สหรัฐแบนบริษัทผู้ผลิตน้ำมันปาล์มมาเลย์ละเมิดแรงงาน


เพิ่มเพื่อน    

ทางการสหรัฐประกาศห้ามนำเข้าน้ำมันปาล์มของบริษัทน้ำมันปาล์มเอฟจีวี โฮลดิงส์ ของมาเลเซีย ที่ป้อนสินค้าให้บริษัทอเมริกันยักษ์ใหญ่อย่างเนสท์เล่และพร็อกเตอร์แอนด์แกมเบิล หลังการสอบสวนนาน 1 ปีพบการล่วงละเมิดสิทธิแรงงานและใช้ความรุนแรง

    รายงานเอเอฟพีเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม กล่าวว่า สำนักงานศุลกากรและป้องกันพรมแดนของสหรัฐ (ซีบีพี) ประกาศห้ามนำเข้าน้ำมันปาล์มจากบริษัท เอฟจีวี โฮลดิงส์ หนึ่งในผู้ผลิตน้ำมันปาล์มรายใหญ่ของมาเลเซีย หลังจากการสอบสวน 1 ปีพบสิ่งบ่งชี้ว่าบริษัทนี้ระงับการจ่ายค่าจ้างของคนงานและมีการใช้แรงงานเด็ก รวมถึงมีความกังวลว่าคนงานของบริษัทนี้จะถูกกระทำความรุนแรงทั้งทางร่ายกายและทางเพศ

    คำสั่งห้ามนำเข้านี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันพุธที่ผ่านมา โดยห้ามน้ำมันปาล์มและผลิตภัณฑ์จากน้ำมันปาล์มของเอฟจีวี โฮลดิงส์ เข้าเทียบท่าเรือในสหรัฐ

    น้ำมันปาล์มเป็นส่วนผสมในสินค้าหลายอย่างตั้งแต่อาหารแปรรูปไปจนถึงเครื่องสำอาง โดยมาเลเซียและอินโดนีเซียส่งออกน้ำมันปาล์มรวมกันถึง 85% ของปริมาณที่ใช้ในโลก

    นักอนุรักษ์กล่าวหาอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันว่าส่งเสริมให้ชาวบ้านตัดไม้ทำลายป่าเพื่อใช้พื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมัน โดยบริษัทน้ำมันปาล์มหลายแห่งในมาเลเซียพึ่งแรงงานต่างชาติค่าแรงต่ำ ทั้งจากอินโดนีเซีย, อินเดีย และบังกลาเทศ แรงงานเหล่านี้โดนล่วงละเมิดบ่อยครั้ง

    เบรนดา สมิธ เจ้าหน้าที่ซีบีพีกล่าวว่า การบังคับใช้แรงงานของบริษัทที่ผลิตสินค้าที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย ทำให้บริษัทเหล่านี้ทำกำไรจากการล่วงละเมิดแรงงานที่ด้อยโอกาส บริษัทเหล่านี้ทำให้เกิดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมและผลิตสินค้าที่ไม่มีมาตรฐานทางจริยธรรม

    ด้านบริษัท เอฟจีวี กล่าวว่า พวกเขาผิดหวังกับการดำเนินการของสหรัฐ ทั้งที่หลายปีมานี้บริษัทดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อปรับปรุงมาตรฐานการดำเนินงานของตน บริษัทไม่อดกลั้นต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนไม่ว่าในรูปแบบใด หรือการทำผิดอาญา.


คนจริง "เพื่อบ้านเพื่อเมือง" มีมาก แต่คนหนึ่งที่ผมต้องยอมรับนับถือทั้งกายและใจคือ "ไอ้ตี๋หัวลำโพง" คนนั้น เมื่อ ๖๐ ปีก่อน เรียกกันว่า "เหลี่ยงทง"

“พระผู้เพียรเพื่อพสกสุข”
มิติสะท้อน"น้องเทนนิส"
"น้องเทนนิส"ของคนไทย
"กฎหมายกับกองโจร"
จุฬาฯ"เน่าที่หน่อหรือราก?"
'เจาะเวลาหาจุดจบโควิด'