'ไม่ยอมจำนน'เปลี่ยนเสียงผู้บริโภค เป็นงานศิลป์นิทรรศการSPEAK UP!

นับเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่นำปัญหาและประสบการณ์จริงของผู้บริโภคที่เผชิญความไม่เป็นธรรมจากการซื้อสินค้าออนไลน์ การเดินทาง สายสื่อสาร หรือห้องเช่าเอารัดเอาเปรียบ มาเล่าผ่านงานศิลปะอย่างจริงจังในนิทรรศการ “SPEAK UP : เราต้องไม่ยอมจำนน”  ที่หอศิลปกรุงเทพฯ 

นิทรรศการนี้สภาผู้บริโภคเสนอเป็นรูปแบบใหม่ของการสื่อสารเรื่องสิทธิผู้บริโภค เปลี่ยนปัญหาที่มักพบในรูปคำร้องเรียน เอกสาร ข้อกฎหมาย หรือตัวเลข ให้กลายเป็นประสบการณ์ที่ผู้ชมสัมผัสได้ โดยเฉพาะเมื่อปัญหาผู้บริโภคเป็นเรื่องใกล้ตัว  ชวนให้ผู้ชมมองเห็นสิทธิของตัวเอง กล้าตั้งคำถามต่อสิ่งที่ไม่เป็นธรรม และตระหนักว่าเสียงของผู้บริโภคสามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงได้

โอกาสนี้ นางศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดนิทรรศการ พร้อมด้วย รศ.ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. นางสาวบุญยืน  ศิริธรรม ประธานสภาผู้บริโภค และนางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาผู้บริโภค ร่วมงาน เมื่อวันก่อน 

นางสาวบุญยืน ศิริธรรม ประธานสภาผู้บริโภค กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของสภาผู้บริโภคมาจากพลังของประชาชนที่เคยถูกเอาเปรียบและตกอยู่ในภาวะยอมจำนน ก่อนรวมตัวกันเพื่อผลักดันสิทธิผู้บริโภค จนเกิดเป็นองค์กรของผู้บริโภคที่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของประชาชน สภาผู้บริโภคเชื่อมาตลอดว่า พลังผู้บริโภค คือพลังแห่งการเปลี่ยนแปลง คนตัวเล็ก ๆ คนเดียวอาจไม่มีแรงพอจะต่อสู้กับความไม่เป็นธรรม แต่ถ้าเรารวมเสียงกัน จับมือกัน เราจะกลายเป็นพลังที่ใครก็มองข้ามไม่ได้ 

 “ การเลือกใช้ศิลปะมีความหมายมากกว่าความสวยงาม เพราะเบื้องหลังเรื่องร้องเรียนคือคนที่ได้รับความเดือดร้อนจริง เมื่อความทุกข์ถูกถ่ายทอดเป็นเพียงตัวเลขหรือรายงาน ผู้คนอาจไม่รู้สึกถึงผลกระทบ แต่เมื่อกลายเป็นภาพและเรื่องเล่า เสียงที่เคยถูกมองข้ามสามารถมองเห็นได้ชัดขึ้น หัวใจของงานเมื่อพบความไม่ถูกต้องให้ลุกขึ้นมาส่งเสียงเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม ” นางสาวบุญยืน กล่าว

 

นางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาผู้บริโภค กล่าวว่า จากการทำงานด้านผู้บริโภคมา30 ปี สิ่งหนึ่งที่พบคือสังคมไทยมักถูกสอนให้หลีกเลี่ยงปัญหาและอดทนเมื่อถูกเอาเปรียบ ร้องทุกข์หนึ่งครั้ง ดีกว่าบ่นพันครั้ง เพราะการบ่นไม่เคยเปลี่ยนอะไร แต่การพูดออกมาให้ถูกที่ถูกทางต่างหากที่เปลี่ยนได้จริง คนที่ลุกขึ้นมาร้องเรียนไม่ใช่คนเรื่องมาก แต่คือทัพหน้า เป็นคนที่ยอมออกแรงแทนคนอีกเป็นล้านที่อาจเจอปัญหาเดียวกัน แต่เลือกที่จะเงียบ  5 ปีที่ผ่านมา สภาผู้บริโภครับเรื่องร้องเรียนแล้วมากกว่า 68,000 เรื่อง และช่วยเยียวยาความเสียหายคืนให้ผู้บริโภคได้หลายร้อยล้านบาท

นิทรรศการ SPEAK UP ไม่ได้หยุดอยู่ที่สะท้อนปัญหา แต่เชื่อมประเด็นนโยบายที่สภาผู้บริโภคขับเคลื่อนช่วยผู้เดือดร้อน ประเด็นแรก มาตรการยืนยันตัวตนคนขายออนไลน์ (e-KYM) แก้ปัญหาร้านค้าและผู้ขายที่ไม่สามารถตรวจสอบตัวตนได้ ผลักดันให้ผู้บริโภครู้ได้ว่ากำลังซื้อสินค้ากับใครและใครต้องรับผิดชอบเมื่อเกิดความเสียหาย ล่าสุด สคบ. รับข้อเสนอไปดำเนินการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ETDA 

ประเด็นที่สอง  จัดระเบียบสายสื่อสารทั่วประเทศจากปัญหาสายห้อยต่ำ รกรุงรัง เสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สิน ผลักดันให้ตัวแทนผู้บริโภคร่วมติดตามการจัดระเบียบสายสื่อสารกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครอบคลุมทั่วไทย เสนอให้มีกลไกเยียวยาผู้เสียหาย

ประเด็นที่สาม พัฒนาระบบขนส่งสาธารณะท้องถิ่นที่ทั่วถึงและเป็นธรรม ยืนยันหลักการว่าการเดินทางไม่ควรเป็นสิทธิของคนที่มีเงินหรือมีรถส่วนตัวเท่านั้น สภาผู้บริโภคเสนอให้ค่าเดินทางทั้งระบบไม่เกินร้อยละ 10 ของค่าแรงขั้นต่ำ และประชาชนควรเข้าถึงขนส่งสาธารณะได้ในระยะไม่เกิน 500 เมตรจากบ้าน

ประเด็นที่สี่ สัญญาห้องเช่า – หอพักที่เป็นธรรม หลังพบปัญหาการเรียกเก็บค่าน้ำ ค่าไฟ เงินประกัน และเงื่อนไขสัญญาที่เอาเปรียบผู้เช่า สภาฯ ผลักดันจนเกิดประกาศควบคุมสัญญาธุรกิจให้เช่าที่พักอาศัย พ.ศ. 2568  แต่ต้องติดตามการบังคับใช้

ภายในนิทรรศการจัดแสดงผลงาน ทั้งหมด 172 ภาพ ที่กลั่นมาจากเรื่องจริงของผู้บริโภค ถ่ายทอดผ่านมุมมองและภาษาศิลปะที่แตกต่างกันของ 2 ศิลปิน  บุญเชิด เข็มเงิน ศิลปินและนักวาดภาพประกอบ ใช้ถ่านชาร์โคลลงเส้นสายบนกระดาษ ตีความการทำงานเชิงรุกผ่านภาพเล่าเรื่อง ถ่ายทอด 4 ประเด็นนโยบายสำคัญของสภาผู้บริโภค ให้เรื่องที่เต็มไปด้วยข้อมูลและรายละเอียด ที่ชวนให้มองเห็นปัญหาอีกมิติหนึ่ง

ขณะที่ จาริณี เมธีกุล โปรดิวเซอร์และศิลปินนำเสียง ความรู้สึก และเรื่องราวของประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ รวมถึงผู้คนที่ทำงานขับเคลื่อนเพื่อคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคกว่า 150 ชีวิต มาถ่ายทอดผ่านการปาดป้ายสีอะคริลิกสดใสจัดจ้านบนกระดาษปอนด์ ใบหน้าไม่เน้นเหมือนจริง หากบันทึกเรื่องราวและความรู้สึกของผู้คนไว้ผ่านสีและฝีแปรง

 สิ่งที่ปรากฎในผลงานศิลปะนิทรรศการ “SPEAK UP : เราต้องไม่ยอมจำนน” อาจเป็นเรื่องที่เราเคยพบ เคยเจ็บ หรือแม้แต่เคยยอมจำนน จัดแสดงระหว่างวันที่ 18 – 30 สิงหาคม 2569 ณ ห้องนิทรรศการ ชั้น 3 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC)

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คุ้มค่ากว่าจริงมั้ย! เลิกสร้างแก้มลิง 'คู้บอน-บางชัน' ใช้หนองบอนแทน

'ดร.สามารถ' ฟาด กทม. เลิก 'แก้มลิง' อ้างที่ดินแพง เทียบชัดๆ ไม่สร้าง 'คู้บอน-บางชัน' ใช้หนองบอนแทน คุ้มค่ากว่าจริงไม๊ พร้อมชี้ทางสว่าง 1.1 หมื่น ทำใหม่กับปรับปรุงแหล่งเดิมพร้อมกันได้

‘ชัชชาติ’ เผยน้ำท่วม กทม. คลี่คลายมั่นใจรับมือฝนรอบใหม่ไม่ซ้ำรอยเดิม

"ชัชชาติ" เผย น้ำท่วม กทม. เริ่มคลี่คลายลุยฟื้นฟู ส่วนเคหะร่มเกล้าพรุ่งนี้พื้นที่แห้งเพิ่มขึ้น 80% มั่นใจ ฝนสัปดาห์นี้จาก พยากรณ์ กทม.ไม่อ่วม ไม่กังวล น้ำเหนือ-ทะเลหนุน บอก คันกั้นน้ำยังมีพื้นที่รับอีกมาก

'รมว.กห.' เสนอ 'ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยระดับเขต' ทั่วกทม. ฝ่ายเสธ.ทหารทำงานคู่ 50 ผอ.เขต

'รมว.กห.' เสนอ 'ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยระดับเขต' ทั่ว กทม. จัดฝ่ายเสนาธิการทหารทำงานคู่ ผอ.เขตทั้ง 50 เขต ย้ำ 'ขอให้ท่านอุ่นใจ ท่านไม่ได้เดินลำพัง'

คลี่คลาย! ถนนสายหลัก 'บางกะปิ-ลาดพร้าว' น้ำลด กทม. เบนเข็มลุยฟื้นฟูฝั่งตะวันออก

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมบริเวณ เคหะคลองจั่น เขตบางกะปิ โดยสำนักงานเขตบางกะปิรายงานสถานการณ์และการดำเนินงานในพื้นที่ เคหะคลองจั่นสถานการณ์คลี่คลาย ระดับน้ำลดลงต่อเนื่อง

'อรรถวิชช์' ลั่นสิ้นหวังนโยบายน้ำยุค 'ชัชชาติ' พื้นที่เตรียมทำแก้มลิงกลายเป็นหมู่บ้านจัดสรร

สิ้นหวังนโยบายน้ำ! อรรถวิชช์ แฉ กทม. ยุคชัชชาติ ตัดโครงการ 'บึงรับน้ำคลองคู้บอน' ทิ้ง ทั้งที่เคยผ่านประชาพิจารณ์และมีงบเวนคืนพร้อม ปล่อยพื้นที่แก้มลิง 130 ไร่ เปลี่ยนเป็นหมู่บ้านจัดสรร กังขาเกรงใจทุนอสังหาริมทรัพย์หรือไม่?

อนุทินอุดรอยรั่วน้ำท่วมกรุง ยก"กองทัพ"นำหน้า"กู้วิกฤต"

จากสถานการณ์น้ำท่วมเมืองกรุงมาแล้วค่อนสัปดาห์ ท่ามกลางเสียงกร่นด่า ตำหนิการทำงานของรัฐบาล ที่แม่ทัพรัฐบาลอย่าง “นายกฯ หนู-อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รับหน้าไปเต็มๆ ซึ่งเจ้าตัวน้อมรับพร้อมให้ประชาชนระบายความรู้สึกได้ เพราะเข้าใจความเดือดร้อน และนายกฯ ยังคงเดินหน้าลงพื้นที่เยี่ยมเยียนช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่น้ำท่วมต่อเนื่องในช่วงกลางดึกของทุกวัน