กากีกะสีเขียว


เพิ่มเพื่อน    

 

      ถือเป็นคำมั่นสัญญาที่ต้องบันทึกไว้เป็นหลักฐาน สำหรับการทำงานของ แม่ทัพสีกากี คนใหม่ป้ายแดง ที่ชื่อ บิ๊กปั๊ด-พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ในตำแหน่ง ผบ.ตร. กับคำประกาศเสียงดังฟังชัด "ไม่จำเป็นต้องรักผม...แต่ผมรักองค์กรตำรวจ วันนี้ต้องการทำให้ดีขึ้น" โดย บิ๊กปั๊ด วางกฎเหล็กไว้ 20 ข้อ  ประกอบด้วย 1.จากนี้ไปการทำงาน งานทุกสายงานต้องทำตาม SOPs ต้องมีคณะทำงานในการขับเคลื่อนทุกสายงานอย่างเป็นระบบ 2.ต้องการให้ตำรวจทุกระดับชั้นมาร่วมกันวาดภาพว่า ตำรวจใน 5 ปี ข้างหน้าจะเป็นอย่างไร 3.ต้องสอนให้ตำรวจทุกระดับมีความรู้ทั้งด้าน กม.และยุทธวิธี มีแผนเผชิญเหตุ  ผู้บังคับบัญชาต้องจัดฝึกให้ชำนาญ 4.อยากเห็นตำรวจนำเทคโนโลยีมาใช้ในการปฏิบัติงานภาคสนาม  เช่น สายตรวจใช้มือถือหรือแท็บเล็ตเก็บและตรวจสอบข้อมูลในการระงับเหตุไว้ทุกครั้ง 5.จะต้องฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุ เช่น เหตุตีกันในโรงพยาบาล ตำรวจจะปฏิบัติร่วมกันอย่างไร 6.จะฝึกตำรวจอย่างไร  อย่างแรกต้องปรับมายด์เซต (Mind Set) ก่อน โดยเฉพาะการสื่อสารกับประชาชน 7.ทีมเวิร์ก (Teamwork) เป็นเรื่องสำคัญ ต้องทำงานเป็นทีม 8.การบริหารงาน เรามีทรัพยากรจำกัด จะต้องบริหารให้ดี 9.ต้องช่วยกัน เพื่อเป็นมรดกของคนรุ่นหลัง การตรวจตัวชี้วัด ต้องปรับให้เป็นแนวทางเดียวกัน...๐

            ...10.เรื่องแผน ต้องบอกได้ว่าในแต่ละปีจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เช่น งานจราจรเรื่องตัดแต้มจะเริ่มได้ 1  มิถุนายน 64 นี้ 11.Set Zero จุดตรวจ_จุดสกัด_ด่านตรวจเมา จนกว่าจะสามารถทำให้โปร่งใสได้ 12. ติดกล้องวงจรปิด 5,000 ตัว ใน กทม.ให้เสร็จภายใน 4 เดือน จะอ้างไม่ได้ว่าไม่มีกล้อง 13.การพัฒนางานสอบสวน สำนวนไม่คั่งค้าง การพัฒนาฝึกอบรม ปรับทัศนคติ สร้างภาวะผู้นำให้ตำรวจชั้นผู้น้อย 14.การสร้างภาพลักษณ์ เราต้องมีความรู้ มีประสิทธิภาพ โปร่งใส 3 อย่างนี้จะทำให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีได้ 15.ตู้ม้า บ่อนการพนันขนาดใหญ่ การพนันออนไลน์ต้องไม่มี 16.ต้องไม่มีการซื้อขายตำแหน่ง ถ้ามีต้องถูกจัดการ การสร้างตัวแบบของการเปลี่ยนมายด์เซต (Mind Set) เรื่องการแต่งตั้ง แม้ทำไม่ได้ 100%  แต่ต้องช่วยให้คนดีได้รับการตอบแทน คนไม่ดีต้องถูกลงโทษ 17.การฝึกงานตำรวจใหม่ ต้องมีพี่เลี้ยงที่ดี ต้องให้ฝึกงานในสถานที่ฝึกงานที่มีตัวแบบที่ดี

            18.ต้องสร้างโอกาสให้ลูกน้อง อยากให้เด็กรุ่นหลังมีโอกาส ได้มีไอดอลที่อยากเป็นเหมือน 19.ผู้บริหาร ตร.จะหาคนที่ดีที่สุดมาแนะนำ จะสร้างตัวแบบที่ดีให้ถ่ายทอด DNA ที่ถูกต้อง ให้ตำรวจรุ่นหลัง เห็นความสำเร็จของงานเป็นหลัก มากกว่าการได้ตำแหน่ง และ 20.ผู้ใต้บังคับบัญชา เพื่อนร่วมงานแม้จะอยู่คนละสายงาน ไม่สำคัญว่าจะนำคนได้อย่างไร แต่สำคัญว่า มีผู้นำเท่าไหร่ที่เราสามารถสร้างได้ ขอให้ทุกคนมีความสุขกับการทำงานและช่วยกันทำงานต่อไป ๐

            ส่อง 20 นโยบายของ ผบ.ปั๊ด ต้องบอกที่โดนใจ ชาวบ้าน มากสุด คือข้อ 11 ว่าด้วยการ Set Zero  จุดตรวจ_จุดสกัด_ด่านตรวจเมา จนกว่าจะสามารถทำให้โปร่งใสได้ เพราะหากทำได้จริงชาวบ้านคงยกมือสาธุ เช่นเดียวกับข้อ 12 การติดกล้องวงจรปิด 5,000 ตัว ใน กทม.ให้เสร็จภายใน 4 เดือน จะอ้างไม่ได้ว่าไม่มีกล้อง ...ก็จะทำให้ประชาชนอุ่นใจและรู้สึกมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินมากขึ้น แต่นโยบายที่ชาวบ้านต้องขอใช้เวลาพิสูจน์คำพูด "บิ๊กปั๊ด" จะทำได้จริงหรือไม่ คือข้อ 15 ตู้ม้า บ่อนการพนันขนาดใหญ่ การพนันออนไลน์ต้องไม่มี 16.ต้องไม่มีการซื้อขายตำแหน่ง ถ้ามีต้องถูกจัดการ การสร้างตัวแบบของการเปลี่ยนมายด์เซต Mind Set เรื่องการแต่งตั้ง แม้ทำไม่ได้ 100% แต่ต้องช่วยให้คนดีได้รับการตอบแทน คนไม่ดีต้องถูกลงโทษ ...เพราะทั้ง 2 ข้อเป็นเรื่องผลประโยชน์ที่ไม่เข้าใครออกใคร และเรื้อรังมานาน หาก "ผบ.ปั๊ด" สามารถทำให้โปร่งใสได้จริงดังคำที่ประกาศเอาไว้ ทั้งชาวบ้าน ทั้งตำรวจผู้ใต้บังคับบัญชา น่าจะยกมือสาธุ ๐

            สปอตไลต์สาดส่องทันที หลัง บิ๊กปั๊ด เซ็นคำสั่งมอบหมายหน้าที่การทำงานให้ระดับ รอง ผบ.ตร.และผู้ช่วย ผบ.ตร. สำหรับ บิ๊กเด่น-พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. ที่ได้รับมอบหมายให้คุมงานด้านความมั่นคงและกิจการพิเศษ (มค.) เพราะถือเป็นหน้างานโชว์ ที่สำคัญเป็นหน้างานที่เคยสร้าง ผบ.ตร. มาแล้วถึง 2 ราย ตั้งแต่ บิ๊กแป๊ะ-พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีต ผบ.ตร. ตอนที่เป็น รอง ผบ.ตร. ซึ่ง บิ๊กอ๊อด-พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.ขณะนั้น ก็มอบให้ บิ๊กแป๊ะ คุมงานด้านความมั่นคงและกิจการพิเศษ (มค.) ก่อนจะขยับขึ้น ผบ.ตร.ในเวลาต่อมา จากนั้นมาในยุค บิ๊กแป๊ะ เป็น ผบ.ตร. ก็มอบหมายหน้างานด้านความมั่นคงและกิจการพิเศษ (มค.) ให้ บิ๊กปั๊ด สมัยเป็น รอง ผบ.ตร.ดูแล ครั้งนี้มาถึงยุค บิ๊กปั๊ด เป็น ผบ.ตร. ก็มอบหมาย บิ๊กเด่น คุมงานด้านความมั่นคงและกิจการพิเศษ (มค.) ยิ่งส่องอายุราชการ บิ๊กเด่น เกษียณปี 2566 หลังจากที่ "บิ๊กปั๊ด" เกษียณปี 2565 ไป 1 ปี ไฟสปอตไลต์เลยต้องส่อง บิ๊กเด่น เป็นพิเศษ ๐

            3 ผบ.เหล่าทัพที่เกษียณอายุราชการไปเมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา ทั้ง บิ๊กแดง-พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ อดีตผู้บัญชาการทหารบก (อดีต ผบ.ทบ.) บิ๊กลือ-พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ อดีตผู้บัญชาการทหารเรือ (อดีต ผบ.ทร.) และ พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ อดีตผู้บัญชาการทหารอากาศ  (อดีต ผบ.ทอ.) ยังมีภารกิจและเรื่องราวที่ยังไม่จบไปกับอายุราชการ โดย "บิ๊กแดง" ยังคงไปไปปฏิบัติหน้าที่เป็นรองเลขาธิการสำนักพระราชวัง  ขณะที่ "บิ๊กลือ" คงจะหนักหน่อย เนื่องจากปัญหาในโผโยกย้ายที่ผ่านมายังไม่จบเสียทีเดียว แถมยังต้องมาเจอ ศรีสุวรรณ จรรยา ที่นำโครงการที่ได้ทำไว้ไปร้องต่อ ป.ป.ช.ให้ตรวจสอบ ส่วน "บิ๊กนัต" มีสามทางที่ต้องเดินต่อไป โดยทางแรกต้องที่ทำแน่นอน คือการกลับบ้านเกิดไปพัฒนาองค์ความรู้ให้เกษตรกรเมืองจันทบุรี สร้าง QR ระบบตลาด ค้าขายให้เกิดมูลค่าของสินค้า ทางที่สองคือ เป็นที่ปรึกษาให้ TAI ภาคเอกชนพันธมิตร ทอ.ที่รับงานซ่อมอากาศยาน เครื่องยนต์ และทางที่สามคือ ไปเป็นหัวหน้าองค์กรรัฐที่กำลังจะเกิดใหม่เกี่ยวข้องกับงานด้านอวกาศ ไซเบอร์ ...ถือได้ว่าอดีต ผบ.เหล่าทัพในยุคนี้คงยากจะกลับไปเลี้ยงหลานอยู่บ้านแบบสบายๆ

            ก่อนจะเริ่มพิธีรับส่งหน้าที่ ผบ.ทสส.ให้แก่ พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์  พี่ใหญ่อย่าง บิ๊กกบ-พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) จึงถือโอกาสช่วงมอบของที่ระลึก ฝากฝังผู้บัญชาการทหารชุดใหม่ ทั้ง พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ. พล.ร.อ.ชาติชาย ศรีวรขาน ผบ.ทร. พล.อ.อ.แอร์บูล สุทธิวรรณ  ผบ.ทอ. ไว้กับ พล.อ.เฉลิมพล และ พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม  เสนาธิการทหารคนใหม่ ให้ทำหน้าที่กันได้อย่างไร้รอยต่อ พร้อมให้กำลังใจสำหรับการทำงานในปีงบประมาณ 64 ที่มีสารพัดปัญหาที่กองทัพยังต้องเป็นกำลังหลักให้รัฐบาลในการสนับสนุนแก้ไขปัญหาต่างๆ พร้อมทิ้งท้ายว่า “ปีหน้ากองทัพถูกตัดงบประมาณ ทำให้งบประมาณถดถอยไป 3-4 ปี จึงทำให้การทำงานยากไปด้วย"

                หลังจากเสร็จสิ้นพิธีติดยศนายทหารชั้นนายพลของกองทัพบกเมื่อวันที่ 1 ต.ค. ที่ห้องรับรองกองบัญชาการกองทัพบก "บิ๊กบี้" ก็นำนายพล 232 นายเข้าร่วมพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตน บริเวณลานหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 ในเครื่องแบบเต็มยศชุดพระราชฐานและหมวกทรงโมฬี นับเป็นหนึ่งในพิธีศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้นำกองทัพบกได้นำมาปฏิบัติเป็นปีที่สอง ด้วยการท่อง คาถาในดวงตรามหาจักรี ที่ทหาร ฉก.ทม.รอ.ท่องขึ้นใจนอกเหนือจาก บทราชสวัสดิ์

                พร้อมกันนั้นยังได้แบ่งงาน 5 เสือ ทบ.ให้ พล.อ.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ ผู้ช่วย ผบ.ทบ. 1 รับผิดชอบงานและสายงานกำลังพลและงานพิเศษ ที่กองทัพบกมอบหมาย พล.อ.ธรรมนูญ วิถี ผู้ช่วย ผบ.ทบ. 2 รับผิดชอบงานส่งกำลังบำรุงและงานพิเศษที่กองทัพบกมอบหมาย พล.อ.วรเกียรติ รัตนานนท์ เสนาธิการทหารบก รับผิดชอบงานสายงานข่าวและกิจการต่างประเทศ สายงานยุทธการ การฝึกและศึกษาทางทหาร สายงานกิจการพลเรือน และสายงานปลัดบัญชี พร้อมกันนั้นยังแต่งตั้ง พล.ท.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ รอง เสธ.ทบ. สายงานกิจการพลเรือน เป็นโฆษก ทบ.แทน เสธ.ต๊อด-พ.อ.วินธัย สุวารี ที่ถอยไปทำงานภาพรวมการประชาสัมพันธ์. 


จัดหนักจัดเต็มทั่วหน้า ไม่มีคำว่าสองมาตรฐาน อ่านบทความอาจารย์แก้วสรร อติโพธิ ใน www.thaipost.net วานนี้ มองเห็นหลายๆ เรื่องในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ได้ชัดเจนขึ้น

"ทักษิณ" ท้ารบ "จตุพร"
หมาเยี่ยวรดภูเขาทอง
บาปหนาของคณะราษฎร
'ท่านสส.ครับ...โปรดฟังสักนิด'
เหตุจาก 'เลือดนอง' กลางจอ
สืบสายโลหิต 'ม็อบ ๓ นิ้ว'