
สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.)ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ภายใต้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดการประชุมขับเคลื่อนการถ่ายทอดเทคโนโลยีสำหรับหน่วยงานของรัฐร่วมกับผู้บริหารระดับสูงของ Government for Technology Transfer (GOTT) สหราชอาณาจักร
ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. กล่าวมอบนโยบายว่า ที่ผ่านมา อว.ได้มีการหารือถึงแนวทางขับเคลื่อนการถ่ายทอดเทคโนโลยีสำหรับหน่วยงานของรัฐในรูปแบบเดียวกับ GOTTของสหราชอาณาจักร และได้มอบหมาย สอวช. เพื่อศึกษาข้อมูลและดำเนินงาน ซึ่งการจะริเริ่มขับเคลื่อนเรื่องนี้ได้ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญและประสบการณ์ตรงจากหน่วยงานที่มีการดำเนินงานมาก่อน ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ GOTTของสหราชอาณาจักร นอกจากนี้ การประชุมในครั้งนี้ยังถือเป็นโอกาสอันดีที่ได้รวมตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยของไทยหลายหน่วยงานมาร่วมแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ร่วมกัน โดยคาดหวังว่าหลังการประชุมจะทำให้เห็นภาพแนวทางการขับเคลื่อนให้เกิด GOTT ของประเทศไทยชัดเจนยิ่งขึ้น
ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ผู้อำนวยการ สอวช. กล่าวว่า สอวช. ในฐานะหน่วยงานด้านนโยบาย ที่อยู่ระหว่างการจัดทำแผนของประเทศเพื่อมุ่งพลิกโฉมประเทศไทยด้วย Mission-Oriented Innovation Policy (MOIP) โดยการนำแนวคิด MOIPมาใช้สนับสนุนการจัดทำกรอบนโยบายและยุทธศาสตร์ด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.)ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2571–2575) เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศผ่านภารกิจแบบมุ่งเป้าหมายที่ชัดเจนและเชื่อมโยงการทำงานของทุกภาคส่วนอย่างเป็นระบบ โดย (ร่าง) กรอบภารกิจดังกล่าว แบ่งเป้าหมายการเปลี่ยนแปลงเชิงยุทธศาสตร์ ออกเป็น 5 ด้าน หนึ่งในนั้นคือ การกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจและยกระดับฐานรากด้วยนวัตกรรมถือเป็นกระดูกสันหลังที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจมูลค่าสูงเน้นการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่เชื่อมโยงงานเทคโนโลยีขั้นสูง (Deep Tech)จากรั้วมหาวิทยาลัยสู่การใช้ประโยชน์จริงในภาคอุตสาหกรรม

ที่ผ่านมา สอวช.ยังได้แต่งตั้งคณะทำงานศึกษาและขับเคลื่อนการถ่ายทอดเทคโนโลยีสำหรับหน่วยงานของรัฐและศึกษาแนวทางการผลักดันเศรษฐกิจใหม่ของประเทศผ่านการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อร่วมกันออกแบบระบบและโครงสร้างพื้นฐานที่สอดคล้องกับนโยบายระดับประเทศ ทั้งนี้ สอวช.จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางประสานการทำงานร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ภายใต้กระทรวง อว.รวมถึงหน่วยงานวิจัยนอกกระทรวง อว. ด้วย
“ข้อมูลเชิงลึกที่ได้จากการหารือร่วมกับ GOTT UK ในการประชุมครั้งนี้ จะเป็นข้อมูลสำคัญให้คณะทำงานนำไปใช้ประกอบการออกแบบและกำหนดทิศทางเชิงนโยบายของ GOTT Thailand ควบคู่กับการวิเคราะห์ช่องว่างการพัฒนาหน่วยงานที่มีศักยภาพ ซึ่งจะใช้เป็นต้นแบบนำไปสู่ข้อเสนอเชิงนโยบายที่เป็นรูปธรรมต่อที่ประชุมสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติและวางตำแหน่งการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ของประเทศต่อไป” ดร.สุรชัย กล่าว
Dr. Alison Campbell ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ GOTT UKได้บรรยายพิเศษ โดยเล่าถึงการทำงานของ GOTT UKซึ่งทำหน้าที่เป็นกลไกกลางในการยกระดับการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา (IP)และการถ่ายทอดเทคโนโลยีของหน่วยงานวิจัยภาครัฐ (Public Sector Research Organisations: PROs) โดยไม่ได้เข้าไปถือครองทรัพย์สินทางปัญญาแทนหน่วยงาน แต่ทำหน้าที่เสริมศักยภาพในส่วนที่แต่ละองค์กรยังขาด ตั้งแต่การค้นหาและประเมินศักยภาพของสินทรัพย์ทางความรู้ (Knowledge Assets)การสนับสนุนการพิสูจน์แนวคิด (Proof of Concept) การให้คำปรึกษาด้าน IP และการพัฒนาธุรกิจตลอดจนการสร้างทักษะและเครือข่ายของบุคลากรด้าน Technology Transferหัวใจสำคัญของโมเดล GOTT คือการสร้างแพลตฟอร์มแห่งชาติ (National Platform)และการสร้างขีดความสามารถหรือศักยภาพร่วม (Shared Capability)โดยไม่สร้างระบบขึ้นมาทำงานทับซ้อนกับศักยภาพที่มีอยู่แต่ให้การสนับสนุนตามระดับความพร้อมและช่องว่างของแต่ละองค์กร

จากประสบการณ์ของ GOTT UKพบว่าการพยายามสนับสนุนทุกหน่วยงานในระดับเดียวกัน ไม่สามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงปรับมามุ่งเน้นองค์กรที่มีความพร้อมและศักยภาพในการสร้างผลลัพธ์ โดยบางแห่ง GOTTทำหน้าที่เพียงให้คำปรึกษาและเชื่อมเครือข่าย ขณะที่บางแห่งต้องเข้าไปช่วยพัฒนานโยบายและระบบ IP ตั้งแต่ต้นขณะเดียวกัน GOTT ยังให้ความสำคัญกับการเชื่อมงานวิจัยกับ ภาคธุรกิจ นักลงทุนและผู้ประกอบการเพื่อให้งานวิจัยก้าวจากเทคโนโลยีไปสู่โอกาสในเชิงพาณิชย์ (Commercial Opportunity)โดยใช้เครือข่ายผู้เชี่ยวชาญภายนอกมาสนับสนุนด้านการพัฒนาธุรกิจ (Business Development)การประเมินมูลค่า (Valuation) รวมถึงแนวคิดผู้ประกอบการในองค์กร (Entrepreneur in Residence)ผ่านการนำผู้มีประสบการณ์ทางธุรกิจเข้ามาช่วยพัฒนาข้อเสนอทางธุรกิจ (Business Proposition) และ Spin-out ตลอดจนการเชื่อมโยงกับเงินร่วมลงทุน (Venture Capital)เพื่อสนับสนุนการพัฒนาโอกาสทางธุรกิจของงานวิจัยด้วย
“ประสบการณ์ของสหราชอาณาจักรจึงชี้ว่า การสร้างระบบ Technology Transfer ที่เข้มแข็งไม่ใช่เพียงเรื่องของเงินทุน แต่ต้องดำเนินการควบคู่กันทั้ง “Minds, Metrics and Money” ได้แก่การสร้างวัฒนธรรมที่พร้อมรับความเสี่ยง การกำหนดตัวชี้วัดที่สะท้อนผลลัพธ์จริงและการมีเงินทุนสนับสนุนในช่วงสำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยี “Dr. Alison Campbell กล่าว
จากบทเรียนดังกล่าว ของ GOTT UK นับว่าเป็นแนวทางสำคัญต่อการพัฒนาGOTT Thailand ให้เป็น National Technology Transfer Platform ที่เชื่อมและเสริมศักยภาพของสถาบันวิจัยมหาวิทยาลัย ภาคธุรกิจ นักลงทุน และผู้เชี่ยวชาญเพื่อเร่งเปลี่ยนองค์ความรู้และผลงานวิจัยของภาครัฐไปสู่การใช้ประโยชน์และสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างเป็นรูปธรรม โดย สอวช.อยู่ระหว่างศึกษารูปแบบความเป็นไปได้ในการส่งเสริมและผลักดันการถ่ายทอดเทคโนโลยีของหน่วยงานรัฐซึ่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากประสบการณ์การดำเนินงานจริงของ GOTT UK ในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ในการเดินหน้าโครงการของประเทศไทยให้บรรลุผลสำเร็จต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รัฐบาลเตือนเฝ้าระวัง ‘ไข้กาฬหลังแอ่น’ ใกล้ชิดพบป่วยในไทย 5 ราย
รัฐบาลเตือนเฝ้าระวัง ‘ไข้กาฬหลังแอ่น’ ใกล้ชิด หลังพบระบาดในอังกฤษ เผยพบผู้ป่วยในไทยเสียชีวิต 3 ราย

