กากีกะสีเขียว


เพิ่มเพื่อน    

       อพิโธ่ อพิถัง กะละมังแตก ดรามากันได้ทุกๆ เรื่องที่มีชื่อ โจ๊ก หวานเจี๊ยบ-พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษา  (สบ 9) เทียบเท่า ผู้ช่วย ผบ.ตร.เข้าไปเกี่ยวข้อง ขนาดวันที่ ผู้ช่วยโจ๊ก เข้าไปรายงานต่อ ผบ.ปั๊ด-พล.ต.อ.สุวัฒน์  แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ในฐานะผู้บังคับบัญชา หลังได้รับการแต่งตั้ง ตำรวจสันติบาลได้เตรียมที่จอดรถไว้ให้บนอาคารจอดรถสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย ตำรวจสันติบาลได้นำป้ายประกาศมาติด เพื่อขอให้เคลื่อนรถคันหนึ่งที่จอดอยู่ช่องจอด 32 ออกจากพื้นที่ ด้วยข้อความระบุ "แจ้งเจ้าของรถเพื่อโปรดทราบช่องจอดนี้สำหรับ สง.พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษา (สบ 9) ตร.จึงขอให้ท่านเคลื่อนรถออก" ก็กลายเป็นเรื่องเป็นราวเป็นประเด็นเมาธ์ในทำนอง "นั่นไง..แค่มาวันแรกบารมีก็เปล่งประกาย" ทั้งๆ ที่  บิ๊กโจ๊ก ไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วย เพราะเป็นการทำตามหน้าที่ของตำรวจสันติบาล 3 ที่ดูแลพื้นที่ภายในรั้วกรมปทุมวัน  แต่พอมีชื่อ บิ๊กโจ๊ก เกี่ยวข้อง ประเด็นก็เกิดขึ้นทันที ๐

            ได้ฤกษ์คืนชีพ ด่านตรวจ อีกครั้งตั้งแต่กลางดึกวันที่  1 เมษายนที่ผ่านมา หลังจากหยุดมาเกือบครึ่งปี  ตามนโยบาย ผบ.ปั๊ด แม่ทัพใหญ่สีกากี สั่งเซตซีโรด่านทั่วประเทศ หากไม่สามารถแก้ปัญหา รีดไถ ที่กลายเป็นตราบาป ตำรวจ ในสายตาประชาชนได้ ครั้งนี้ได้ บิ๊กเด่น-พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร.มาเป็นเจ้าภาพใหญ่ในการขับเคลื่อน พร้อมแจกแจงเหตุผลปัดฝุ่นการตั้งด่านใหม่ ในทำนอง "ได้กลับมาศึกษาข้อดีข้อเสีย  จนคณะทำงานเห็นว่าการไม่มีด่านเลย จะมีข้อเสียเรื่องการบังคับใช้กฎหมายในด้านต่างๆ มีผู้ฝ่าฝืนกฎหมายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเมาแล้วขับ การขับจักรยานยนต์ในเลนห้ามวิ่ง เป็นอันตรายต่อผู้ใช้รถใช้ถนนท่านอื่น ปัญหาการไม่สวมหมวกกันน็อกเพิ่มมากขึ้น ปัญหายาเสพติด รวมไปถึงการหลบหนีเข้าเมืองของแรงงานต่างด้าว หากไม่มีด่านสกัดต่างๆ"...ถ้าเป็นไปตามเหตุผลที่ชี้แจงก็น่าสนับสนุนการตั้งด่านอีกครั้ง แต่สิ่งที่ "บิ๊กเด่น" ต้องคุมเข้มคือเรื่องการ รีดไถ ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นปิดปัญหาหนึ่ง แต่ไปสร้างอีกปัญหาหนึ่งให้เกิดขึ้นในสังคม ซ้ำเติม "ประชาชน" ในยุคเศรษฐกิจฝืดเคืองเช่นนี้ ๐

            คู่มือตำรวจท่องโลกโซเชียล ที่ บิ๊กหิน-พล.ต.อ.วิสนุ  ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) เคาะออกมาให้ ตำรวจ ปฏิบัติอย่างเคร่งครัด เคาะออกมาแล้วแบ่งเป็น 9 ประเภทข้อมูลข่าวสารที่ตำรวจไม่ควรเผยแพร่ ประกอบด้วย 1.ข้อมูลข่าวสารที่มีเนื้อหาพาดพิง หรือส่งผลในทางลบต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ 2.ข้อมูลที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ หรือกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ 3.ข้อมูลที่มีเนื้อหาลักษณะยั่วยุ เสียดสี บิดเบือน หรือโฆษณาชวนเชื่อ สร้างความแตกแยกต่อหน่วยงาน องค์กร สถาบัน สังคม รวมถึงการไม่เป็นกลางทางการเมือง 4.ข้อมูลความลับของทางราชการ 5.ข้อมูลที่เข้าข่ายการกระทำผิดตามประมวลกฎหมาย ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารทั้งของราชการและบุคคล รวมถึงการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาและกฎหมายอาญาใดๆ เช่น ภาพลามก อนาจาร 6.ข้อมูลที่ส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือต่อพยานหลักฐานทางคดี 7.ข้อมูลที่สร้างกระแสทางสังคมหรือก่อให้เกิดความตื่นตกใจ 8.ข้อมูลที่เป็นภัยคุกคาม ต่อระบบสารสนเทศ และเครือข่าย 9.ข้อมูลที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์อันดีของความเป็นข้าราชการตำรวจ ๐

            ส่วนนี่ก็อีกไม่กี่อึดใจน่าจะเป็นรูปธรรม หลังจาก ครม.เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ได้อนุมัติหลักการจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรม หน่วยงานระดับกองบังคับการ สังกัดกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) โดยจะมีฝ่ายอำนวยการ  ฝ่ายฝึกอบรม ฝ่ายวิชาการ และฝ่ายวิทยบริการ ศูนย์กลางการฝึกอบรมตำรวจแห่งนี้เน้นการฝึกอบรมพัฒนาทักษะในภารกิจถวายความปลอดภัยและอารักขาบุคคลสำคัญ การต่อต้านการก่อการร้าย การป้องกันปราบปรามอาชญากรรมเฉพาะด้านและอาชญากรรมองค์กร และทักษะทางยุทธวิธีและการปฏิบัติการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง  รวมทั้งบริหารและพัฒนาการศึกษาตามระเบียบแบบแผนและหลักสูตรตลอดจนปรับปรุงพัฒนาหลักสูตร ระบบการเรียนการสอน และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่ง บช.ก.ได้ยุบฝ่ายอำนวยการ 10 ในกองบังคับการอำนวยการ บช.ก. และปรับโอนภารกิจเกี่ยวกับการฝึกอบรมของกองกำกับการ 6 มารวมกับศูนย์ฝึกอบรม แต่สิ่งสำคัญเมื่อศูนย์ฝึกอบรมแห่งนี้เสร็จสิ้น จะทำให้ บช.ก.ที่มี บิ๊กต่อ-พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล กุมบังเหียน ผบช.ก. จะต้องเพิ่ม ผู้บังคับการศูนย์ฝึก ระดับ นายพล ขึ้นมาอีก 1 ตำแหน่ง  รวมทั้งยังมี รอง ผบก., ผกก., รอง ผกก., สว., รอง สว.และชั้นประทวนอีกจำนวนหนึ่ง

            รัฐบาลจัดวางกรณีของ "เมียนมา" เป็นเรื่องระดับนโยบายให้กระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้ชี้แจงสถานการณ์การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ชาวกะเหรี่ยงที่หนีภัยการสู้รบเข้ามาทาง จ.แม่ฮ่องสอน กองทัพบกซึ่งมีหน่วยปฏิบัติในพื้นที่ขอให้ "นิ่ง" ตั้งแต่ระดับผู้บังคับบัญชาลงมายันผู้ใต้บังคับบัญชา ส่วนกลาง พล.อ.ณรงค์พันธ์  จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก หลบฉากไม่ปะหน้าสื่อ  โดยนำนายพลที่รับตำแหน่งใหม่ถวายสัตย์ปฏิญาณตนต่อหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 หน้าหอประชุมกิตติขจร กองบัญชาการกองทัพบก เมื่อบ่ายวันพฤหัสบดีแบบเงียบๆ เลยไปถึงทีมงานโฆษก ทั้ง พล.ท.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ โฆษกกองทัพบก พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก ต่างรูดซิปปาก ไม่ตอบคำถามทุกช่องทางที่สื่อติดต่อไปทุกประเด็น

            กลายเป็นเรื่องที่วิพากษ์วิจารณ์เข้าทางข้อมูลที่สำนักข่าวในพื้นที่ได้รายงานภาพและข่าว ตำหนิแนวทางของไทยที่ไม่เปิดรับหรือช่วยเหลือผู้หนีภัยสงครามที่ข้ามแม่น้ำมาฝั่งไทย หลังจากมีการเอาคืนปฏิบัติการตีฐานทหารเมียนมา และปล่อยให้เป็นเรื่องของ เขา ไม่ใช่เรื่องของ เรา  ส่วนข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไรนั้นก็เป็นสิ่งต้องพิสูจน์ทราบ  สำหรับ บิ๊กต้น-พล.ท.อภิเชษฐ์ ซื่อสัตย์ แม่ทัพภาคที่ 3  ที่เคยชี้แจงลงรายละเอียดได้ แต่เมื่อมีนโยบายให้เป็นเรื่องของการต่างประเทศ ก็ต้องเงียบอย่างเดียว แจงได้แต่ข้อมูลการสนับสนุนจังหวัดที่ช่วยเหลือคนป่วยเท่านั้น

            หากหันไปดูข้อมูลดิบจะเห็นว่ามีหลายหน่วยงานเกี่ยวข้องกับการประสานงานช่วยเหลือ เพียงแต่ทหารเป็นกำลังพลระดับปฏิบัติบริเวณชายแดนที่มีกลไกประสานข่าวสารระหว่างสองฝั่ง โดยภาพรวมพื้นที่บริเวณดังกล่าวมีกองพลทหารราบที่ 4 ภายใต้การปฏิบัติของกองกำลังนเรศวร มี  พล.ต.อำนาจ ศรีมาก ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 4  ในฐานะ ผบ.กองกำลังนเรศวร ดูภาพรวมชายแดนตาก-แม่ฮ่องสอน ใช้กำลังของ ฉก.ร.4 ดูพื้นที่จังหวัดตาก และ  ฉก.ร.7 ดูพื้นที่ จ.แม่ฮ่องสอน มีการแบ่งซอยพื้นที่รายอำเภอให้ ร.7 ดูพื้นที่ อ.ปาย, อ.ปางมะผ้า ส่วนกรมทหารพรานที่ 36 มี พ.อ.สมรรถชัย แปงสาย ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 36 ดูแลพื้นที่ อ.สบเมย, อ.แม่สะเรียง

            ต้นเดือนเมษายนถึงวาระรับมอบตำแหน่งปรับย้ายนายทหารอีกวาระ พล.ต.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ เสนาธิการกองทัพภาคที่ 4 เข้ารับตำแหน่งผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 41 ค่ายวชิราวุธ จังหวัดนครศรีธรรมราช จาก พล.ต.ธิรา แดหวา ที่ไปดำรงตำแหน่งรองแม่ทัพภาคที่ 4 โดยกล่าวอำลาหน่วย และขอบคุณกำลังพล  ในการปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ จนทำให้ภารกิจต่างๆ บรรลุผลสำเร็จเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และทำให้มณฑลทหารบกที่ 41 ได้พัฒนาอยู่ในระดับมาตรฐาน และเป็นที่ยอมรับของหน่วยงานต่างๆ และประชาชน ๐

 


"โควิด" ก็เหอะ จ๋อยเป็นเหมือนกัน! เมื่อเจอ "ฮามาส-ปาเลสไตน์" กับ "อิสราเอล-ยิว" ถล่มใส่กันแหลก

"ควรมีคนเช่นนี้อยู่หรือ?"
โปรใหม่ "ล่าสุด" ชวนฉีด
"วาระแห่งชาติ" คืออะไร?
มหาดไทย "สะท้อนไทย"
๒ ยุค ๒ สมัย ใน ๑ ลีลา
เมื่อ "เดือนกันยา" มาเยือน