
การเรียนรู้AI ที่กำลังเป็นตัวเปลี่ยนโลก เพื่อนำมาใช้งานในองค์กรหรือธุรกิจ สำหรับบางคนอาจเป็นเรื่องง่าย แค่ศึกษาด้วยตัวเองก็ทำได้แล้ว แต่บางคนไปเรียนแล้วกลับเจอทางตัน ไม่สามารถ นำมาปรับใช้กับ ธุรกิจการงานได้ เช่นเดียวกับกลุ่มธุรกิจSME จำนวนมาก ที่ประเทศไทยมีมากถึง 5 แสนราย แม้จะ ดิ้นรนขวนขวาย ไปศึกษาเรียนรู้ AI แต่กลับพบว่าแม้จะผ่านการอบรมมาแล้วหลายหลักสูตร ทั้งที่เป็นโครงการสนับสนุนSME ของภาครัฐ หรือไปแสวงหาเรียนรู้ด้วยตัวเอง กลับไม่สามารถนำความรู้AI ที่อบรมไปใช้งานได้จริง
จากโจทย์ดังกล่าว ทำให้สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI จึงจัดโครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการSME พัฒนาความรู้ทักษะการใช้Data และ AI ให้สามารถนำไปใช้งานจริงภายใต้โครงการ The UP ซึ่งดำเนินมาเป็นเวลา 3ปี สำหรับปีที่ 3 มีชื่อโครงการว่า “The UP 2026: Unlock Potential with Data & AI ปลดล็อกศักยภาพ SME ไทย รับมือวิกฤตเศรษฐกิจด้วย Data & AI” ได้คัดเลือกผู้ประกอบการ 55 ราย จากผู้สนใจเข้าร่วมโครงการมากกว่า 200 ราย อบรมเสริมศักยภาพด้าน Data และAI
ผู้ประกอบการทั้ง 55 รายนี้มาจากภาคธูรกิจหลากหลาย ทั้งการผลิต การค้า และบริการ ผู้ประกอบการ โดยผู้ประกอบการจะได้รับการอบรมเป็นเวลาประมาณ 2วัน ผ่านกระบวนการเรียนรู้และให้คำปรึกษาเชิงลึกแบบตัวต่อตัว กับ Mentor ผู้เชี่ยวชาญ ทั้งด้านAI และธุรกิจ

ดร.สุนทรีย์ ส่งเสริม รองผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ กล่าวว่า ตลอด 3 ปีของการดำเนินโครงการ The UP พบว่าความท้าทายสำคัญของ SME ไทยไม่ใช่การขาดข้อมูล แต่เป็นการนำข้อมูลที่มีอยู่มาใช้ให้เกิดประโยชน์ทางธุรกิจ เนื่องจากหลายกิจการยังมีข้อมูลกระจัดกระจาย ขาดการเชื่อมโยง รวมถึงมีข้อจำกัดด้านทักษะและเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูล ทำให้ไม่สามารถใช้ข้อมูลและเครื่องมือ AI มาใช้สนับสนุนการบริหารจัดการและการตัดสินใจได้อย่างเต็มศักยภาพ หัวใจของโครงการ The UP จึงไม่ใช่เพียงการทำให้ผู้ประกอบการรู้จัก Data และ AI แต่ต้องสามารถนำไปใช้แก้ปัญหาธุรกิจได้จริง โดยเริ่มจากโจทย์และความต้องการของแต่ละกิจการ แล้วนำข้อมูลมาช่วยวิเคราะห์และพัฒนาแนวทางแก้ไขที่เหมาะสม เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ทั้งการลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และสร้างโอกาสในการเติบโต ซึ่งคาดการณ์ว่า หลังจบโครงการ SME ทั้ง 55ราย จะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 112 ล้านบาทโดยBDI จะมีการติดตามผลกระทบมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อสะท้อนผลลัพธ์ของโครงการ
“ความต่างโครงการ The UP เพื่อเสริมสร้างทักษะด้าน AI ให้ผู้ประกอบ ที่นับว่าไม่เหมือนหลักสูตรอบรมAI อื่นๆ อยูที่การมี Mentor ประกบแบบตัวต่อตัวกับผู้ประกอบการแต่ละราย Mentorมีความสำคัญมาก เพราะจะให้คำปรึกษาผู้ประกอบการรายละ 8 ชั่วโมง เริ่มจากรับฟังปัญหา วิคราะห์ ให้คำแนะนำ ออกแบบแนวทางแก้ไข และพัฒนาเครื่องมือที่เหมาะสมกับธุรกิจรายนั้นๆ ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การจัดระบบและเชื่อมโยงข้อมูล การพัฒนาเครื่องมือวิเคราะห์ ไปจนถึงการสร้างต้นแบบและทดลองใช้งานจริงโดยมุ่งผลลัพธ์ทางธุรกิจ 3 ด้านหลัก ได้แก่ การลดต้นทุน การเพิ่มยอดขาย และการปรับปรุงกระบวนการดำเนินงาน “ดร.สุนทรีย์กล่าว

รองผอ.BDI กล่าวอีกว่า ปัญหา SME จะมีเหมือนๆกันคือ การสร้างระบบข้อมูล การกำหนด Master ID ของข้อมูล เช่น มีบริษัทหนึ่งมีการสั่งซื้อสินค้าตัวเดียวกัน แต่การเก็บข้อมูลแต่ละแผนก กลับใช้ชื่อไม่เหมือนกัน ใช้คำย่อบ้าง เรียกต่างกันบ้าง ซึ่งถ้าข้อมูลเป็นแบบนี้จะไม่ผ่านไปสู่การเป็น Dashboard หรือใช้ Generative AI ช่วยประมวลผลจากคำสั่งของผู้ใช้งาน ได้ ดังนั้น ประเด็นหลักๆ จึงอยู่ที่ผู้ประกอบการต้องเข้าใจ Master ID ของข้อมูลนั้นว่าควรเป็นอย่างไร และควรมีมาตรฐานการตั้งชื่อข้อมูลอย่างไร เพื่อให้สามารถนำข้อมูลจากหลายระบบมาวิเคราะห์ร่วมกัน
หลังการอบรม มีการจัดงาน The UP: Impact Day มอบประกาศนียบัตรแก่ผู้ประกอบการที่ผ่านโครงการ พร้อมมอบรางวัลแก่กิจการที่มีผลงานโดดเด่น ปีนี้ได้แก่ รางวัล The UP Breakthrough Award บริษัท ครัวเจ๊ง้อ กาญจนาภิเษก จำกัดและ รางวัล The UP Transformation Award บริษัท ลีออร์คิด จำกัด และ รางวัล The Ultra Potential Award จำนวน 5 บริษัท ได้แก่ บริษัท แทนนิท เจนนิซิส แล็บ จำกัด บริษัท ดวงสิริ นีโอ คอสเมติกส์ จำกัด บริษัท ดีทอกซ์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท มอลลี่อัลลี่ จำกัด และบริษัท พีเพิ่ล (ประเทศไทย) จำกัด

แสงเดือน ลีลาสมานชัย กรรมการผู้จัดการบริษัท ลีออร์คิด จำกัด ผู้ได้รับรางวัล The UP Transformation Award กล่าวว่า ตนเอง เป็นทายาทรุ่นที่ 2 ซึ่งดำเนินธุรกิจส่งออกดอกไม้ไปต่างประเทศมานาน 30ปี ซึ่งเตรียมพร้อมที่จะส่งต่อธุรกิจให้รุ่นที่ 3 และหวังให้ธุรกิจมีการเติบโตยิ่งขึ้นไปกว่านี้ เพราะพบว่าพอเข้ามาทำการตลาดทางออนไลน์ ธุรกิจไปได้ค่อนข้่างดี จึงต้องการวางระบบต่างๆให้ดีขึ้นเพื่อรองรับอนาคต และยังมองว่าเศรษฐกิจในอนาคตนับวัน จะมีความผันผวนไม่แน่นอน มีการแข่งขันมากขึ้น จึงควรต้องวางระบบต่างๆให้ดีไว้ก่อน เพื่อรับมือไว้แต่เนิ่นๆ ยิ่งยุคนี้เป็นยุคของ AI จึงอยากใช้ประโยชน์จาก AI เพราะก่อนหน้านี้ เคยนำโปรแกรมต่างๆ จากบริษัทเอกชนมาใช้ แต่พบว่ายังไม่เข้าใจธุรกิจเราอย่างแท้จริง และพอเจอปัญหาก็ต้องเรียกให้มาแก้ไข เกิดความไม่คล่องตัว จึงอยากมีโปรแกรมที่สามารถทำได้ด้วยตัวเอง ซี่งก่อนหน้านี้ มีการเข้าอบรมเรื่อง AI กับหน่วยงานต่างๆ ได้ความรู้ระดับหนึ่ง แต่ไม่สามารถนำมาปรับใช้ในธุรกิจได้ พอ BDI มีโครงการ The UP จึงรีบสมัครเพื่อขอเข้าโครงการ และพยายามให้ผ่านการคัดเลือกเป็นหนึ่งใน 55 ราย

ผลของการอบรม แสงเดือน เล่าว่า การได้ปรึกษากับ Mentor เป็นเวลา 8ชั่วโมง ทำให้กระจ่างหลายอย่าง และนำไปสู่การจัดระบบข้อมูล การวิเคราะห์ มองเห็นภาพรวมของธุรกิจ และปัญหาในแง่มุมต่างๆ นำไปสู่การทำใช้ AI ที่ได้ผลใช้งานได้จริง สิ่งที่ได้ Mentor จะสอนให้เรามีระบบระเบียบ สร้างระเบียบช้อมูลก่อน แต่ก่อน ชื่อชาวสวนหรือ ที่อยู่ก็ไม่มีในระบบ ถ้ามีก็เขียนผิด ๆถูก ๆ Mentor จึงสอนให้เราเริ่มทำจากเรื่องง่ายๆ พอเห็นผลลัพธ์อันแรกว่าเราทำได้ ก็ทำให้มีกำลังใจมากขึ้น และนำไปสู้่การใช้ AI กับส่วนอื่นๆ
“Mentor จะให้เราเล่าปัญหาทั้งหมด ปัญหาเรามี 108 ฟุ่งซ่านมาก แรกๆเราก็อยากได้โน่นอยากได้นี่ แต่Mentor ดึงปัญหาให้เราได้ เขาก็บอกให้เราใจเย็นๆ และค่อยๆ ลำดับว่าเราควรจะทำข้อมูลตรงไหนก่อน เราต้องเคลียร์ตัวเองก่อน ถ้าเราไม่ชัดเจนในตัวเอง AI ก็ช่วยไม่ได้ เรื่องข้อมูลสำคัญมาก ถ้าเราทำข้อมูลไม่ดี ไม่เป็นระบบ AI ก็จะวิเคราะห์ไม่ได้ ข้อมูลที่ดี AIก็จะให้คำตอบที่ดี เทียบกับ การซื้อซอฟต์แวร์โปรแกรมที่เราซื้อที่ไหนก็ได้ แต่อาจจะไม่เหมาะกับเรา หรือเราจะต้องใช้โปรแกรมนั้นๆ เป็นสิบๆปีทำไมเราจะต้องฝังตัวเองกับโปรแกรมนั้นๆ ด้วย เพราะAI จะเปลี่ยนได้ตลอด “

หลังจากทำData และใช้ AI แล้ว แสงเดือนบอกว่า ทำให้จากคนที่ไม่รู้ กลายเป็นการวิเคราะห์เชิงลึกได้ ส่งผลธุรกิจไหลลื่นดีมาก จากแต่ก่อนจะเกิดปัญหาคนปลูกกล้วยไม้ อาจจะจัดออเดอร์ให้ไม่ตรงกับที่สั่ง เพราะจดด้วยกระดาษและลายมือ เช่น สั่ง 100 ชุด แต่เกษตรกรส่งมา 90 ชุดขาดไป 10 ชุด ทำให้ต้องวนรถกลับไปรับดอกไม้อีกเพียงแค่ 10 ชุด อีกครั้ง ซึ่งถือว่าเป็นการเพิ่มต้นทุนโดยไม่จำเป็น แต่เอไอแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ เพราะถ้าส่งของให้ลูกค้าไม่ครบบ่อยๆ จะกระทบเรื่องความพึงพอใจของลูกค้าอย่างแน่นอน และอาจสูญเสียลูกค้าไป ตอนนี้เรายังเข้าไปช่วยชาวสวนปลูกกล้วยไม้ด้วย ให้เขามีความรู้ปรับปรุงวิธีการปลูก เช่นการติดตามเรื่องความชื้น เพื่อปลูกแล้วได้กล้วยไม้เกรดเอเยอะกว่าเดิม เพราะชาวสวนเขาจะไม่มีความรู้ที่ทันสมัย ดินฟ้าอากาศมากนัก การช่วยเขาจะทำให้เราได้ของดีไปด้วย ดีไปทั้งระบบ
“อยากฝากบอก SME อย่าอยู่เฉย เราต้องขวนขวายหาความรู้ตลอดเวลา อยากให้เห็นความสำคัญของ AI เพราะนับว่าโลกจะอยู่ยากขึ้น ถ้าเราใช้AI แบบพื้นๆ เราก็ไม่แตกต่างจากคนบนถนนทั่วไป ช่องว่างตรงไหนจะทำให้เราเติบโต ซึ่งการมาเรียนกับโครงการแบบนี้เหมือนเราได้ยกระดับ ได้เติบโต หนีจากคนอีกเป็นแสนๆ ไปอยู่กับคนกลุ่มบนๆ วันนี้เศรษฐกิจไม่ดี อาจจะคิดว่าขายไม่ได้ แต่ถ้าเศรษฐกิจดีแล้วเราไม่พร้อม มานับหนึ่งก็จะเสียโอกาส หรือถ้าไม่มีโอกาส ได้อบรมแบบโครงการ The UP ก็มีโครงการเรียนฟรีมากมายให้เรียนไปก่อน และคิดว่าโครงการ The UP พร้อมช่วยเหลือ เรื่องจัดการข้อมูล ถ้าเราทำได้ก็ทำไปก่อน “แสงเดือนกล่าวสรุป

ด้านลินดา บูรณะชน จากบริษัท ครัวเจ๊ง้อ กาญจนาภิเษก จำกัด ผู้ได้รับรางวัล The UP Breakthrough Award กล่าวว่า การเข้าร่วมโครงการช่วยยกระดับการบริหารจัดการวัตถุดิบ จากเดิมที่ใช้เอกสารบันทึกด้วยลายมือและข้อมูลกระจัดกระจาย สู่ระบบบริหารสต็อกและฐานข้อมูลกลางที่สามารถติดตามวัตถุดิบได้ตั้งแต่การรับเข้า การแปรรูป การเบิกใช้ จนถึงสต็อกคงเหลือ ช่วยให้วางแผนสั่งซื้อวัตถุดิบสดได้เหมาะสม ลดเงินทุนจมในสต็อกและการสูญเสียวัตถุดิบ พร้อมติดตามต้นทุนที่เปลี่ยนแปลงตามราคาตลาดได้อย่างเป็นระบบ ทำให้บริหารต้นทุนและตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เปิดสเปกจัดเต็ม ! “Human Intelligence x Google” กางรายละเอียด Gemini Enterprise เพื่อคนไทย 5 แสนราย
เดินหน้าผนึกพันธมิตรเทคโนโลยีระดับโลก Google, NVIDIA, Microsoft และ Byteplus ขยายเครื่องมือ AI ครอบคลุมตั้งแต่ผู้เริ่มต้นถึงนักพัฒนา มุ่งสร้างโอกาสคนไทยเข้าถึงเทคโนโลยีอย่างเท่าเทียม
บ้านปูชูแนวคิด Skill-Based Organization ผสานศักยภาพคนและ AI
บ้านปู ได้ร่วมแบ่งปันแนวคิดการพัฒนาองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยทักษะ พร้อมชูแนวคิด Skill-Based Organization ผสานศักยภาพคนและ AIในงาน WorkTech Asia 2026
BDI รวมพลังเครือข่าย Data และ AI กว่า 900 ราย ผ่าน “Connect the Dots 2026” ชู Data Backbone–ThaiLLM–AI Strategy ต่อยอดความร่วมมือ สู่การใช้ประโยชน์จริง
กรุงเทพฯ, 20 ตุลาคม 2569 – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI ภายใต้การกำกับของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เดินหน้าขับเคลื่อนประเทศไทย
แกร็บ ผนึก OpenAI ต่อยอดโครงการ GrabAcademy อัปสกิล AI คนขับ-ร้านค้า เสริมโอกาสทางธุรกิจ
แกร็บ ผนึก OpenAI ส่งเสริมและ พัฒนาทักษะด้าน AI ให้กับคนไทย ผ่านการ เปิดตัว โปรเจกต์ ‘GO Forward with AI’ ในระดับภูมิภาค โดย พัฒนาหลักสูตรการใช้งาน ChatGPT ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับคนขับและผู้ประกอบการร้านค้า
แปรเม็ดเงิน AI ให้เป็นการเติบโตที่คนไทยมีร่วมกัน โดย ซิกเว่ เบรกเก้ | ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI กำลังก่อให้เกิดคลื่นการลงทุนลูกใหม่ในระบบเศรษฐกิจโลก ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานอย่างดาต้าเซ็นเตอร์และเซิร์ฟเวอร์ การพัฒนาโมเดล AI ไปจนถึง AI เอเจนต์ที่สามารถลงมือทำงานแทนมนุษย์ได้ การลงทุนเหล่านี้กำลังผลักให้ AI
เมื่อ AI เปลี่ยนโลกสื่อ... ทรูเปิดบ้านรับ คณะผู้เข้าอบรมหลักสูตรบยสส. รุ่นที่ 5 มองอนาคตการสื่อสาร ผ่านนวัตกรรม ดิจิทัล และประสบการณ์จริง
ทรู คอร์ปอเรชั่น นำโดย นายจักรกฤษณ์ อุไรรัตน์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านรัฐกิจสัมพันธ์ ต้อนรับคณะผู้เข้าอบรมหลักสูตรผู้บริหารยุทธศาสตร์การสื่อสารมวลชนระดับสูงด้านกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (บยสส. รุ่นที่ 5) นำโดย นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี

