จากสถานการณ์น้ำท่วมเมืองกรุงมาแล้วค่อนสัปดาห์ ท่ามกลางเสียงกร่นด่า ตำหนิการทำงานของรัฐบาล ที่แม่ทัพรัฐบาลอย่าง “นายกฯ หนู-อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รับหน้าไปเต็มๆ ซึ่งเจ้าตัวน้อมรับพร้อมให้ประชาชนระบายความรู้สึกได้ เพราะเข้าใจความเดือดร้อน และนายกฯ ยังคงเดินหน้าลงพื้นที่เยี่ยมเยียนช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่น้ำท่วมต่อเนื่องในช่วงกลางดึกของทุกวัน
ทั้งนี้ จากสถานการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯ จนต้องประกาศพื้นที่ประสบสาธารณภัย 50 เขต เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 และรัฐบาลถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเรื่องการทำงาน การประสานงานระหว่างภาครัฐกับกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่เรื่องการระบายน้ำ การแจ้งเตือนต่างๆ ที่ล่าช้า การเข้าช่วยประชาชนที่ไม่ทันท่วงที
ทั้งนี้ ด้วยกรุงเทพมหานครเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ ไม่ได้ถูกจัดตั้งเป็นจังหวัดทั่วไป และมีผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน ทำให้เรื่องการประสานการทำงานกับรัฐบาลในช่วงวิกฤตน้ำท่วมกรุงที่เป็นสถานการณ์ฉุกเฉิน จึงยังมีช่องว่างและรอยรั่วที่เป็นอุปสรรคในการทำงานอยู่มาก
จนนายกฯ ต้องเรียกถกกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาตินัดแรก เพื่ออุดรอยรั่วและอุดภารกิจเติมเต็มซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะเรื่องการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและการดูแลความปลอดภัยของประชาชน
ล่าสุดหลังโดนกระแสโจมตีเรื่องการทำงาน ทั้งรัฐบาลภายใต้การนำของนายกฯ อนุทิน และการทำงานของกรุงเทพมหานครที่มีแม่ทัพเมืองหลวงอย่าง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ ที่ถึงขั้นถูกมองว่าสอบตกในการแก้น้ำท่วม โดยในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันอังคารที่ 29 กันยายนที่ผ่านมา นายอนุทินบัญชามอบหมายให้ “บิ๊กดุลย์-พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รับผิดชอบกำกับดูแลกรุงเทพมหานคร เพื่อแก้ปัญหาอุทกภัยในรอบนี้ ซึ่งถือเป็นการแบ่งงานให้กำกับดูแลพื้นที่กรุงเทพฯ เป็นครั้งแรก
ซึ่งตามปกติในภาคอื่นๆ นายกฯ ได้มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีกำกับดูแลพื้นที่น้ำท่วมในแต่ละภูมิภาคแล้ว ได้แก่ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาตร์ วิจัยและนวัตกรรม ดูแลภาคเหนือ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การคลัง ดูแลภาคกลาง
นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ดูแลภาคอีสาน และ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม ดูแลภาคใต้ ขณะที่รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแต่ละคนก็ดูแลแต่ละพื้นที่ด้วย
ส่วนกรุงเทพฯ ที่ผ่านมาไม่ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีคนใดกำกับดูแลโดยเฉพาะ เนื่องจากเป็นพื้นที่การปกครองพิเศษ แต่จากสถานการณ์น้ำท่วม นายกฯ ได้สั่งการให้ พล.ท.อดุลย์ นำยุทโธปกรณ์และกำลังทหารจากเหล่าทัพไปช่วยเหลือประชาชน ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี และสามารถบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนได้ จึงดึง พล.ท.อดุลย์ มาเป็นมือประสานการทำงานระหว่างภาครัฐและกรุงเทพมหานคร
ทั้งนี้ การมอบหมายดังกล่าว ผู้รับผิดชอบในแต่ละพื้นที่สามารถกำกับ สั่งการ และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในนามของนายกรัฐมนตรีได้เลย
โดยในส่วนของกรุงเทพมหานคร พล.ท.อดุลย์จะบูรณาการทำงานร่วมกับกรุงเทพมหานคร กรมชลประทาน เหล่าทัพ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการเชื่อมโยงทั้งการบริหารจัดการและเร่งระบายน้ำ การช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัย การสนับสนุนกำลังพลและเครื่องมือ ตลอดจนการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ระยะฟื้นฟูภายหลังสถานการณ์คลี่คลาย
โดยภายหลังได้รับมอบหมาย พล.ท.อดุลย์ ได้เร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขสถานการณ์ในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยย้ำหลักการทำงานว่า ทุกหน่วยงานต้องเชื่อมโยงข้อมูลและทำงานเป็นทีมเดียวกัน ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อเร่งลดผลกระทบและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนโดยเร็วที่สุด
ทั้งนี้ หลังได้รับการแต่งตั้ง พล.ท.อดุลย์ลุยลงพื้นที่ต่อเนื่องร่วมกับกรุงเทพมหานคร พร้อมย้ำว่ากระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพจะยังคงสนับสนุนกำลังพล ยานพาหนะ และเครื่องมือที่จำเป็น ประสานการทำงานร่วมกับกรุงเทพมหานคร หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภาคประชาสังคม และเครือข่ายจิตอาสา เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงประชาชนอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง ตรงไหนประชาชนยังเดือดร้อนเรายังต้องทำงานต่อ และเราจะพยายามเข้าไปให้ถึง
ขณะที่ในการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาตินัดแรก วันที่ 30 กันยายน ได้เห็นภาพการทำงานที่ประสานสอดคล้องในทิศทางเดียวกัน ที่มีนายกฯ นั่งหัวโต๊ะ พร้อมรองนายกฯ ที่รับผิดชอบทุกภาค มี พล.ท.อดุลย์ และผู้ว่าฯ ชัชชาติ พร้อมหน้าร่วมบูรณาการทำงานเป็นทีมเดียวกันตามที่นายอนุทินต้องการ
คาดว่าหลังจากนี้วิกฤตน้ำท่วมเมืองกรุงจะคลี่คลายไปเรื่อยๆ ด้วยการบูรณาการจากทุกฝ่าย โดยมี “บิ๊กดุลย์” เสริมทัพ กทม. คุมเชิงการทำงานในช่วงวิกฤตนี้.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ชูแผนพัฒนา14 ดันเศรษฐกิจโต บัตรคนจน11ล.
นายกฯ เปิดประชุมสภาพัฒน์ ชู “แผนฉบับ 14” ปลดล็อกข้อจำกัดประเทศ
ยังไม่ปลด‘ชัชชาติ’ อนุทินตั้งวอร์รูมเช็กน้ำ/กทม.เยียวยาตามท่วมจริง
“นายกฯ” ถก “บกปภ.ช.” บูรณาการแก้ปัญหาอุทกภัย สั่งตั้งวอร์รูมแลกเปลี่ยนข้อมูลกันทุกเช้าอุดรอยรั่วการทำงาน ขอทุกหน่วยน้อมรับเสียงวิจารณ์ ขอบคุณ ปชช.อดทนอดกลั้น
รอดศาลฯแต่วิกฤตศรัทธายับเยิน ดันเครื่องลงคะแนนเลือกตั้งรอบหน้า
โล่งอก ไปเปลาะหนึ่งสำหรับ กกต. หลัง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยกรณีผู้ตรวจการแผ่นดินส่งคำร้องเรียน 22 เรื่อง
ไม่ท้อ!ขอโทษปชช. นายกฯเยียวยา4.7พันล.วิกฤตนํ้าท่วม
ครม.ทุ่มงบมหาศาลบริหารจัดการน้ำระยะยาว เคาะ 1.6 แสนล้านโครงการชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย เพิ่มช่องทางระบายน้ำ
น้ำท่วมทำลายเชื่อมั่น‘รัฐบาล’ รับมือสถานการณ์วิกฤต‘ติดลบ’
รัฐบาลภายใต้การนำของ ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย น่าจะเป็นรัฐบาลที่เผชิญสถานการณ์วิกฤตมากที่สุดรัฐบาลหนึ่ง
'บิ๊กดุลย์' ส่งกำลังพลช่วยขนย้ายสัมภาระตกค้างสนามบินสุวรรณภูมิ ลั่นเดือดร้อนยกหูหาทหารได้ทันที
รมว.กลาโหม นำกำลังพลช่วยขนย้ายสัมภาระตกค้าง ‘สนามบินสุวรรณภูมิ’ ลั่น หากหน่วยทหารอยู่ใกล้พื้นที่ใด สามารถยกหูขอความช่วยเหลือได้ทันที

