'ทรัมป์'รอดมติถอดถอนในสภาสูง รีพับลิกันค่อนพรรคโหวตอุ้ม


เพิ่มเพื่อน    

รอดอีกตามเคย ส.ว.รีพับลิกันส่วนใหญ่ยังโอบอุ้ม "โดนัลด์ ทรัมป์" ทำให้รอดพ้นมติเสียงข้างมากของวุฒิสภาเพื่อตัดสินว่ามีความผิดตามข้อกล่าวหาถอดถอน ด้วยคะแนน 57 ต่อ 43 เสียง โดยมี ส.ว.รีพับลิกัน 7 คนแหกคอก

ภาพจากวิดีโอแสดงผลการลงมติของวุฒิสภาสหรัฐเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2564 (Photo by congress.gov via Getty Images)

    ข่าวรอยเตอร์และเอเอฟพีเมื่อวันอาทิตย์กล่าวว่า การลงมติของวุฒิสภาสหรัฐในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวันเสาร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ ปิดฉากการไต่สวนข้อกล่าวหาอิมพีชเมนต์ที่ใช้เวลายาวนาน 5 วัน ซึ่งอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ถูกกล่าวหาว่ายุยงปลุกปั่นให้ผู้สนับสนุนเขาก่อการกบฏภายในอาคารรัฐสภาแห่งเดียวกันนี้เมื่อวันที่ 6 มกราคม

    การก่อจลาจลทำลายข้าวของปล้นสะดมครั้งนั้นเกิดภายหลังทรัมป์กล่าวปราศรัยเรียกร้องให้มวลชนเคลื่อนขบวนมาที่รัฐสภา เพื่อขัดขวางการลงมติรับรองผลการเลือกตั้งที่โจ ไบเดน ชนะทรัมป์ได้เป็นประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐ

    ผลการลงมติ มี ส.ว.เห็นด้วยกับคำกล่าวหานี้ 57 คน ไม่เห็นด้วย 43 คน โดยมี ส.ว.รีพับลิกันลงมติเห็นด้วยกับการถอดถอนทรัมป์ 7 คน แต่เสียงยังคงไม่ถึง 2 ใน 3 หรือ 67 เสียง เพื่อตัดสินว่าทรัมป์มีความผิดตามข้อกล่าวหา

    ทรัมป์พ้นจากตำแหน่งไปแล้วตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม การอิมพีชเมนต์เขาจึงไม่สามารถนำมาใช้เพื่อถอดถอนออกจากตำแหน่งได้ แต่พรรคเดโมแครตหวังจะให้ทรัมป์ถูกตัดสินว่ามีความผิด เพื่อให้เขารับผิดชอบต่อเหตุการณ์จลาจลครั้งนั้น ซึ่งทำให้มีคนตาย 5 คน รวมถึงตำรวจรัฐสภา 1 นาย และต้องการใช้มติถอดถอนทรัมป์นำไปสู่การห้ามเขาลงสมัครรับเลือกตั้งอีกในอนาคต โดยบอกว่าหากทรัมป์ได้กลับมาเป็นประธานาธิบดี เขาคงไม่ลังเลที่จะกระตุ้นให้เกิดความรุนแรงทางการเมืองอีก

    ทีมทนายความของทรัมป์โต้แย้งคำกล่าวหาว่า ถ้อยคำปราศรัยของทรัมป์ต่อผู้สนับสนุนด้านนอกทำเนียบขาวในวันนั้นได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญสหรัฐที่ปกป้องสิทธิในการพูดอย่างเสรี ทนายความของทรัมป์ยังอ้างด้วยว่าทรัมป์ไม่ได้รับการพิจารณาคดีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

    การไต่สวนเพื่อถอดถอนทรัมป์ครั้งนี้เกิดเป็นครั้งที่ 2 โดยครั้งแรกเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 ส.ว.รีพับลิกันก็เคยลงมติโอบอุ้มทรัมป์มาแล้ว คราวนั้นมี ส.ว.รีพับลิกันเพียงคนเดียว คือ มิต รอมนีย์ ที่ลงมติว่าทรัมป์มีความผิด และควรพ้นจากตำแหน่งในข้อกล่าวหาว่า เขากดดันให้ประธานาธิบดียูเครนสอบสวนไบเดนและลูกชายฐานต้องสงสัยว่าคอร์รัปชัน

    มติของ ส.ว.เมื่อวันเสาร์ มี ส.ว.รีพับลิกัน 7 คนเห็นว่าทรัมป์ผิดตามข้อกล่าวหา นอกจากรอมนีย์คนเดิม ที่เหลือได้แก่ ริชาร์ด เบอร์ ,บิล แคสซิตี, ซูซาน คอลลินส์, เบน แซส, แพต ทูมมี และลิซา เมอร์คาวสกี

    ด้าน มิตช์ แม็กคอนเนลล์ ผู้นำ ส.ว.เสียงข้างมากจากรีพับลิกัน แม้จะลงมติว่าทรัมป์ "ไม่ผิด" แต่เขามีถ้อยแถลงวิจารณ์อดีตประธานาธิบดีร่วมพรรคอย่างเจ็บแสบว่า ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ทรัมป์รับผิดชอบทั้งทางปฏิบัติและทางศีลธรรมต่อการยั่วยุให้เกิดเหตุการณ์ในวันนั้น พวกที่บุกอาคารรัฐสภาเชื่อว่าพวกเขากำลังกระทำการตามความประสงค์และคำสั่งของประธานาธิบดีของพวกเขา

    ภายหลังมติของวุฒิสภา ประธานาธิบดีไบเดนกล่าวว่า ถึงแม้ทรัมป์จะพ้นจากการอิมพีชตามมติของวุฒิสภา แต่ข้อกล่าวหาที่มีต่อทรัมป์นั้นไม่ต้องโต้แย้งเลย ไบเดนยังเรียกร้องให้คนอเมริกันปกป้องระบอบประชาธิปไตย

    ด้านทรัมป์ที่เก็บตัวอยู่ที่รีสอร์ตของเขาในรัฐฟลอริดานับแต่พ้นตำแหน่งเมื่อวันที่ 20 มกราคม ยินดีกับผลมติ และประณามกระบวนการไต่สวนว่าเป็น "อีกช่วงหนึ่งของการล่าแม่มดครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศของเรา"

    ทรัมป์โดนสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเดโมแครตครองเสียงข้างมาก ลงมติถอดถอนเมื่อวันที่ 13 มกราคม ทำให้เขาเป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนแรกที่โดนสภาล่างถอดถอนถึง 2 ครั้ง

    ด้านนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรพรรคเดโมแครต ที่เป็นเป้าหมายของพวกก่อจลาจลในวันนั้นอย่างเปิดเผยและต้องหนีเอาชีวิตรอดออกจากอาคาร กล่าวโจมตี ส.ว.รีพับลิกันที่ลงมติว่าทรัมป์พ้นผิดว่า "ขี้ขลาด"


"น้องเทนนิส" เหมือนฝนหยดมาเม็ดกลางใจแล้งพี่น้องไทยในภาวะระงมโควิด! เธอกับคณะ ที่ขาดไม่ได้เด็ดขาดคือ "โค้ชเช-ชัยศักดิ์" บินมาลงที่สนามบินภูเก็ตเช้าวาน (๒๖ ก.ค.๖๔) ท่ามกลางคณะต้อนรับพองาม

"น้องเทนนิส"ของคนไทย
"กฎหมายกับกองโจร"
จุฬาฯ"เน่าที่หน่อหรือราก?"
'เจาะเวลาหาจุดจบโควิด'
"เชียงใหม่ แซนด์บ็อกซ์"
"สงครามข่าว"ที่มองข้าม