'อันวาร์'เข้าเฝ้าฯพระราชาธิบดี ทูลขอตั้งรัฐบาลใหม่


เพิ่มเพื่อน    

อันวาร์ อิบราฮิม ผู้นำฝ่ายค้านของมาเลเซีย เดินทางไปเข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระราชาธิบดีเมื่อวันอังคาร เพื่อกราบบังคมทูลขอตั้งรัฐบาลใหม่ โดยอ้างว่าได้รับเสียงสนับสนุนจาก ส.ส.แล้วไม่ต่ำกว่า 120 คน พร้อมเรียกร้องให้นายกฯ มูห์ยิดดิน ยัสซิน ลาออก

    มาเลเซียเกิดความวุ่นวายทางการเมืองนับแต่รัฐบาลผสมภายใต้การนำของนายกฯ มหาเธร์ โมฮัมหมัด ซึ่งอันวาร์มีส่วนร่วมด้วย พังครืนเพราะการแย่งชิงอำนาจกันภายในพรรคเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ มูห์ยิดดินได้ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี โดยมีเสียงสนับสนุนแบบปริ่มน้ำจาก ส.ส.ทั้งสภา 221 ที่นั่ง

    เดือนที่แล้ว อันวาร์สร้างความประหลาดใจด้วยการประกาศว่าเขาได้เสียงสนับสนุนจาก ส.ส. มากพอที่จะโค่นล้มมูห์ยิดดิน แต่สมเด็จพระราชาธิบดีสุลต่าน อับดุลลาห์ สุลต่าน อาหมัด ชาห์ ประชวรทำให้ต้องการเลื่อนการเข้าเฝ้าฯ

    ข่าวเอเอฟพีรายงานว่า วันอังคารที่ 13 ตุลาคม ผู้นำฝ่ายค้านวัย 73 ปี ได้เข้าเฝ้าฯ เป็นเวลา 25 นาที เพื่อกราบบังคมทูลว่าเขาได้รับเสียงสนับสนุนจาก ส.ส. อย่างน้อย 120 คน อันวาร์กล่าวหลังจากนั้นว่า เขาได้ถวายเอกสารต่อพระราชาธิบดีและพระองค์จะทรงเรียกผู้นำพรรคการเมืองต่างๆ เข้าเฝ้าฯ ส่วนมูห์ยิดดินนั้นสูญเสียเสียงข้างมากแล้ว และควรลาออกจากตำแหน่ง

    หากกษัตริย์ทรงเห็นชอบและมีพระบรมราชโองการให้อันวาร์จัดตั้งรัฐบาลใหม่ ก็จะทำให้เขาบรรลุความใฝ่ฝันยาวนาน 22 ปีในการครองเก้าอี้นายกรัฐมนตรี หลังจากฝ่ามรสุมทางการเมืองหลายระลอก รวมถึงการติดคุกเกือบ 10 ปี ในข้อหาเสพสังวาสทางทวารหนักที่เขายืนกรานปฏิเสธ

    อย่างไรก็ดี สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์ที่ขัดแย้งกับคำกล่าวอ้างของอันวาร์ ว่าผู้นำฝ่ายค้านรายนี้เพียงกราบบังคมทูลจำนวน ส.ส.ที่สนับสนุนเขาเท่านั้น แต่มิได้ถวายรายชื่อแต่อย่างใด

    ด้านมูห์ยิดดินเคยปฏิเสธคำกล่าวอ้างของอันวาร์ก่อนหน้านี้เรื่องเสียงสนับสนุน และบอกให้เขาพิสูจน์ผ่านกระบวนการตามรัฐธรรมนูญ ขณะที่บรรดาผู้นำพรรคในรัฐบาลผสมของมูห์ยิดดินก็เพิ่งออกแถลงการณ์เมื่อวันจันทร์ว่ายังคงสนับสนุนเขาอย่างเต็มที่.


ศาลไม่อนุญาตให้ประกันแอมมี่ เลยอดเห็นหน้า.... "ส.ส.พรรคก้าวไกล" เอาตำแหน่งมาประกันคนจุดไฟเผาพระบรมฉายาลักษณ์ เสียดายจัง!

'สสร.' หรือจะ 'ขันจอหว่อ'?
'แล้วรัฐบาลจะเอายังไง?'
'ไฟป่า-ไฟเมือง' เรื่องจงใจ
ว่าด้วย 'ดอกประชาธิปไตย'
มีค่า"ต่อเมื่อ"ขื่อคาถึง
เมื่อ 'ความยุติธรรม' สถิต