พลังศรัทธาชาวใต้ สักการะพระบรมสารีริกธาตุ

พระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุของพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะจากสาธารณรัฐอินเดียอัญเชิญประดิษฐานชั่วคราวภายในวิหารมณฑป ณ วัดมหาธาตุวชิรมงคล หรือที่ชาวกระบี่เรียกว่า “วัดบางโทง” ด้วยริ้วขบวนอัญเชิญอย่างยิ่งใหญ่ตระการตา ประกอบด้วยขบวนช้าง 10 เชือก สวมเครื่องทรง บนช้างมีผู้เชิญตราสัญลักษณ์ 72 พรรษา พระบรมฉายาลักษณ์  ขบวนธงชาติไทย ธงชาติอินเดีย ธงธรรมจักร ธงฉัพพรรณรังสี ขบวนชุดประจำชาติอินเดีย และชุดพื้นเมืองภาคใต้  ขบวนโคมประทีปดอกบัว ขบวนคณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่ ขบวนเรือพระประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุในมณฑป ขบวนโนราเฉลิมพระเกียรติ ขบวนนางรำพื้นบ้านชุดผ้าพื้นเมือง 600 คน  และขบวนจิตอาสาพระราชทาน ตลอดเส้นทางการเคลื่อนริ้วขบวนพุทธศาสนิกชนมาจาก 14 จังหวัดภาคใต้นั่งแถวรอรับการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุก้มลงกราบสักการะ เปล่งเสียง”สาธุ” เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยเปิดให้สักการบูชา ระหว่างวันที่ 15 – 18 มีนาคม 2567

รัฐบาลไทยร่วมกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐอินเดีย สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 จัดพิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุของพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะจากสาธารณรัฐอินเดีย โดยอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุที่ประดิษฐาน ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรุงนิวเดลี ซึ่งขุดพบที่เมืองปิปราห์วา รัฐอุตตรประเทศ เมื่อปี 2439  และพระอรหันตธาตุของพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะจากพุทธวิหารสาญจี รัฐมัธยประเทศ อินเดีย ซึ่งเป็นศาสนวัตถุที่มีความสำคัญต่อพุทธศาสนิกชนอินเดียและไทย รวมทั้งยังเป็นโบราณวัตถุที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของอินเดียมาประดิษฐานเป็นการชั่วคราว ณ ประเทศไทย เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567

จากมณฑลพิธีท้องสนามหลวงสู่หอคำหลวง อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จ.เชียงใหม่ จากนั้นอัญเชิญไปวัดมหาวนาราม จ.อุบลราชธานี ก่อนมาถึงเมืองกระบี่  มียอดรวมประชาชนสักการบูชาแล้วกว่า 2 ล้านคน นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมว.วัฒนธรรม กล่าวว่า นับเป็นประวัติศาสตร์ในรอบ 2,567 ปี ที่พระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุของพระอัครสาวกทั้งสององค์เสด็จมาประดิษฐานพร้อมกัน ณ ประเทศไทย สำหรับที่ จ.กระบี่ เปิดให้พุทธศาสนิกชนกราบสักการะถึงวันที่ 18 มี.ค. เวลา 07.00 – 21.00 น. และทุกวันเวลา 18.00 – 19.00 น. จะมีพิธีเจริญพระพุทธมนต์เสริมสิริมงคลให้กับศาสนิกชนที่เข้ากราบสักการะพระบรมสารีริกธาตุ จากนั้นวันที่ 19 มี.ค.เวลา 10.30 น.จะอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุขึ้นสู่เครื่องบินกองทัพอากาศอินเดียออกจากท่าอากาศยานกระบี่กลับสู่กรุงเดลี สาธารณรัฐอินเดีย

เหตุที่ จ.กระบี่ ได้รับเลือกเป็นพื้นที่อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุครั้งประวัติศาสตร์ เพื่อให้ชาวใต้มีโอกาสสักการะพระบรมสารีริกธาตุ  สุภชัย วีระภุชงค์ เลขาธิการสถาบันโพธิคยาวิชาลัย 980  กล่าวว่า ปีนี้เป็นปีมหามงคล 72 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นเรื่องอัศจรรย์ว่า อินเดียได้รับพระอรหันตธาตุที่อัญเชิญมาในครั้งนี้คืนจากพิพิธภัณฑ์วิคตอเรียอัลเบิร์ตในปี 1948 ได้บรรจุเอาไว้ในวิหารในปี 1952 ไม่เคยเสด็จออกนอกประเทศเลยเป็นระยะเวลา 72 ปี และเสด็จมาที่ไทย เพราะธรรมราชาผู้เป็นจอมทัพแห่งธรรมเป็นที่แรกในโลก ซึ่งเป็นความมหัศจรรย์ที่ตัวเลขตรงกัน กระบีเป็นจังหวัดที่พบช้างเผือกประจำรัชกาลที่ 9

นอกจากนี้ มูลนิธิวีระภุชงค์ร่วมกับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยศึกษาเรื่องความเชื่อพญานาค 5 แผ่นดิน ได้แก่ ไทย พม่า กัมพูชา ลาว เวียดนาม พบว่า ความเชื่อด้านพญานาคที่มีทางกายภาพเกิดขึ้นครั้งแรกที่กระบี่ คือ เขาหงอนนาค ที่ประดิษฐานปู่ภุชงค์นาคราช นาคาธิบดี ลำดับที่ 3 ที่ปกปักษ์รักษาทะเลใต้ โดยเฉพาะทะเลอันดามันที่กระบี่ อดีตเป็นเมืองท่าสำคัญ หลักฐานปรากฏเป็นลูกปัดคลองท่อมที่ส่งไปขายยังเปอร์เซีย กระบี่เป็นสถานที่สำคัญที่ผู้สัญจรทางทะเลมาไทยต้องผ่านมา เช่นเดียวกับพระเจ้าอโศกมหาราชทรงออกเผยแพร่พระพุทธศาสนาทั่วโลก

“  วัดที่เป็นสถานที่ส่งเสด็จฯ พระบรมสารีริกธาตุ และพระอรหันตธาตุกลับอินเดีย คือ วัดมหาธาตุวชิรมงคล เป็นชื่อที่เป็นมงคลยิ่ง ปรากฏพระนาม “วชิร” ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นมงคลอย่างยิ่ง เพราะอัญเชิญเนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 72 พรรษา ปกติอินเดียเปิดให้สักการะพระอรหันตธาตุของพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะปีละ 1 วันเท่านั้น แต่คนไทยโชคดีมากได้สักการะพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุถึง 26 วันในหนึ่งปี หากสังเกตให้ดีจะเห็นว่า พระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุอัครสาวกลักษณะเหมือนกระดูกมนุษย์ทั่วไป สื่อให้เห็นว่าพระองค์เป็นมนุษย์ธรรมดาเหมือนกับเรา แต่สามารถค้นพบทางดับทุกข์สู่พระนิพพานและพระราชทานแนวทางแห่งการดับทุกข์ไว้ให้เราชาวพุทธ” สุภชัย กล่าว

เชิญชวนพุทธศาสนิกชนร่วมสักการะพระบรมสารีริกธาตุ โดยขอความร่วมมือแต่งกายสุภาพโทนสีขาว งดเว้นสีดำ และช่วงค่ำของทุกวันจะมีการส่องไฟเพิ่มความสวยงามของเจดีย์พุทธคยา วัดมหาธาตุวชิรมงคล อีกด้วย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ชมขนมไหว้พระจันทร์ยักษ์ใหญ่ที่สุดในไทย อ.คฑา ชวนจิบน้ำชา ชมจันทร์ เที่ยวไทยรับพลังบวก ณ มูลนิธิเทียนฟ้า

กระทรวงวัฒนธรรม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย คณะกรรมการส่งเสริมวัฒนธรรมไทย–จีน และ S&P หรือบริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) ร่วมจัดงาน “จิบน้ำชา ชมจันทร์ ไหว้พระจันทร์กับ อ.คฑา” ในวันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2569 ณ มณฑลพิธี มูลนิธิเทียนฟ้า เยาวราช ชวนประชาชนร่วมสืบสานเทศกาลไหว้พระจันทร์ พร้อมชมขนมไหว้พระจันทร์ยักษ์และทำความรู้จัก 12 จุดชมจันทร์ทั่วไทย

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงนำ 'ชุดไทย' สู่เวทีโลก จัดแสดงองค์ความรู้กลางกรุงโตเกียว

กรมส่งเสริมวัฒนธรรมจัดกิจกรรม “ชุดไทย: ความรู้ งานช่างฝีมือ และแนวปฏิบัติการแต่งกายชุดไทยประจำชาติ”

'ไทยฟุ้ง ปรุงไทย' ชวนตามรอย 77 เมนูอร่อย ที่ไม่เคยลิ้มลอง!

ใครอยากสัมผัสเสน่ห์ของอาหารและวัฒนธรรมไทยแบบครบทุกภูมิภาค ปักหมุดไว้เลยงานมหกรรมวัฒนธรรม “ไทยฟุ้ง ปรุงไทย” (Thai Taste Thai Fest 2026) จะชวนทุกคนมาชิม ชม ช้อป เมนูอาหารพื้นถิ่นที่ขึ้นแท่น 1 จังหวัด 1 เมนู เชิดชูอาหารถิ่น “รสชาติ...ที่หายไป The Lost Taste” ประจำปี 2569 ระหว่างวันที่ 1-4 ตุลาคม 2569 ที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

จุฬาฯ จับมือกระทรวงวัฒนธรรม จัด Let’s Play ครั้งที่ 3 ปลุก “การละเล่นพื้นบ้าน” ชวนเด็กเงยหน้าจากจอ กลับมาเล่นบนสนามอีกครั้ง

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดย PMCU (สำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาฯ) ร่วมกับ กระทรวงวัฒนธรรม เครือข่ายเล่นเปลี่ยนโลก และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ชวนเด็กและครอบครัวกลับมา “เล่น” ด้วยกันอีกครั้ง กับ CHULA Let’s Play ตอน “อุทยานฯ การละเล่น” วันเสาร์ที่ 19