
5ต.ค.2565- นายสถาพร เที่ยงธรรม รองอธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ฝนตกหนักทั่วประเทศจึงได้สั่งการให้สำนักศิลปากรทั่วประเทศ เตรียมความพร้อมรับมือผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับโบราณสถาน และรายงานสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยสำนักศิลปากรที่ 3 พระนครศรีอยุธยา ได้รายงานสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2565 ว่าจากอิทธิพลของพายุโนรูทำให้เกิดฝนตกหนัก เขื่อนเจ้าพระยาและเขื่อนป่าสักระบายน้ำในปริมาณสูงขึ้นจนทำให้ในสัปดาห์ที่ผ่านมาระดับน้ำในแม่น้ำบริเวณอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาสูงขึ้นมากกว่า 1 เมตร และทางกรมชลประทานยังแจ้งเตือนว่าระดับน้ำในแม่น้ำบริเวณพื้นที่อุทยานฯ จะสูงขึ้นอีกประมาณ 30-60 เซนติเมตร จึงเตรียมการรับมือดังนี้
1. ในพื้นที่เกาะเมืองขณะนี้ทางเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยาได้ทำคันป้องกันน้ำ ซึ่งจะสามารถป้องกันโบราณสถานในเกาะเมืองได้เกือบทั้งหมด จะมีเพียงป้อมเพชรและรหัสวิดน้ำในพระราชวังโบราณเท่านั้นที่ถูกน้ำท่วม
2. พื้นที่นอกเกาะเมือง วัดไชยวัฒนารามระดับน้ำต่ำกว่าแผงกันน้ำ 35 เซนติเมตร อุทยานฯ จึงได้ทำการต่อแผงกันน้ำ และเสริมกระสอบทรายบนกำแพงด้านทิศใต้ของวัดซึ่งจะสามารถป้องกันน้ำได้เพิ่มอีก 40 เซนติเมตร รวมแล้วสามารถป้องกันน้ำได้อีก 75 เซนติเมตร ซึ่งจะสามารถป้องกันน้ำได้มากกว่าระดับน้ำท่วมสูงสุดใน พ.ศ. 2554
ส่วน วัดธรรมาราม ระดับน้ำต่ำกว่าแผงกันน้ำ 30 เซนติเมตร อุทยานฯ จึงทำการเสริมกระสอบทรายบนแผงกันน้ำซึ่งจะสามารถป้องกันน้ำได้เพิ่มอีก 30 เซนติเมตร รวมแล้วสามารถป้องกันน้ำได้อีก 60 เซนติเมตรซึ่งจะสามารถป้องกันน้ำได้เท่ากับระดับน้ำท่วมสูงสุดใน พ.ศ. 2554

โบราณสถานสำคัญอื่นๆ โดยเฉพาะโบราณสถานที่เป็นวัดที่มีพระสงฆ์จำพรรษาและวัดที่อยู่กลางชุมชม อุทยานฯ ได้ประสานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการป้องกันน้ำท่วมไว้แล้ว ซึ่งจะมีการเสริมความสูงของแนวป้องกันน้ำตามระดับน้ำที่สูงขึ้น
3. ขณะนี้ภายในพื้นที่อุทยานฯ มีโบราณสถานที่ได้ถูกน้ำท่วมแล้วกว่า 40 แห่ง ส่วนใหญ่อยู่นอก เกาะเมืองด้านที่เหนือซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ แต่โบราณสถานเหล่านั้นส่วนใหญ่จะได้รับการบูรณะเสริมความมั่นคงแล้ว ซึ่งจะไม่ได้รับความเสียหายมาก ส่วนโบราณสถานที่ยังไม่ได้มีการบูรณะเสริมความมั่นคง อุทยานฯ ได้มีการตั้งนั่งร้านค้ำยันเสริมความมั่นคงไว้แล้ว
ทั้งนี้ ได้เตรียมความพร้อมสูงสุดในการรับมือ โดยในพื้นที่เกาะเมืองได้ประสานกับทางเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยาทำคันดินป้องกันน้ำเข้าเกาะเมือง ซึ่งจะสามารถป้องกันผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับโบราณสถานได้เกือบทั้งหมด ส่วนพื้นที่นอกเกาะเมือง ในส่วนของวัดไชยวัฒนารามและวัดธรรมาราม ได้เสริมแนวป้องกันให้สามารถรับน้ำได้มากกว่าระดับน้ำท่วมใน พ.ศ. 2554 ส่วนโบราณสถานอื่นๆ ได้ประสานความร่วมมือกับทางวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการป้องกันโบราณสถานแล้ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อนุทิน' ไฟเขียว '7 รองนายกฯ' ใช้งบได้คนละ 100 ล้าน รับมือสถานการณ์น้ำในกรณีฉุกเฉิน
“เจเศรษฐ์” เผย ปภ.ประสานศูนย์เตือนภัยพิบัติฯ เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำพื้นที่ภาคเหนือ-อีสาน ยืนยันความพร้อมการแจ้งเตือนประชาชน ขอให้ติดตามผ่านระบบ Cell Broadcast - หอกระจายข่าว - ผู้นำชุมชน ขณะที่ “นายกฯ” ไฟเขียวทุกรองนายกฯใช้งบ 100 ล้านบาท รับมือสถานการณ์น้ำหากเกิดกรณีฉุกเฉิน
'เอกนิติ' สั่งทำ Risk Map สแกนพื้นที่เสี่ยง รับมือน้ำท่วม-ภัยแล้งภาคกลาง
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้
'ทรงศักดิ์' จี้ กต. ประสานจีน ให้แจ้งเตือนล่วงหน้าก่อนปล่อยน้ำจากเขื่อน ต้นเหตุน้ำโขงขึ้นลงผิดธรรมชาติ
นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมรับมืออุทกภัยน้ำท่วมพื้นที่ภาคอีสานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย มอบให้รองนายกฯแต่ละคนไปกำกับดูแลน้ำแต่ละพื้นที่ ตนกำกับดูแลในพื้นที่อีสาน 20 จังหวัด
รัฐบาลสั่งตั้งวอร์รูม 24 ชม. รับมือน้ำท่วม-ภัยแล้งภาคเหนือ
รัฐบาลสั่งตั้งวอร์รูม 24 ชม. รับมือน้ำท่วม-ภัยแล้งภาคเหนือ พร้อมลดขั้นตอนราชการ ปลดล็อกงบฉุกเฉิน ให้ผู้ว่าฯ ลุยช่วยประชาชนหน้างานได้ทันที
อุตุฯ เตือนฝนถล่ม 37 จังหวัด ทะเลคลื่นสูง 2-3 เมตร เรือเล็กงดออกฝั่ง
กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าว่า ประเทศไทยยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านตอนบนของภาคเหนือ และประเทศลาวตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้
5 จังหวัดภาคเหนือน้ำถล่มอ่วม ปภ.สั่งสำรวจความเสียหาย บ้านเรือน- พื้นที่เกษตร
ปภ. เร่งช่วย 5 จังหวัด ภาคเหนือ หลังฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก สั่งสำรวจความเสียหาย ฟื้นฟูบ้านเรือน–พื้นที่เกษตร

