ยูเอ็นจับตาการประท้วงในไทย'อย่างใกล้ชิด' - จีนยืนยันหนุนนายกฯตู่


เพิ่มเพื่อน    

ยูเอ็นเผยกำลังจับตาสถานการณ์การชุมนุมประท้วงในไทยอย่างใกล้ชิด พร้อมย้ำประชาชนต้องได้รับอนุญาตให้ชุมนุมอย่างสงบได้ ข้าหลวงสิทธิห่วงนักเคลื่อนไหวโดนตั้งข้อหาร้ายแรง ส่วนรัฐมนตรีต่างประเทศของจีนยืนยันจีนสนับสนุนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา

นิวยอร์ก / สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม 2563 ว่าองค์กรและกลุ่มเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศพากันแสดงความวิตกต่อสถานการณ์การชุมนุมประท้วงและการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงในกรุงเทพมหานคร ภายหลังมีแกนนำหลายรายโดนจับกุมและตำรวจสลายการชุมนุมเมื่อคืนที่ผ่านมา

    สเตฟาน ดูจาร์ริก โฆษกเลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) แถลงที่นครนิวยอร์กเมื่อวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่นว่า ยูเอ็นกำลังติดตามสถานการณ์การชุมนุมประท้วงในไทย "อย่างใกล้ชิด" อันที่จริงสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) ประจำประเทศไทย ได้เฝ้าสังเกตการณ์การประท้วงและติดต่อกับเจ้าหน้าที่ทางการไทยอย่างสม่ำเสมอ

    "เราเคยกล่าวไว้หลายครั้งและหลายแห่งในโลกว่า ผู้คนมีสิทธิที่จะเดินขบวนประท้วงอย่างเสรี พวกเขาควรได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิดังกล่าว สิทธิที่จะเดินขบวนประท้วงอย่างเสรีและสันติ" โฆษกยูเอ็นกล่าว

    ด้านโฆษกของมิเชล บาเชเลต์ ข้าหลวงสิทธิมนุษยชนแห่งยูเอ็น แสดงความวิตกเกี่ยวกับการตั้งข้อหาร้ายแรง รวมถึงข้อหายุยงปลุกปั่น เพื่อดำเนินคดีกับบุคคลที่แสดงออกอย่างสันติซึ่งสิทธิขั้นพื้นฐานของพวกเขา

    ส่วนเคลมองต์ วูล ผู้ตรวจการพิเศษด้านเสรีภาพในการชุมนุมอย่างสงบ ทวีตเมื่อวันศุกร์ว่า เขามีความห่วงกังวลอย่างมากเกี่ยวกับข่าวสารเรื่องการปราบปราบผู้ประท้วงในประเทศไทย การประกาศ "ภาวะฉุกเฉินร้ายแรง" และการจับกุมในกรุงเทพฯ เป็นการปิดกั้นเสรีภาพในการชุมนุม รัฐบาลจำเป็นต้องอนุญาตให้ผู้ประท้วงได้ใช้สิทธิของพวกเขา และใช้การเจรจา ไม่ใช่การปราบปรามพวกเขา

    มิง ยู ฮาห์ รองผู้อำนวยการแอมเนสตีอินเตอร์เนชันแนลด้านการรณรงค์ แสดงความกังวลต่อการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ทางการไทยที่เธอระบุว่าเป็นการใช้กำลังเกินกว่าเหตุ โดยระบุว่า การใช้ปีนฉีดน้ำแรงดันและสารระคายเคือง ไม่เพียงก่อความเสี่ยงร้ายแรงต่อการบาดเจ็บเท่านั้น การใช้สีย้อมยังเป็นการกระทำแบบสุ่มสี่สุ่มห้า ที่อาจนำไปสู่การกำหนดเป้าหมายตามอำเภอใจ และการจับกุมผู้ประท้วงอย่างสงบ, นักข่าว หรือแม้แต่ชาวบ้านทั่วไปที่ถูกทำเครื่องหมายด้วยสีย้อม

    "เราเรียกร้องให้ทางการไทยปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศ และให้ความสะดวกแก่สิทธิในการชุมนุมอย่างสันติ พวกเขาต้องปล่อยให้ผู้ประท้วงอย่างสันติได้แสดงความคิดเห็นของตน ไม่ใช่ทำให้ความตึงเครียดรุนแรงขึ้น"

    อีกด้านหนึ่ง สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า หวัง อี้ มนตรีแห่งรัฐและรัฐมนตรีต่างประเทศของจีน ซึ่งเดินทางเยือนไทยและได้พบกับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เมื่อวันพฤหัสบดี กล่าวว่า รัฐบาลจีนสนับสนุนนายกรัฐมนตรีของไทย

    "จีนสนับสนุนไทยอย่างหนักแน่นในการดำเนินเส้นทางการพัฒนาที่เหมาะสมกับสภาพเงื่อนไขของประเทศไทย และสนับสนุนไทยในการรักษาเสถียรภาพทางสังคมและการประสบความสำเร็จในการพัฒนาและความเจริญรุ่งเรือง" สำนักข่าวของทางการจีนอ้างคำกล่าวของหวัง.


สังเกตมั้ย? ผ่าน ๗ วัน จาก ๑๓-๒๐ ตุลา ม็อบ "สามนิ้ว" ในแบรนด์ "ประชาชนปลดแอก" ใต้คอนโทรลสามสัส จากมุ่งพื้นที่ไข่แดง เปลี่ยนแผนเป็นกระจายไปและเล็มไข่ขาว "ขอบนอก" เข้ามา จาก ๔ ทิศ

เป้าหมายเดิม 'ยุทธวิธีเปลี่ยน'
นี่แหละที่ 'สามสัส' ต้องการ
โมเดล "ประตูบานแรก"
ด้วยคำ 'อย่าละทิ้งประชาชน'
'คำสอนพ่อ' ในสายฝนพรำ
'พม่าป่วยเท่ากับไทยป่วย'