
9 ก.ย. 2569 - รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร คณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เผยแพร่าบทความ เรื่อง ผู้แทนราษฎร หรือ คุณหนูทางการเมือง มีเนื้อหาดังนี้
ภาพข่าวที่ สส.คนหนึ่ง ออกมาสะท้อนปัญหาว่า การประชุมสภาดึกทำให้ไม่มีอาหารกิน ซึ่งอาจกระทบต่อสุขภาพ ยิ่งหนักหนาสำหรับคนเป็น “โรคกระเพาะ” แถมเชื่อมโยงไปถึงเรื่องของ “สิทธิแรงงาน” นั้น เป็นเรื่องที่ควรถูกตั้งคำถามอย่างจริงจัง
ไม่ใช่เพราะ ส.ส. ควรอดข้าว
ไม่ใช่เพราะ ส.ส. ไม่ควรมีสิทธิได้รับสวัสดิการ
และไม่ใช่เพราะการประชุมดึกแล้วไม่มีอาหารเป็นเรื่องที่ควรถูกละเลย
แต่ “ความพิกลพิการทางจิตสำนึก” ของคนที่เป็น “ผู้แทนราษฎร” ต่างหากที่เป็นคำถาม
ในประเทศที่ประชาชนหาเช้ากินค่ำหลายสิบล้านคน ต้องทำงานกะดึกควงเวร แบกหาม ควงกะโรงงาน ขับรถส่งอาหาร หรือพยาบาลที่แทบไม่ได้นั่งพัก คนเหล่านี้ได้ค่าแรงขั้นต่ำวันละไม่กี่ร้อยบาท น้อยกว่าเงินเดือน สส. เป็นสิบเท่า ไม่มีแม้กระทั่งสวัสดิการพื้นฐาน หรืออาหารกะดึกฟรี แต่ไม่เคยมีแรงงานตัวจริงคนใดออกมาร้องแรกแหกกระเชอว่า “ไม่มีใครหาข้าวให้กินตอนดึก คือการละเมิดสิทธิแรงงาน”
ทว่า ส.ส. ผู้ทรงเกียรติ ที่รับเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งกว่าแสนบาท มีผู้ช่วยอีก 8 คน มีเบี้ยประชุม มีเอกสิทธิ์ และมีงบประมาณแผ่นดินที่มาจากภาษีประชาชนคอยประคบประหงมทุกฝีก้าว กลับมีหน้ามายกมือแถลงข่าว ว่าการไม่มีอาหารกินตอนดึกในบางครั้งที่สภาประชุมยาว คือการ “ละเมิดสิทธิแรงงาน”
คำถามคือ สส.หลงลืมไปแล้วหรือว่า ก้าวเข้ามาในสภาแห่งนี้ในฐานะอะไร ประชาชนเลือกเข้ามาเพื่อ “แก้ปัญหาปากท้องของราษฎร” ไม่ใช่เลือกเข้ามาเพื่อให้ตีโพยตีพายเรื่อง “กระเพาะอาหารของตัวเอง”
ในยามหาเสียง สส.เดินยกมือไหว้จรดหัว กราบกรานราษฎรทั้งสิบทิศ รับปากจะแบกรับความทุกข์ยากของแผ่นดิน แต่พอเข้ามาเสวยอำนาจในห้องแอร์ แค่ประชุมดึกนาน ๆ ครั้งเพื่อทำหน้าที่ออกกฎหมายให้ประเทศ กลับบ่นเรื่องอาหาร และความไม่มีปัญญาแม้แต่จะวางแผนสั่งข้าวกล่องมากินด้วยตนเอง จนต้องขึ้นโพเดียมแถลงข่าว จี้ให้ประธานสภาทบทวนสวัสดิการ ถ้าเรื่องแค่นี้ยังจัดการตัวเองไม่ได้ ประชาชนจะหวังพึ่งสติปัญญาใดไปแก้ปัญหาของชาติ
ตำแหน่ง ส.ส. เป็นตำแหน่งแห่งความเสียสละและเกียรติยศ มิใช่บันไดก้าวเข้าสู่การเป็น “คุณหนูทางการเมือง” ที่ต้องมีคนคอยป้อนข้าวป้อนน้ำ หรือเอานมใส่ปากให้ตลอด 24 ชั่วโมง ประเทศนี้มีคนจนและคนอดอยากมากเกินพอแล้ว อย่าปล่อยให้รัฐสภาอันทรงเกียรติ กลายเป็นสถานที่บ่มเพาะนักการเมืองที่ยิ่งมีอำนาจ ยิ่งสำออย และยิ่งหลงลืมว่าความอดมื้อกินมื้อที่แท้จริงของประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจเป็นอย่างไร
หากการอดข้าวดึกยามประชุมสภา ทำให้ต้องเสียสุขภาพ ก็ได้แต่หวังว่า อาการของ สส.ที่อดอาหารเหล่านี้ ควรจะเป็นให้หนัก จนถึงกับไม่สามารถกลับมาปฏิบัติหน้าที่ได้อีกเลยก็ยิ่งดี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อ.บุญส่ง' ค้าน ยุบ อบต. ชี้เป็นการแก้ปัญหาปลายเหตุ หลีกหนีการปฏิรูปราชการไทย
รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร คณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เผยแพร่บทความเรื่อง ยุบ อบต.: แก้ปัญหาปลายเหตุ หรือหลีกหนีการปฏิรูปราชการไทย มีเนื้อหาดังนี้
'อ.บุญส่ง' ชี้ข้อโต้แย้งดุษฎีนิพนธ์ 'ณัฐพล' ต้องปกป้องมาตรฐานทางวิชาการ ไม่ใช่ปกป้องตัวบุคคล
รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธรคณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เผยแพร่บทความ เรื่อง ต้องปกป้องมาตรฐานทางวิชาการ ไม่ใช่ปกป้องตัวบุคคล มีเนื้อหาดังนี้
กฎหมายนิรโทษกรรม จุดเริ่มต้นของการเยียวยา ไม่ใช่จุดจบของความยุติธรรม
รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร คณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เผยแพร่บทความ เรื่อง กฎหมายนิรโทษกรรม : จุดเริ่มต้นของการเยียวยา ไม่ใช่จุดจบของความยุติธรรม มีเนื้อหาดังนี้
เมื่อรัฐ 'บังคับ' ให้พ่อแม่ต้องบอกว่า 'ลูกไม่ได้เลี้ยงดู' เลิกมองความยากจนแบบ 'ขาว-ดำ'
รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร สถาบันรัฐประศาสนศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยรังสิต เผยแพร่บทความเรื่อง เมื่อรัฐ “บังคับ” ให้พ่อแม่ต้องบอกว่า “ลูกไม่ได้เลี้ยงดู” มี่เนื้อหาดังนี้
ตบหน้าส้ม! 'ยุบองคมนตรี' ความเข้าใจประชาธิปไตยที่คับแคบ
รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร สถาบันรัฐประศาสนศาสตร์และนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยรังสิต เผยแพร่บทความเรื่อง "องคมนตรี กับความเข้าใจที่คับแคบต่อประชาธิปไตย"
นักวิชาการ สั่งสอนพรรคส้ม สร้างวาทกรรมผูกขาดประชาธิปไตย
รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร สถาบันรัฐประศาสนศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยรังสิต เขียนบทความเรื่อง วาทกรรม“ประชาชน”: เมื่อการอ้างประชาธิปไตย คือการผูกขาด

