'กองหนุนลุงตู่' แนะรัฐบาล-ตำรวจปรับแผนคุมม็อบ 3 นิ้ว ปิดช่องเฟคนิวส์-ปั่นวาทกรรมบิดเบือน


เพิ่มเพื่อน    

18 ต.ค.63 -  ดร.เสรี วงษ์มณฑา ผู้ร่วมก่อตั้งสถาบันทิศทางไทย นักวิชาการด้านสื่อสารมวลชนและการตลาด โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า  ผู้ชุมนุม: ขว้างปา ด่าทอ หยาบคาย โวยวาย สาดสี กรีดร้อง ยื้อยุด ดื้อดึง ยั่วยุ เหยียดหยาม สร้างวาทกรรมจาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์ ถูกมองว่าเป็นการแสดงออก"โดยสงบส้นติ"

ตำรวจ: อดทน อดกลั้น ไม่ใช้อาวุธ ประกาศขอร้องให้กลับบ้าน เมื่อไม่กลับจึงฉีดน้ำ ไม่ยิงตรง (ซี่งอันตราย) แต่ยิงสูลเป็นมุมโค้ง (ทำให้เปียก แต่ไม่อันตราย) ถูกมอง่าเป็นการกระทำที่ "รุนแรง"

ต่อไปเจ้าหน้าที่รัฐอย่าไปยุ่งอย่าไปทำอะไรพวกเขาเลยค่ะ เขาอยากไปชุมนุมตรงไหนก็ให้เขาชุมนุมไป อย่าไปจัดการอะไร เขาอยากทำอะไรให้เขาทำ แล้วให้ประชาชนได้ดูได้รู้ได้เห็นเอง

อย่าเข้าไปจัดการพวกเขาเพราะจะเป็นการให้โอกาสพวกเขากรีดร้องและสร้างภาพความวุ่นวายให้คนมองว่าเจ้าหน้าที่กระทำรุนแรงกับผู้ชุมนุม รัฐบาลปิดกั้นการแสดงออกของคนคิดต่าง

ไปอำนวยความสะดวกให้พวกเขา ปกป้องพวกเขาจากการกระทำของมือที่สาม แล้วเก็บภาพคนที่ทำผิดกฎหมายในการปราศรัยยั่วยุ หรือทำผิดกฑหมาย แล้วออกหมายจับ "ด้วยข้อกล่าวหาที่ชัดเจนตามมาตราต่างๆ" หลังการชุมนุมดีกว่า

ต้องหลีกเลี่ยงการสร้างโอกาสให้พวกเขากระทำการที่ทำให้ประชาชนมองว่าเจ้าหน้าที่รุนแรง สร้างวาทกรรม และเผยแพร่ภาพ Fake news เพื่อใส่ร้ายเจ้าหน้าที่และรัฐบาลนะคะ


สังเกตมั้ย? ผ่าน ๗ วัน จาก ๑๓-๒๐ ตุลา ม็อบ "สามนิ้ว" ในแบรนด์ "ประชาชนปลดแอก" ใต้คอนโทรลสามสัส จากมุ่งพื้นที่ไข่แดง เปลี่ยนแผนเป็นกระจายไปและเล็มไข่ขาว "ขอบนอก" เข้ามา จาก ๔ ทิศ

เป้าหมายเดิม 'ยุทธวิธีเปลี่ยน'
นี่แหละที่ 'สามสัส' ต้องการ
โมเดล "ประตูบานแรก"
ด้วยคำ 'อย่าละทิ้งประชาชน'
'คำสอนพ่อ' ในสายฝนพรำ
'พม่าป่วยเท่ากับไทยป่วย'