กากีกะสีเขียว


เพิ่มเพื่อน    

    เล่นเอา "สีกากี" หลายคนขยี้ตาหลายรอบ หลังมีคำสั่งแต่งตั้งตำรวจระดับ นายพัน ตำแหน่ง รองผู้บังคับการ (รองผบก.) - ผู้กำกับการ (ผกก.) วาระประจำปี 2563 ซึ่งอยู่ในอำนาจ ผบ.ปั๊ด-พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. แจกจ่ายออกมาตั้งแต่ช่วงกลางดึกวันที่ 25 พ.ย.63 ก่อนไทม์ไลน์ที่เคยกำหนดไว้ว่าจะออกคำสั่งในวันที่ 30 พ.ย.63 เพราะต่างไม่เชื่อว่าคำสั่งแต่งตั้งจะออกมารวดเร็ว ชนิดตั้งตัวกันแทบไม่ทันอย่างนี้ สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ยุค ผบ.ปั๊ด นั่งกุมบังเหียน ผู้นำสีกากี สามารถจัดทำบัญชีแต่งตั้งตำรวจทันตามกำหนด แถมแจกจ่ายก่อนกำหนด แม้สถานการณ์บ้านเมืองภายนอกจะมีการชุมนุมทางการเมือง ที่ "ตำรวจ" ถือเป็นกำลังหลักในการดูแลความสงบเรียบร้อยการชุมนุม แต่การบริหารงานภายในก็ยังสามารถทำควบคู่ไปได้แบบไม่มีอะไรกระทบ ไม่มีสิ่งใดที่จะต้องเลื่อน ต้องขยายเวลาการแต่งตั้งให้ตำรวจเสียขวัญ เสียกำลังใจ ถือเป็นผลงานชิ้นโบแดง  ผบ.ปั๊ด จริงๆ ๐

            ตรวจแถวการแต่งตั้งครั้งนี้ภาพรวมถือว่า สอบผ่าน แม้หลายตำแหน่ง หลายเก้าอี้จะมีลูกน้อง เครือญาติผู้มีอำนาจ จับจองเก้าอี้ใหญ่ เก้าอี้สำคัญๆ แต่นั่นก็เป็นไปตามตำรา  สมบัติผลัดกันชม ผู้มีอำนาจก็ต้องเลือกคนใกล้ชิด คนที่ตัวเองไว้เนื้อเชื่อใจได้มาทำงาน มาอยู่ในตำแหน่งสำคัญ เพียงแต่ว่าเมื่อได้ตำแหน่งแล้วก็ต้องทำงานให้เป็นที่ประจักษ์ต่อชาวบ้าน ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน ถือว่า รับได้  อย่าง บิ๊กด้วง-พ.ต.อ.ดวงโชติ สุวรรณจรัส ผกก.สน.บางรัก  ลูกเขย บิ๊กป๊อด-พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. นั่งเก้าอี้บางรัก 1 มาครบ 4 ปี ตามเกณฑ์ก็ต้องย้ายออก มาเป็น ผกก.สน.ทองหล่อ พื้นที่ทำเลทองอีกแห่งหนึ่ง  พ.ต.อ.สุขทัศน์ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบก.ภ.จว.สระแก้ว น้องชาย บิ๊กอ๊อด-พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฟุตบอลฯ กลับถิ่นเก่ามาเป็น รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี พ.ต.อ.เอกชัย ลิ้มวุฒิวงศ์ นายเวร (สบ.4) ผบ.ตร. เป็น รอง ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี บิ๊กโญ-พ.ต.อ.ภิญโญ ป้อมสถิตย์ ผกก.ฝอ.ภ.จว.ฉะเชิงเทรา สายตรง พล.ต.อ.สุวัฒน์ มาเป็น ผกก.ดส. และ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง ผบก.ตม.3  และรองโฆษก ตร. โยกเป็น รอง ผบก.สอท.1 ๐

            ดูท่าจะเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ต้องขึ้นสู่ชั้นศาล กรณีที่ บิ๊กต้อย-พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา สำรองราชการ ตร. ร้องทุกข์กรณีถูกตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง และคำสั่งสำรองราชการโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ต่อ ก.ตร. เพราะในการประชุม ก.ตร. ครั้งที่ 11/2563 เมื่อวันที่ 26 พ.ย.ที่ผ่านมา  วงประชุม ก.ตร. ที่มี บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม นั่งหัวโต๊ะเป็นประธาน มีมติเห็นชอบตามความเห็นของคณะอนุ ก.ตร.เกี่ยวกับการร้องทุกข์ที่ บิ๊กใหม่-พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร.เป็นประธาน ให้ยกคำร้องของ พล.ต.อ.วิระชัย ดังกล่าว ซึ่งตามขั้นตอนกระบวนการทางกฎหมายหลังจากนี้ พล.ต.อ.วิระชัย  มีสิทธิ์ที่จะยื่นฟ้องคดีต่อศาลปกครองต่อไป ๐

            ย้อนไปดูการร้องทุกข์ครั้งนี้ของ บิ๊กต้อย มาจากเมื่อวันที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ครั้งดำรงตำแน่ง ผบ.ตร. มีคำสั่ง ตร.ที่ 387/2563 ให้สำรองราชการ  พล.ต.อ.วิระชัย ใจความสรุปว่า ตามคำสั่ง ตร.ที่ 383/2563  ลงวันที่ 24 ก.ค.แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร.ซึ่งถูกกล่าวหากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง มีพฤติการณ์และการกระทำเข้าลักษณะมีเจตนาเปิดเผยความลับของทางราชการและฝ่าฝืนระเบียบคำสั่งว่าด้วยการให้ข่าวสัมภาษณ์ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของ ตร.อย่างร้ายแรง ประกอบกับ บก.ป. รับคำร้องทุกข์ในกรณีกล่าวโทษว่ามีการกระทำอันเป็นการทำผิดต่อรัฐ เข้าข่ายตามความผิด พ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ม.74 และตามประกาศของคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขฉบับที่ 21 เรื่องการห้ามดักฟังทางโทรศัพท์และเครื่องมือสื่อสารอื่นใด จากนั้น บิ๊กต้อย ไม่เห็นด้วยกับคำสั่งดังกล่าว จึงยื่นหนังสือร้องทุกข์ต่อ  ก.ตร.เมื่อวันที่ 31 ก.ค.ที่ผ่านมา กระทั่งในการประชุม ก.ตร.เมื่อวันที่ 26 พ.ย.63 ก.ตร.มีมติให้ยกคำร้องดังกล่าว ๐

ถามเรื่องรัฐประหารทีไร บิ๊กบี้-พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก ก็ชอบให้ผู้สื่อข่าวไปพักผ่อน กินอาหารดีๆ อย่าเครียด หรือคิดวนเวียนแต่เรื่องนี้ แถมยังไม่เคยหลุดคำว่า "ปฏิวัติ" หรือ "รัฐประหาร" ออกมาจากปากแม้แต่น้อย เรียกได้ว่าเจอผู้สื่อข่าวยิงคำถามทีไร ก็พร้อมยกการ์ดสูงยากที่จะหลุด "ประโยค" พาดหัวในช่วงสถานการณ์ร้อนให้ม็อบนำไปจุดประเด็นปลุกกระแสต่อต้านขึ้นมาได้ และมักจะตบท้ายด้วยภารกิจในการสนับสนุนรัฐบาลในการช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจ ด้วยการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ  พร้อมๆ กับเข้มงวดมาตรการป้องกันเชื้อโควิด-19 ทั้งนี้เป้าหมายของกองทัพในขณะนี้ก็แค่อยากให้ประชาชน "อยู่เย็นเป็นสุข"

แต่กระนั้นก็ยังมีข้อสงสัยเรื่อง ชายนอกเครื่องแบบ ตัดผมเกรียนไป "สแตนด์บาย" อยู่รอบบริเวณเขตพระราชฐาน เมื่อวันที่ 25 พ.ย.63 แต่ที่พรึ่บพรั่บคงเป็นบริเวณหน้าสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ เทเวศร์ ที่สวมหมวกฟ้า หมวกเหลือง และหมวกนิรภัยสีขาว เกือบเต็มถนนตั้งแต่เช้ายันห้าทุ่ม แม้ กลุ่มราษฎร จะแกงด้วยการประกาศย้ายที่ชุมนุมไปธนาคารไทยพาณิชย์สำนักงานใหญ่ สืบถามไปยัง บิ๊กติ่ง-พล.ท.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ โฆษกกองทัพบก ปฏิเสธที่จะให้รายละเอียด ส่วนว่าจะเป็นการทำหน้าที่ผู้ช่วยเจ้าพนักงานหรือไม่ "บิ๊กติ่ง" บอกว่าตอนนี้ยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงในกรุงเทพฯ แล้ว และยังไม่มีการขอ หรือมีคำสั่งแต่งตั้งผู้ช่วยเจ้าพนักงานแต่อย่างใด

เมื่อย้ายมารัชโยธินแล้ว สิ่งที่ม็อบฝากไว้คือ ข้อความ ที่พ่นด้วยสีสเปรย์เต็มถนนและกำแพงทางลอด ไม่ใช่แค่ "hate  speech" อย่างที่ พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบกชี้แจงเท่านั้น ทว่าเป็นการด่าทอด้วยคำหยาบคายพุ่งตรงไปที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ สถาบัน จึงเป็นที่มาของทหารคอแดงอย่าง "บิ๊กบี้" ต้องสั่งการไปยังกรมวิทยาศาสตร์ทหารบก จัดเจ้าหน้าที่ไปลบข้อความดังกล่าวในช่วงกลางคืน เนื่องจากข้อความถูกพ่นด้วยสารเคมีลงบนพื้นยางมะตอยและกำแพง โดยเจ้ากรมวิทยาศาสตร์ทหารบกจัดชุดปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ออกไปจัดการให้ที่แยกรัชโยธิน รวมถึงห้าแยกลาดพร้าว เรียบร้อยแล้ว

ได้ฤกษ์ตัดริบบิ้นเปิดสถาบันการวิจัยและพัฒนายุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง (สวพม.) ที่ชั้น 2 กองบัญชาการกองทัพบกในส่วนของสำนักงานที่ปรึกษากองทัพบก ไปเมื่อวันที่ 25 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยมี บิ๊กหนุ่ย-พล.อ.ธเนศ  กาลพฤกษ์ ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพบก นั่งตำแหน่งผู้อำนวยการคนแรก โดยเป็นสถานที่รวมคลังสมอง ทบ.-ดอกเตอร์ ระดมความคิด ประเดิมศึกษาปมยกเลิกเกณฑ์ทหาร มาเป็นระบบร้องขอหรือสมัครใจ ทั้งนี้ พล.อ.อภิรัชต์  คงสมพงษ์ อดีตผู้บัญชาการทหารบก ได้อนุมัติให้แปรสภาพ คณะกรรมการยุทธศาสตร์กองทัพบก เป็นสถาบันการวิจัยและพัฒนายุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง ตั้งแต่ 1 ต.ค.63 เป็นต้นมา เพื่อทำหน้าที่เป็นคลังสมองในการกำหนดนโยบายด้านความมั่นคงให้กองทัพบกและรัฐบาลได้อย่างถูกต้อง.

 


ในเรื่องร้ายๆ มันก็มีเรื่องดีๆ รวมอยู่ด้วยเสมอ! อย่าง ๘ แกนนำ กปปส.เข้าคุก

มีค่า"ต่อเมื่อ"ขื่อคาถึง
เมื่อ 'ความยุติธรรม' สถิต
วันชี้ชะตา 'กำนันสุเทพ'
'รหัส ๓ ตัวเลขไว้วางใจ'
แม่ๆ ของคน 'สู้แล้วรวย'
'นิพพานสังคมไทย'