
24 ก .ค.2529-ที่โรงแรมดุสิตธานี นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (รมว.สธ.)พร้อมด้วย นพ.ศักดา อัลภาชน์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ดร. นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก คณะผู้บริหาร Global Wellness Institute และภาคีเครือข่ายผู้สนับสนุนหลัก 8 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) องค์การเภสัชกรรม สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) สำนักงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ (สทนว.) กลุ่มบีดีเอ็มเอส เวลเนส บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) บริษัทชีวาศรม อินเตอร์เนชั่นแนล เฮลท์ รีสอร์ท และ บริษัท แวลู ซอร์สซิ่ง จำกัด ร่วมกันแถลงข่าว Global Wellness Summit 2026 (GWS 2026) ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10–13 พฤศจิกายน 2569 ณ จังหวัดภูเก็ต ภายใต้แนวคิด “The Science, Art and Soul of Wellness : วิทยาศาสตร์ ศิลปะ และจิตวิญญาณแห่งสุขภาพที่ดี”
นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สธ.กล่าวว่า การที่ประเทศไทยได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพจัดงาน GWS 2026 เป็นสิ่งยืนยันถึงศักยภาพของการเป็นหมุดหมายด้านสุขภาพอันดับหนึ่งที่ทั่วโลกไว้วางใจ ในนามของรัฐบาลไทย ต้องขอขอบคุณคณะผู้บริหาร Global Wellness Summit ที่ให้ความไว้วางใจเลือกประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในครั้งนี้ ข้อมูลล่าสุดจาก Global Wellness Institute (GWI) ชี้ว่า ในปี 2567 (ค.ศ. 2024) เศรษฐกิจเวลเนสโลกมีมูลค่าสูงถึง 6.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 230 ล้านล้านบาท ขณะที่ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็น ตลาดเวลเนสอันดับ 24 ของโลก ด้วยมูลค่าเศรษฐกิจ 42.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.45 ล้านล้านบาท) เติบโต 10.1% สะท้อนศักยภาพของไทยในการก้าวสู่หนึ่งในศูนย์กลางอุตสาหกรรมเวลเนสของโลก เฉพาะภาคการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพมีความแข็งแกร่งเป็นอันดับ 15 ของโลก รัฐบาลจึงตั้งเป้าใช้จังหวัดภูเก็ตเป็นพื้นที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่ม Hi-End และนักลงทุนที่มีศักยภาพ เพื่อเพิ่มค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อทริป กระตุ้นการลงทุนและขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างความมั่งคั่งให้แก่ประเทศ

นอกจากนี้ การเป็นเจ้าภาพจัดงาน Global Wellness Summit 2026 (GWS 2026) ยังสะท้อนวิสัยทัศน์ของรัฐบาลไทยในการขับเคลื่อนประเทศสู่การเป็นศูนย์กลางเวลเนสระดับโลก (Global Wellness Hub) โดยมุ่งสร้างผลกระทบเชิงบวกใน 3 มิติสำคัญ ได้แก่ 1. ด้านเศรษฐกิจ ผ่านการยกระดับมูลค่าอุตสาหกรรมสมุนไพร นวดไทย ผลิตภัณฑ์และบริการสุขภาพ ควบคู่กับการกระตุ้นการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและการกระจายรายได้สู่ชุมชน 2. ด้านซอฟต์พาวเวอร์ โดยผลักดันภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกสู่การยอมรับในระดับนานาชาติ บนพื้นฐานของวิทยาศาสตร์ นวัตกรรม และมาตรฐานการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและการส่งเสริมสุขภาวะระยะยาว (Preventive & Longevity Care) และ 3. ด้านระบบนิเวศสุขภาพ (Wellness Ecosystem) ผ่านการเชื่อมโยงเครือข่ายตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่ผู้ผลิตสมุนไพร ผู้ประกอบการสปาและเวลเนส คลินิกและสถานพยาบาล ไปจนถึงเครือข่ายพันธมิตรระดับนานาชาติ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมเวลเนสไทยอย่างครบวงจรและยั่งยืน
“ขอเชิญชวนกลุ่มนักลงทุน องค์กรภาคธุรกิจ องค์กรภาครัฐ กลุ่มนักวิชาการ และผู้สนใจด้านสุขภาพจากทั่วโลก มาพบกันที่จังหวัดภูเก็ต ในการประชุม GWS 2026 ระหว่างวันที่ 10-13 พฤศจิกายน 2569 เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ สร้างเครือข่าย และออกแบบอนาคตของโลกแห่งสุขภาวะร่วมกัน” นายพัฒนากล่าว
ด้าน ซูซี เอลลิส (Susie Ellis) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Global Wellness Institute (GWI) กล่าวถึงเหตุผลที่เลือกประเทศไทยว่า ไม่มีสถานที่ใดที่จะเหมาะสมไปกว่าประเทศไทยในการสำรวจอนาคตนี้อีกแล้ว ที่ซึ่งประเพณีการดูแลสุขภาพแบบดั้งเดิมที่มีมาอย่างยาวนาน กำลังถูกผสานรวมเข้ากับความพยายามอันน่าประทับใจ เพื่อก้าวสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์-สุขภาพ (Medical-Wellness) และการแพทย์เชิงป้องกันแห่งใหม่ล่าสุดของโลก

นางแคทธี เฟลิเซียโน-ชอน หุ้นส่วนผู้จัดการ ฟินน์ พาร์ตเนอร์ส ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และประธานร่วมการจัดงาน Global Wellness Summit 2026 กล่าวว่า เป็นครั้งแรกของประเทศไทย ในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม GWS ซึ่งถือว่าเป็นการประชุมดาวอสภาค Wellness ของโลก สืบเนื่องจาก อุตสาหกรรมเวลเนสโลก มีแนวโน้มเติบโตอย่างรวดเร็ว โตจากปี2019 ประมาณ 35% หรือมีขยายอัตราเร็ว 7.6 % ต่อปี คาดว่าในปี 2029 คาดว่ามูลค่ารวมพุ่งทะยานใกล้ 10 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ จากปัจจุบันอุตสาหกรรมเวลเนส โลก มีมูลค่า 6.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่กว่าอุตสาหกรรมยา ที่มีมูลค่า 1.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเศรษฐกิจเวลเนส โตกว่าอุตสาหกรรมยาถึง 4เท่า หรือสัดส่วนเป็น 60% ของค่าใช้จ่ายสุขภาพของทั่วทั่งโลกซึ่งรวมถึงการใช้จ่ายของทั้งผู้บริโภคและภาครัฐที่มีมูลค่าสูงถึง11.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
นอกจากนี้ การทื่ปัจจุบันศูนย์กลางเวลเนสโลกนั้นอยู่ที่เอเชีย ซึ่งเป็นเวลเนสทั้งในเชิงการแพทย์และเชิงป้องกันสุขภาพ และเอเชียยังมีศาสตร์ความรู้ที่เป็นภูมิปัญญาเก่าแก่ นับพันปี เป็นการผนวกรวมความรู้ดั้งเดิมเข้ากับเทรนด์เวลเนสยุคปัจจุบัน ซึ่งเชื่อมโยงกับการมีอายุยืนยาวหรือที่เรียกว่า Longevity อันเป็นสิ่งที่ชาติตะวันตกกำลังให้ความสนใจ ทำให้หลังโควิดชะลอการระบาด ในช่วงปี2021-2023 ตลาดเวลเนสเอเชียกลับมาเติบโตสูงสุดในโลกถึง 9.3%ในปี2024ดันมูลค่าตลาดทะลุ 2ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ พุ่งทะยาน 74% เมื่อเทียบกับปี2019 ที่เกิดโควิดระบาด ในปี2024 เอเชียยังทำสถิติจำนวนทริป เชิงเวลเนสรวม 563 ล้านทริป แซงหน้ายุโรปที่มีจำนวน 348 ล้านทริป
สำหรับ ประเทศไทยมีสิ่งที่เป็นภูมิปัญญาแบบดั้งเดิม และรัฐบาลมีนโยบายของรัฐบาลที่ให้การสนับสนุนให้ไทยให้เป็นเวลเนสระดับโลก ตลอดจนไทยยังมีแบรนด์ด้านเวลเนส ของภาคเอกชนอีกหลายรายที่เป็นที่รู้จักระดับนานาชาติ ที่สำคัญคือ ภาพรวมเวลเนสของไทยยังเติบโต แบบก้าวกระโดด จากมูลค่า 4.17 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2019 และชะลอตัวเหลือ 3.1หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี2020 และกลับมาฟื้นตัวขึ้นเป็น 3.9 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี2023 และมาแตะเป็น 4.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024 ทำให้ไทยครองอันดับ 24 ของโลก ยิ่งไปกว่านั้นด้วยอัตราเติบโตสูงถึง10% ต่อปี ในปี 2024 ทำให้ประเทศไทยก้าวขึ้นสู่การเป็นประเทศที่เวลเนสเติบโตเร็วที่สุดเป็นอันดับ 7ของโลก การท่องเที่ยวเชิงเวลเนสถือว่าเป็นธุรกิจที่ใหญ่ที่สุด โดยจัดอันดับที่ 15 ของโลกด้วยมูลค่าสูงถึง1.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และในปี2024 ที่อัตราท่องเที่ยวเชิงเวลเนสของไทยโตถึง 36.4 %ส่งผลให้ไทยกลายเป็นผู้นำด้านการเติบโตเร็วที่สุดเป็นอันดับ 3ของโลก นอกจากนี้การที่ธุรกิจอสังหาฯ เพื่อสุขภาพ โต22.9% ธุรกิจสปาโต 18% ถือเป็นอีก2ธุรกิจเวลเนสที่เติบโตที่แรงที่สุดในไทย
“ประเทศไทย perfect. ที่สุด ในความเป็นเวลเนส ทั้งในเชิงป้องกันและมีfacility ซึ่งจะเป็นรากฐานของเวลเนสในอนาคตต่อไป โดยการประชุมครั้งนี้ จะทำให้ผู้นำเวลเนสระดับโลกรับรู้ร่วมกัน และเราจะมาหารือแลกเปลี่ยนอนาคตของเวลเนสว่าจะเป็นอย่างไร”
นพ.ศักดา อัลภาชน์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขมุ่งขับเคลื่อนระบบสุขภาพที่ยั่งยืน สอดรับกับทิศทางประเทศที่ยกระดับอุตสาหกรรมสุขภาพและเวลเนสเป็นหนึ่งในเศรษฐกิจแห่งอนาคต โดยเชื่อม การโยงศักยภาพด้านการแพทย์ การแพทย์แผนไทย สมุนไพร และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เข้ากับเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่ การจัดงาน GWS 2026 จึงเป็นเวทีสำคัญในการเชื่อมโยงความร่วมมือ การลงทุน และเครือข่ายสุขภาพระดับโลก ที่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านการแพทย์และเวลเนสของภูมิภาคอย่างยั่งยืน

ขณะที่ ดร. นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เร่งขับเคลื่อนเวลเนสเชิงพื้นที่ผ่าน Thai Wellness Destination (TWD) ยกระดับสถานประกอบการสู่ “ศูนย์เวลเนสอัตลักษณ์ไทย” และThai Wellness Community (TWC) พัฒนาชุมชนต้นแบบ สร้างมูลค่าจากสมุนไพร การแพทย์แผนไทยและภูมิปัญญาท้องถิ่น ภายใต้ 3 เสาหลักเศรษฐกิจสุขภาพ ได้แก่ การผสานภูมิปัญญากับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การยกระดับสู่มาตรฐานสากลและเศรษฐกิจมูลค่าสูง และการผลักดันสู่เชิงพาณิชย์และการส่งออก โดย GWS 2026 จะเป็นเวทีเชื่อมไทยกับผู้นำและนักลงทุนระดับโลก ซึ่งคาดว่าประเทศไทยจะเป็นศูนย์กลาง wellness ของโลกและเกิดการต่อยอดการลงทุน การท่องเที่ยวคุณภาพสูง และมูลค่าทางเศรษฐกิจในระยะยาว ซึ่งนักลงทุน ผู้นำธุรกิจองค์กรภาครัฐ นักวิชาการ และบุคลากรทางการแพทย์ทั่วโลก
ทั้งนี้คาดว่าจะมีผู้เช้าร่วมประชุม GWS 2026 จำนวน 600 คน ไม่รวมผู้ติดตาม คาดว่าจะทำให้เงินสะพัดระหว่างการประชุมที่ภูเก็ต ประมาณ 300 ล้านบาท ซึ่งเป็นมูลค่ามากกว่าการจัดงานประชุมทั่วไปถึง 15 เท่า

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
PROUD ปลื้ม’รมย์ คอนแวนต์’ ลักชัวรีเวลเนสคอนโดพร้อมอยู่ขายแล้ว 90%
PROUD เปิด ‘รมย์ คอนแวนต์’ คอนโดฯลักชัวรี พร้อมอยู่ย่านสาทร-สีลม มูลค่าลงทุน 4,150 ล้านบาท ชูแนวคิดดูแลสุขภาพผู้พักอาศัยแบบองค์รวมแห่งแรกกระแสแรงยอดขายถึง 90% พร้อมเปิดรับดีมานด์โค้งสุดท้าย 10 ยูนิตเอ็กซ์คลูซีฟ เริ่มต้น 21.9 ล้านบาท

