ไฟเขียวเพิ่มอัตราจ่าย 'ปลูกถ่ายตับ-เปลี่ยนหัวใจ'บัตรทอง

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 5/2569 เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ได้มีมติเห็นชอบข้อเสนอสมาคมปลูกถ่ายอวัยวะแห่งประเทศไทย เรื่องขอปรับปรุงอัตราจ่ายชดเชยบริการปลูกถ่ายตับและเปลี่ยนหัวใจในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท) โดยใช้งบประมาณที่ประหยัดได้จากการปรับอัตราชดเชยค่ายากดภูมิคุ้มกันมาบริหารจัดการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจ่ายชดเชยให้สอดคล้องกับต้นทุนบริการมากขึ้น

นายพัฒนา กล่าวว่าการปลูกถ่ายอวัยวะเป็นบริการสำคัญที่ช่วยรักษาชีวิตผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคตับระยะรุนแรง เด็กที่จำเป็นต้องปลูกถ่ายตับ และผู้ป่วยหัวใจล้มเหลวระยะสุดท้าย การปรับอัตราจ่ายครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการปรับตัวเลขเบิกจ่าย แต่เป็นการเสริมความมั่นคงของระบบบริการ ทำให้หน่วยบริการสามารถดูแลผู้ป่วยได้อย่างต่อเนื่อง ลดภาระต้นทุนที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์จริง และเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยสิทธิบัตรทองเข้าถึงการรักษาที่ซับซ้อนและมีค่าใช้จ่ายสูงได้อย่างเป็นธรรม

สาระสำคัญของมติครั้งนี้ คือ ปรับเพิ่มค่าใช้จ่ายเตรียมตัวก่อนผ่าตัดสำหรับผู้รับบริจาค จาก 30,000 บาทต่อราย เป็น 40,000 บาทต่อราย และสำหรับผู้บริจาคที่มีชีวิต จาก 40,000 บาทต่อราย เป็น 45,000 บาทต่อราย ขณะเดียวกัน ปรับค่าผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจเป็นเหมาจ่าย 600,000 บาทต่อราย และปรับค่าผ่าตัดปลูกถ่ายตับในเด็กเป็น 660,000 บาทต่อราย

สำหรับการปลูกถ่ายตับในผู้ใหญ่ โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคตับแข็งระยะกลางและระยะสุดท้าย ได้ปรับจากเดิมที่เหมาจ่ายรวมค่าผ่าตัดตับจากผู้บริจาคและค่าผ่าตัดปลูกถ่ายตับในผู้รับบริจาค 600,000 บาทต่อราย เป็นการแยกจ่ายให้ชัดเจน ได้แก่ ค่าผ่าตัดตับจากผู้บริจาค 200,000 บาทต่อราย และค่าผ่าตัดปลูกถ่ายตับในผู้รับบริจาค 660,000 บาทต่อราย เพื่อสะท้อนภาระบริการที่เกิดขึ้นจริงมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังเพิ่มการชดเชยค่ารักษาในกรณีผู้ป่วยปลูกถ่ายอวัยวะเกิดภาวะแทรกซ้อนจากเชื้อไซโตเมกาโลไวรัส (Cytomegalovirus : CMV) ซึ่งมักพบในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำหลังการผ่าตัดปลูกถ่ายอวัยวะ โดยกำหนดอัตราชดเชยสำหรับการป้องกันและรักษาการติดเชื้อ CMV จำนวน 180,000 บาทต่อราย และกรณีตรวจพบเชื้อ CMV ในกระแสเลือด จำนวน 40,000 บาทต่อราย จากเดิมที่ยังไม่มีรายการชดเชยค่าใช้จ่ายส่วนนี้ ช่วยให้โรงพยาบาลสามารถดูแลรักษาผู้ป่วยได้ครอบคลุมมากขึ้น

นายพัฒนา กล่าวต่อว่า การปรับลดอัตราชดเชยค่ายากดภูมิคุ้มกันไม่ได้กระทบคุณภาพการรักษา แต่เป็นการปรับให้สอดคล้องกับราคายาที่ลดลง โดยหลังผ่าตัดเดือนที่ 13-24 ปรับจาก 20,000 บาทต่อเดือน เป็น 18,000 บาทต่อเดือน และหลัง 24 เดือนขึ้นไป ปรับจาก 15,000 บาทต่อเดือน เป็น 13,000 บาทต่อเดือน ส่วนนี้ทำให้สามารถนำงบที่ประหยัดได้กลับมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการดูแลผู้ป่วยปลูกถ่ายอวัยวะในส่วนอื่น ๆ ได้อย่างเหมาะสม สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการกองทุน

ด้าน นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า ภาพรวมการบริหารงบประมาณครั้งนี้ เป็นการจัดสรรภายในสิทธิประโยชน์เดิมให้เกิดความคุ้มค่า โดยกรณีเปลี่ยนหัวใจ แม้มีรายการที่ต้องใช้งบเพิ่มประมาณ 4.945 ล้านบาท แต่การปรับค่ายากดภูมิทำให้ประหยัดได้ประมาณ 5.112 ล้านบาท ส่วนการปลูกถ่ายตับในเด็กและผู้ใหญ่ใช้งบเพิ่มรวมประมาณ 14.129 ล้านบาท แต่ประหยัดจากค่ายากดภูมิได้ประมาณ 19.056 ล้านบาท ทำให้ภาพรวมยังบริหารได้ภายใต้งบประมาณที่มีอยู่

นอกจากนี้ บอร์ด สปสช. ยังมอบให้ สปสช. รับข้อเสนอของคณะอนุกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์ไปดำเนินการร่วมกับสภากาชาดไทย สมาคมปลูกถ่ายอวัยวะแห่งประเทศไทย Service Plan สาขาปลูกถ่ายอวัยวะ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาระบบปลูกถ่ายอวัยวะแบบครบวงจร ทั้งการสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชน การส่งเสริมการบริจาคอวัยวะ การดูแลผู้บริจาค การจัดเก็บอวัยวะ และการดูแลสุขภาพหลังการบริจาค เพื่อให้ระบบปลูกถ่ายอวัยวะของประเทศเดินหน้าได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปิดตำนานกัญชาริมทาง! ครม.ไฟเขียวกฎหมายใหม่ หมดใบอนุญาต ต้องเปลี่ยนเป็นสถานพยาบาล-มีหมอประจำ

ครม.ไฟเขียวร่าง พ.ร.บ.ควบคุมกัญชา ขณะ "พัฒนา" ยืนยัน กัญชาใช้เพื่อ "การแพทย์เท่านั้น" ลุยเพิ่มบทลงโทษหนักขึ้น เผยร้านค้าเดิม หลังหมดใบอนุญาตต้องปรับเป็นสถานพยาบาล มีหมอประจำ-สั่งจ่ายยาเท่านั้น เตรียมส่งทีมสแกนเข้มทั่วประเทศ โดยเฉพาะเมืองท่องเที่ยว

“พัฒนา” มอบรางวัล อย.ควอลิตี้ อวอร์ด ปี 2569 ผลักดันผลิตภัณฑ์ไทยสู่ “ผลิตภัณฑ์สุขภาพระดับโลก” สร้างความมั่นใจผู้บริโภค

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มอบรางวัล อย.ควอลิตี้ อวอร์ด ประจำปี 2569 ให้แก่สถานประกอบการและผลิตภัณฑ์สุขภาพดีเด่น รวม 119 รางวัล ครอบคลุมทั้งอาหาร ยา ผลิตภัณฑ์สมุนไพร เครื่องมือแพทย์ เครื่องสำอาง วัตถุอันตราย และผลิตภัณฑ์สุขภาพชุมชน หวังยกระดับผลิตภัณฑ์ไทยสู่ “ผลิตภัณฑ์สุขภาพระดับโลก” สร้างความมั่นใจและความปลอดภัยต่อผู้บริโภค สร้างมูลค่าเศรษฐกิจ เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันตามนโยบายเศรษฐกิจสุขภาพ

“รมว.พัฒนา” ยัน รัฐบาลไม่เอาบุหรี่ไฟฟ้า 100% มอบนโยบายจัดตั้งคณะทำงานกำหนด KPI ร่วม สสส. - สธ. เห็นชอบแผนเลิกยาสูบ-นิโคติน แบบไร้รอยต่อ

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในฐานะรองประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) คนที่ 1 เป็นประธานการประชุมกรรมการกองทุนฯ ครั้งที่ 7/2569

'ยามะเร็งพระราชทาน' ส่งถึงรพ.แล้ว 2.88 พันกล่อง คาด ต.ค. กระจายครบ

รัฐบาลเผยยามะเร็งพระราชทาน 'IMCRANIB' กระจายให้โรงพยาบาลแล้ว 2,880 กล่อง ผู้ป่วยสิทธิบัตรทองได้รับยาแล้ว 215 ราย คาดกระจายครบ 23,000 กล่อง ภายในเดือนตุลาคม