง นรต.36 มาแตะไม้ต่อมือกุมบังเหียนสำนักงานตำรวจแห่งชาติต่อ ขนาดปะหน้านักข่าวภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  ถูกถามเรื่องการลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร หลังเกษียณอายุราชการ 30 ก.ย.63 แทนที่จะหลบสื่อเหมือนก่อนๆ กลับหัวเราะด้วยอารมณ์ดี​ บอก "เอาอีกแล้ว ไม่น่าหลวมตัวมาให้ข่าวเลย" จากนั้น ผบ.แป๊ะ ก็ตอบคำถามที่ว่าได้มีการหยั่งเสียงคนกรุงเทพฯ ​บ้างหรือไม่ "ยังไม่ได้ทำอะไร ขณะนี้มีเพียงแต่การพูดล้อพูดแซวกัน รวมถึงยังไม่มีการติดต่อทาบทามจากพรรค​การเมืองให้ไปร่วมด้วย"...แบะท่าขนาดนี้ คงไม่ต้องเดา ไม่ต้องคาดการณ์กันแล้วกระมัง "ผบ.แป๊ะ" ๐

            ตรวจแถว บช.ใหม่ กองบัญชาการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) หรือ บช.ไซเบอร์ ระดับ "หัวแถว" ตำแหน่ง นายพล ผ่านตราประทับวงประชุม ก.ตร.เรียบร้อย บิ๊กแจง-พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง จเรตำรวจ (สบ 8) นรต.41 เป็น ผบช.ไซเบอร์คนแรก รอง ผบช.ไซเบอร์  มี 3 ตำแหน่ง พล.ต.ต.ชูฉัตร ธารีฉัตร รอง ผบช.สตม.(นรต.39) พล.ต.ต.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ รอง  ผบช.ภ.6 (นรต.41) และ พล.ต.ต.มณเทียร พันธ์อิ่ม ผบก.กองมาตรฐานวินัย สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (นรต.41) ส่วนระดับ ผบก.สอท. 7 ตำแหน่ง มี พ.ต.อ.ชัยพงศ์ ทรงพลนภจร รอง ผบก.ภ.จว.หนองบัวลำภู (นรต.42) ขึ้นเป็น ผบก.อก.สอท. พล.ต.ต.รณชัย จินดามุข ผบก.ประจำ บช.น. (นรต.40) โยกเป็น ผบก.สอท.1 พล.ต.ต.กานตพงศ์ ชัยรุ่งเรือง ผบก.สส.ภ.6. (นรต.41) โยกเป็น ผบก.สอท.2 พ.ต.อ.ออมสิน ตรารุ่งเรือง รอง.ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ (นรต.44) ขึ้นเป็น ผบก.สอท.3 พ.ต.อ.ฐิติวัฒน์ สุริยะฉาย รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี ขึ้นเป็น ผบก.สอท.4 พ.ต.อ.นิเวศน์ อาภาวศิน รอง ผบก.กองบังคับการสนับสนุนทางเทคโนโลยีสำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (นรต.46)  ขึ้นเป็น ผบก.สอท.5 และ พ.ต.อ.ชรินทร์ โกพัฒน์ตา รอง ผบก.บก.น.9 (นรต.44) ขึ้นเป็น ผบก.ตรวจสอบและวิเคราะห์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี ๐

            น่าจะเป็นเครื่องยืนยันการันตีการแต่งตั้งระดับ นายพัน ตำแหน่ง รองผู้บังคับการ (รอง ผบก.)-สารวัตร (สว.) วาระประจำปี 2563 น่าจะเสร็จทันตามกำหนดภายในวันที่ 30 พ.ย. เพราะหลังจากเสร็จสิ้นระดับ "นายพล" พล.ต.ท.กิตติพงษ์ เงามุข ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล ก็ส่งหนังสือถึง ผบช. หรือตำแหน่งเทียบเท่า ผบก.ในสังกัด สง.ผบ.ตร. หรือตำแหน่งเทียบเท่า แจ้งเรื่องจัดเตรียมข้อมูลข้าราชการตำรวจระดับ "นายพัน" โดยคร่าวๆ ให้ทุกหน่วยส่งข้อมูลผ่านกองทะเบียนพลภายใน 18 ก.ย.  เน้นย้ำเป็นกฎเหล็ก คือข้อมูลตำรวจระดับรอง สว.ที่มีระยะเวลาการดำรงตำแหน่งครบถ้วนเลื่อนดำรงตำแหน่งสูงขึ้น ถึงรอง ผบก.ในสังกัดที่ต้องหาหรือถูกฟ้องคดีอญา หรือคดีแพ่ง หรือถูกดำเนินการทางวินัย หรือถูกดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง หรือข้อมูลที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือคณะกรรมการ ป.ป.ท.ชี้มูลความผิด และตำรวจที่เกี่ยวข้องกรณีที่มีการฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช.เรื่องมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแข่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในทาง และการควบคุมสถานบริการหรือสถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะที่คล้ายสถานบริการ...ไม่ให้มีการเสนอแต่งตั้งสูงขึ้น แต่กฎเหล็กจะสู้เส้นกวยจั๊บได้หรือไม่ ต้องรอติดตาม

            พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก (วาระพิเศษ) มีผู้บังคับหน่วยระดับผู้บังคับกองพันทั่วประเทศ รวม 655 นายครั้งสุดท้ายเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา  ทำให้หอประชุมกิตติขจรมีผู้บังคับหน่วยมาประชุมอย่างพร้อมเพรียง รับฟังคำสั่งการเพื่อปฏิบัติตามพันธกิจ 3 ประการ รวมไปถึงความในใจของ "บิ๊กแดง" ที่จะเกษียณอายุราชการปลายเดือนนี้ และเป็นไปตามที่คาดการณ์ที่เนื้อหาส่วนหนึ่งจะเอ่ยถึงการปรับย้ายนายทหารประจำปีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้นำรายชื่อทั้งหมดขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายเรียบร้อยตามขั้นตอน โดยในส่วนของกองทัพบก "บิ๊กแดง" ออกตัวว่าได้มีการพูดคุยหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะ รมว.กลาโหม เพื่อร่วมกันพิจารณา ไม่ได้ตัดสินใจโดยพลการ ๐

            เป็นการชี้แจงหลังจากที่เคยเกิดปรากฏการณ์ "ฝุ่นตลบ" ขึ้นในกองทัพบกก่อนที่โผจะลงตัว โดยเฉพาะตำแหน่ง ผบ.ทบ.ที่มีชื่อของ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รอง ผบ.ทบ. เพื่อนเตรียมทหารรุ่น 20  (ตท.20) ของ "บิ๊กแดง" ที่ครองยศพลเอกพิเศษ อาวุโสสูงสุด และเป็นมือทำงานหลัก เนื่องจากเติบโตมาทางสายยุทธการ ประสานกับรัฐบาลในการสนับสนุนงานนโยบายได้อย่างราบรื่นมาตลอด เป็นคู่แคนดิเดตกับ บิ๊กบี้-พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก (ผช.ผบ.ทบ.) และเมื่อมีการสอบถามถึงเงื่อนไขของผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่ง ผบ.ทบ. ต้องมีคุณสมบัติของทหารที่ผ่านหลักสูตรทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ 904 หรือทหารคอแดงหรือไม่ ปรากฏว่าไม่ได้มีการกำหนดหรือระเบียบที่ระบุไว้ตายตัว แต่สุดท้ายรายชื่อที่เสนอเป็นชื่อ พล.อ.ณรงค์พันธ์นั้น เพราะเป็นการหารือร่วมกันของ ผบ.ทบ.และ รมว.กลาโหม เพื่อเลือกคนที่อยู่ในองค์ประกอบที่ครอบคลุมทุกมิติ ไม่ใช่เรื่อง เพื่อนไม่เลือกเพื่อน ขึ้นมาทำหน้าที่เหมือนในยุคที่ย้อนไป 4-5 ปีที่ผ่านมา ๐

            นอกจากนั้นยังมีประเด็นเรื่องการหมุนเวียนผู้บังคับหน่วย มาทำหน้าที่ฝ่ายเสนาธิการหรือฝ่ายอำนวยการในไฮไลต์สำคัญของโผ ตอกย้ำว่าเป็นการหารือร่วมกันกับระดับนโยบาย ทำให้นึกถึงชื่อ  บิ๊กออฟ-พล.ต.ทรงวิทย์ หนุนภักดี รองแม่ทัพภาคที่ 1 ที่มีข่าวว่าโผนี้ขยับขึ้นพลโทในตำแหน่งรองเสนาธิการทหารบก เพื่อรักษาจังหวะก้าวในการเข้าไปเป็นแคนดิเดตในตำแหน่ง ผบ.ทบ.อีก 3 ปีข้างหน้า เพราะในลู่ของกองทัพภาคที่ 1 กองทัพน้อยที่ 1 ยังเป็นการขยับขึ้นของสายทหารเสือราชินี-บูรพาพยัคฆ์ ที่ พล.อ.ประยุทธ์และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ยังผลักดันให้ตรึงสายคุมกำลังไว้ ทำให้ตำแหน่งแม่ทัพน้อยที่ 1 เป็นชื่อของ บิ๊กโต-พล.ต.สุขสรรค์ หนองบัวล่าง รองแม่ทัพภาคที่ 1 และแม่ทัพภาคที่ 1 เป็นชื่อของ บิ๊กต่อ-พล.ท.เจริญชัย หินเธาว์  แม่ทัพน้อยที่ 1 โดยทั้งคู่เป็นเตรียมทหารรุ่น 23 ขณะที่ "บิ๊กออฟ" เตรียมทหารรุ่น 24 ๐

            เรียกว่าการจัดทำโผครั้งนี้ นอกจาก "บิ๊กแดง" ต้องจัดทัพด้วยเงื่อนไขแบบ สามเส้า ด้วยหลักการและธรรมเนียมการโยกย้ายปกติแล้ว การจัดสรรให้เกิดความสมดุลยังเป็นเรื่องที่จำเป็น เพื่อลดเงื่อนไขการเกิดกระแสคลื่นใต้น้ำในกองทัพ เพราะผลที่ออกมาต้องมีคนที่สมหวังและผิดหวัง ทำให้มีการนำคำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์มาตอกย้ำว่า เหนืออื่นใดอย่าทำให้ประเด็นดังกล่าวสร้างความแตกแยก และกองทัพต้องเป็นหนึ่งเดียว เพราะเป็นเสาหลักที่จะปกป้องสถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เดินหน้าในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ๐


อยู่เพื่อเรียนรู้กันไป... ไทยโพสต์ ๒๕ ปี...เข้าเบญจเพสพอดิบพอดี เทียบแล้วก็รุ่นราวคราวเดียวกับคนรุ่นใหม่ ที่จัดชุมนุมกันอยู่ในช่วงเวลานี้

เก่า 'ตะกายใหม่' ไทยโพสต์
'เจรจา'...จะ 'เจรจากับใคร'?
เป้าหมายเดิม 'ยุทธวิธีเปลี่ยน'
นี่แหละที่ 'สามสัส' ต้องการ
โมเดล "ประตูบานแรก"
ด้วยคำ 'อย่าละทิ้งประชาชน'