กากีกะสีเขียว


เพิ่มเพื่อน    

             ตีตราประทับผ่านฉลุยเก้าอี้ ที่ปรึกษา (สบ 9) เทียบเท่า ผู้ช่วย ผบ.ตร. เรียบร้อยโรงเรียนโจ๊ก หลังวงประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ที่มี บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม มานั่งหัวโต๊ะเป็นประธาน แม้ บิ๊กปั๊ด-พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.จะล้อฟรี ไม่ยอมพูดว่าเปิดเก้าอี้เทียบเท่าผู้ช่วย ผบ.ตร.ครั้งนี้ไว้ให้ โจ๊ก หวานเจี๊ยบ-พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กลับมาปฏิบัติหน้าที่อีกครั้งในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  ด้วยข้ออ้าง "อย่าเพิ่งพูดว่าเป็นอย่างนั้น มันเร็วไป แต่สำนักงานตำรวจแห่งชาติมองว่าต้องมีตำแหน่งนี้ เพื่อสอดคล้องยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่ง ตร.มองว่าต้องมีใครสักคนมาทำหน้าที่เพื่อขับเคลื่อนงานด้านยุทธศาสตร์และแผนแม่บท  ตร. ตำแหน่งดังกล่าวเป็นตำแหน่งเฉพาะตัว" เฮ้อ...ในเมื่อแม่ทัพใหญ่สีกากีอยากจะแทงกั๊ก ก็ต้องปล่อยไป แต่ในโลกความจริงชาวบ้านร้านตลาดรู้กันไปทั่ว เก้าอี้เทียบเท่าผู้ช่วย ผบ.ตร.ตัวนี้ เปิดไว้ต้อนรับ พี่โจ๊ก หวานเจี๊ยบ กลับมาผงาดในรั้วกรมปทุมวันอีกครั้งแน่นอน ๐

            นอกจากจะแทงกั๊กเรื่องเปิดตำแหน่ง ที่ปรึกษา (สบ 9) เทียบเท่าผู้ช่วย ผบ.ตร.ไว้ให้ พี่โจ๊ก เขาแล้ว บิ๊กปั๊ด ยังแทงกั๊กแบบหน้าซื่อตาใส การแต่งตั้งตำแหน่งที่เปิดใหม่นี้ไม่รู้จะทันการแต่งตั้งในวาระเมษายนหรือไม่ เรียกว่า  แทงกั๊ก ทุกดอก ทั้งที่เร่งเปิดเก้าอี้กันขนาดนี้ ชนิดประชุม ก.ตร.ขอเปิดตำแหน่งตอนบ่าย 2 ขยับมาอีกครึ่งชั่วโมงก็ประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ต่อทันที เพื่อตีตราประทับรับรองการเปิดตำแหน่งจาก ก.ตร. ทำให้ขั้นตอนทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย รอเพียงการประชุม  ก.ตร.เพื่อพิจารณาแต่งตั้ง นายพล วาระเดือนเมษายนทุกอย่างก็สมบูรณ์ ก็ยังจะไม่ยืนยันฟันธง จนทำให้หลายคนงง หลายคนสงสัย จากที่ไม่น่ามีอะไรในกอไผ่ แค่การรับ ตำรวจ 1 นายกลับมาเป็นตำรวจอีกครั้ง หลังโดนย้ายไปประจำสำนักนายกฯ แบบที่ไม่มีใครออกมาบอกสาเหตุการย้ายครั้งนี้ เพราะทำผิด ทำพลาดอะไรใหญ่โต ถึงขนาดต้องถอดเครื่องแบบสีกากีไปสวมสูท แต่พอ ผู้นำกรมปทุมวัน มาทำคลุมเครือ มาทำกระมิดกระเมี้ยน จากที่คนไม่สงสัยก็เลยต้องสงสัย ว่าในกอไผ่มีอะไรนอกจากหน่อไม้หรือเปล่า ๐

            นอกจากประเด็นการหวนคืนสู่ กรมปทุมวัน ของ  โจ๊ก หวานเจี๊ยบ ที่ยังต้องรอเวลา รอขั้นตอนตามกระบวนการกลับเข้ารับราชการตำรวจ ตามระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว ที่ต้องไม่ลืมและต้องติดตามไม่ให้กลายเป็นประเด็น ไฟไหม้ฟาง คือเหตุผลในการส่ง บิ๊กโจ๊ก กลับมาเป็นตำรวจอีกครั้งของ บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ที่บอก "เป็นเรื่องของการทำงานที่โยกมา เมื่อสอบแล้วยังไม่ได้ข้อยุติก็ส่งกลับไปและไปสอบต่อที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ" ขีดเส้นใต้ย้ำๆ ตรงต้องไปสอบต่อที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  จะมีการสอบแบบไหน อย่างไร และข้อหาอะไร เพราะเท่าที่ติดตามตั้งแต่สมัย บิ๊กแป๊ะ-พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา  ผบ.ตร. (สมัยนั้น) เด้ง! บิ๊กโจ๊กไปประจำ ตร. ตามด้วยการโอนย้ายไปประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก็ไม่เห็นมีใครมาอธิบายว่า "บิ๊กโจ๊ก" ผิดเรื่องอะไร แล้วอย่างนี้ ผบ.ปั๊ด-พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข แม่ทัพใหญ่สีกากี จะตั้งกรรมการสอบต่อจากสำนักนายกฯ ตรงไหน อย่างไร บอกตรงๆ หลายคนข้องใจ...เล่นอะไรกันอยู่ ๐

            เห็นผลสอบบ่อนพนันภาคตะวันออกที่ บิ๊กหิน-พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) ดำเนินการตามคำสั่ง ตร.ที่ 234/2558 เรื่องการพิจารณาเจ้าหน้าที่ตำรวจที่บกพร่องในการป้องกันและปราบปรามอบายมุข จากการสืบสวนล่าสุดพบพาดพิงข้าราชการตำรวจเพิ่มอีกจำนวน 253 นาย จำแนกเป็นระดับชั้นนายพล ถึง สว.จำนวน 53 นาย ระดับรอง สว. ถึง ผบ.หมู่ จำนวน 200 นาย ในสังกัด ภ.2, บก.สส.ภ.2, ภ.จว.ชลบุรี, ภ.จว.ระยอง, กก.สส.ภ.จว.ชลบุรี, กก.สส.ภ.จว.ระยอง, สภ.เมืองระยอง และ สภ.บางละมุง ต้องเรียกว่ารับเงินบ่อนกันตั้งแต่นายยันลูกน้อง เข้าตำรา "หัวไม่ส่ายหางไม่กระดิก" คราวนี้ก็คงอยู่ที่ "ผบ.ปั๊ด" จะรับไม้ต่อไปอย่างไร จะกล้าฟันฉับขนาดไหน เพราะสังคมกำลังจับตาการทำงานของ ผู้นำสีกากี ในการแก้ปัญหาบ่อนพนันจะจริงจังขนาดไหน หากดำเนินการเพียงแค่ลูบหน้าปะจมูก งานนี้....มีเหนื่อย

            เรียกได้ว่าเป็นการ ปรับลุกส์ ใหม่ให้สนามมวยลุมพินี  ถนนรามอินทรา ในการดูแลของกองทัพบก เพื่อล้างภาพแหล่งอบายมุข ให้ต่างจากสนามมวยทั่วไปซึ่งเป็นที่รวมของ เซียนพนัน โดย บิ๊กบี้-พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) มีนโยบายปรับให้เป็น  ศูนย์พัฒนากีฬากองทัพบก มวยไทยลุมพินี ไม่ขายตั๋วให้คนไทยเข้ามาเชียร์ แต่ในอนาคตจะเปิดให้เฉพาะชาวต่างชาติซื้อบัตรเข้ามาชมศิลปะแม่ไม้มวยไทย เพื่อเป็นการอนุรักษ์ของเก่า ของดี ไม่ให้สูญหาย และที่สำคัญคือคนที่ดำรงตำแหน่งนายสนามมวย ไม่ได้จำกัดแค่ผู้ดำรงตำแหน่งเจ้ากรมสวัสดิการทหารบก ที่ทำกันมาในทุกยุค ทุกสมัย ๐

            ที่เหมือนเดิมคือ คนที่มาดูแลงานกิจการเชิงธุรกิจ ต้องได้รับความไว้วางใจจาก ผบ.ทบ.เป็นสำคัญ และในช่วงที่ พล.อ.ณรงค์พันธ์เข้ามารับตำแหน่งไม่นาน ก็ได้แต่งตั้ง พล.ท.สุชาติ แดงประไพ จากกองบัญชาการกองทัพไทย มานั่งเป็นนายสนามมวย รับไม้ต่อจากคนของกรมสวัสดิการทหารบก โดย พล.ท.สุชาติเป็นลูกน้องเก่าที่ใกล้ชิดตั้งแต่รับราชการกับ "บิ๊กบี้" ที่กองพันทหารราบที่ 2  กรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (ร.2พัน.2รอ.) ซึ่ง ร.2 รอ.ถือเป็นหน่วยต้นน้ำของนายทหารสายบูรพาพยัคฆ์ที่  ลุงป้อม ปลุกปั้นเปิดตำนานทหารสายตะวันออกไว้ ทำให้ภาพของนายสนามมวยผู้นี้อยู่ในร่มเงาของ "บิ๊กป้อม" ในช่วงที่ได้ขยับตำแหน่งสูงขึ้น แต่ในแง่ของสายสัมพันธ์แล้ว นายสนามมวยผู้นี้ถือเป็นน้องรักที่ได้รับความไว้วางใจ ไม่ต่างจากเพื่อนร่วมรุ่น ตท.22 ของ "บิ๊กบี้" อย่าง พล.ต.รังษี  กิติญาณทรัพย์ กก.ผู้อำนวยการใหญ่ ททบ.5 ที่กำลังเจอคำถาม การจัดทำโครงการโซลาร์เซลล์ที่ทำเอ็มโอยูกับ  ปตท.เมื่อไม่นานมานี้ ๐

            การปรับลุกส์ใหม่ด้วยการ รีแบรนด์ ให้สถานที่แห่งนี้เป็นศูนย์กีฬา รองรับการออกกำลังกายของกำลังพล ครอบครัวและประชาชนทั่วไป อาจเป็นความคาดหวังว่าจะสามารถล้างภาพสนามมวยแหล่งอโคจร จุดเริ่มต้นแห่ง  ซูเปอร์สเปรดเดอร์ ในโควิดระลอกแรก ที่ขณะนั้น พล.ต.ราชิต อรุณรังษี ดำรงตำแหน่งเจ้ากรมสวัสดิการทหารบก  ถูกให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ระหว่างพักรักษาตัวเนื่องจากติดเชื้อโควิด-19 และถูกปลดออกจากตำแหน่งนายสนามมวย  ซึ่งถือเป็นการลงโทษแล้ว โผโยกย้ายที่ผ่านมา ชื่อ พล.ต.ราชิตถึงคราวต้องย้ายไปดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการ สำนักบูรณาการและขับเคลื่อนการปฏิบัติ สำนักงานปฏิบัติภารกิจรักษาความมั่นคงภายในกองทัพบก เพื่อขยับคนในขึ้นมา ๐

            ที่ดูน่าสนใจคือ การปรับย้ายในส่วนของกองบัญชาการกองทัพไทยที่ บิ๊กแก้ว-พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้ขยับ บิ๊กบุ๋ม-พล.ต.สุวิทย์ เกตุศรี ขึ้นพลโท ในตำแหน่งผู้บัญชาการต่อต้านการก่อการร้าย หรือ ศตก. เพื่อวางตัวเป็นเสนาธิการทหาร  ก่อนจะลุ้นตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุด หลัง พล.อ.เฉลิมพลเกษียณอายุราชการในปี 2566 ซึ่ง พล.ต.สุวิทย์  เคยดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 2  รักษาพระองค์ (รอง ผบ.พล.ม.2 รอ.) และเป็นนายทหารประจำหน่วยเฉพาะกิจทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ 904  เช่นเดียวกับ พล.อ.เฉลิมพล ที่ดำรงตำแหน่ง รอง ผบ.ฉก.ทม.รอ.904 ๐  


"โควิด" ก็เหอะ จ๋อยเป็นเหมือนกัน! เมื่อเจอ "ฮามาส-ปาเลสไตน์" กับ "อิสราเอล-ยิว" ถล่มใส่กันแหลก

"ควรมีคนเช่นนี้อยู่หรือ?"
โปรใหม่ "ล่าสุด" ชวนฉีด
"วาระแห่งชาติ" คืออะไร?
มหาดไทย "สะท้อนไทย"
๒ ยุค ๒ สมัย ใน ๑ ลีลา
เมื่อ "เดือนกันยา" มาเยือน