เฝ้าระวังพิเศษ 8 โบราณสถานเสี่ยงมาก

กรมศิลป์เฝ้าระวัง 82 โบราณสถานเสี่ยงน้ำท่วม พบ 8 แห่งเสี่ยงมาก ท่วมขังสูงและท่วมนาน

7 ต.ค.2565 – นายสถาพร เที่ยงธรรม รองอธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า กรมศิลปากร ได้สำรวจโบราณสถานทั่วประเทศที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยต่อสถานการณ์ปริมาณน้ำฝนมากและน้ำล้นตลิ่ง ซึ่งเป็นปัญหาอุทกภัย และรายงานสรุปสถานการณ์ ณ วันที่ 7 ตุลาคม 2565 ว่า มีโบราณสถาน จำนวน 82 แห่ง อยู่ในพื้นที่เสี่ยง แบ่งได้เป็น 3 ประเภท คือ

1. เสี่ยงมาก จำนวน 8 แห่ง ที่โบราณสถานมีน้ำท่วมขังในระดับสูงและมีแนวโน้มว่าจะท่วมเป็นเวลานาน แต่โบราณสถานเหล่านี้ได้รับการบูรณะเสริมความมั่นคงโดยกรมศิลปากรแล้ว เช่น เมืองประวัติศาสตร์ เวียงกุมกาม จังหวัดเชียงใหม่ และปราสาทตามอญ จังหวัดสุรินทร์ ทั้งนี้ มีพื้นที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษและต่อเนื่องคือ นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ซึ่งระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยายังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

2.เสี่ยงปานกลาง จำนวน 37 แห่ง ที่โบราณสถานเริ่มมีน้ำท่วมขังแต่ยังอยู่ในระดับต่ำและยังไม่มีแนวโน้มจะท่วมมากขึ้น อีกทั้งเป็นโบราณสถานที่ได้รับการบูรณะเสริมความมั่นคงแล้ว เช่น ปราสาท (อิฐ) บ้านไผ่ จังหวัดสระแก้ว กู่โพนระฆัง จังหวัดร้อยเอ็ด และ กู่ประภาชัย จังหวัดขอนแก่น รวมทั้งโบราณสถานในอุทยานประวัติศาสตร์พิมาย ซึ่งมีน้ำฝนและน้ำใต้ดินมาจากแม่น้ำมูลที่กำลังเฝ้าระวังเช่นกัน

3. เสี่ยงน้อย จำนวน 37 แห่ง ที่โบราณสถานที่มีน้ำท่วมขังเฉพาะตอนฝนตกและสามารถระบายออกได้อย่างรวดเร็ว เช่น วัดใหญ่สุวรรณาราม จังหวัดเพชรบุรี วัดโขลงสุวรรณคีรี (คูบัว) จังหวัดราชบุรี  ปราสาทกังแอน จังหวัดสุรินทร์ กู่แก้วสี่ทิศ จังหวัดศรีสะเกษ ปรางค์กู่ จังหวัดร้อยเอ็ด รวมทั้งโบราณสถานในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย โบราณสถานในเวียงท่ากาน จังหวัดเชียงใหม่ และโบราณสถานในเมืองโบราณเชียงแสน จังหวัดเชียงราย

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสถานการณ์ปริมาณน้ำฝนมากและน้ำล้นตลิ่งซึ่งเป็นปัญหาอุทกภัย กรมศิลปากร จึงสั่งการให้หน่วยงานในสังกัดปฏิบัติการเฝ้าระวังโบราณสถานอย่างต่อเนื่อง ส่วนโบราณสถานที่อยู่ในการดูแลของวัด/เอกชน ได้ทำการประสานเครือข่ายภาคประชาชนของกรมศิลปากรเพื่อร่วมกันเฝ้าระวังและจะรายงานสถานการณ์ให้ทราบเป็นระยะต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ท่วมหนักโบราณสถานลุ่มเจ้าพระยา

น.ส.สุกัญญา เบาเนิด ผอ.สำนักศิลปากรที่ 3 พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า จากการที่ในช่วง 2 - 3 วันมีฝนตกลงมาต่อเนื่องส่งผลให้ปริมาณน้ำที่เริ่มลดระดับลงกลับมาเพิ่มสูงขึ้นอีก ประกอบกับยังมีการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยาอย่างต่อเนื่องทำให้ล่าสุดปริมาณน้ำกลับมาอยู่ในระดับเดียวกับช่วงต้นเดือน ต.ค. ทำให้โบราณสถานที่อยู่รอบนอกยังคงถูกน้ำท่วมขังอยู่ ขณะที่โบราณสถานบางแห่งที่อยู่ในพื้นที่เกาะเมืองอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาในทั้งในพื้นที่ลุ่มต่ำบางพื้นที่ได้รับผลกระทบจากฝน