'เจ้าฟ้านักวิทยาศาสตร์' สู่การวางรากฐาน'สุขภาพหนึ่งเดียว' เพื่อปวงประชา

กว่า 3 ทศวรรษที่ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์  ทรงมุ่งมั่นสร้างองค์ความรู้ด้านการศึกษาวิจัย วิชาการ และวิทยาศาสตร์การแพทย์ ตลอดจนการพัฒนางานวิจัยและสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ผ่านโครงการวิจัยเชิงบูรณาการรอบด้าน สอดคล้องกับแนวคิดหลักสุขภาพหนึ่งเดียว (One Health Concept) ขององค์การอนามัยโลก (World Health Organization – WHO) 

ขณะเดียวกัน องค์ประธานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ทรงมีพระนโยบายให้สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ มุ่งบูรณาการงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน เพื่อสร้างนวัตกรรมและความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสมัยใหม่อยู่เสมอ ดังเรื่องการวิจัยและพัฒนายารักษาโรค ด้วยพระอัจฉริยภาพในฐานะที่ทรงเป็นนักวิทยาศาสตร์ทางด้านเคมีและวิทยาศาสตร์ชีวการแพทย์ ด้วยทรงใช้พระปรีชาสามารถ และพระประสบการณ์ในการวางรากฐานเพื่อสร้างความมั่นคงทางด้านยาให้แก่ประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ยาต้านโรคมะเร็ง”

ทรงตระหนักถึงความสำคัญในการคิดค้นพัฒนายา เพื่อให้ประเทศไทยก้าวสู่ความมั่นคงทางยาที่มีนวัตกรรมที่สร้างคุณค่าและยั่งยืน อีกทั้งยังทรงแสวงหาความร่วมมือเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์กับสถาบันวิจัยทางวิทยาศาสตร์ โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย และภาคเอกชนชั้นนำระดับโลกในหลายประเทศ ตลอดจนทรงริเริ่มจัดทำโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการวิจัยและพัฒนายาชีววัตถุที่ได้มาตรฐานภายในประเทศไทย จึงนำมาสู่การจัดตั้ง “ศูนย์วิจัยและพัฒนาชีววัตถุ” สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ (CRI’s Center for Biologics Research and Development – CBRD) ที่มุ่งเน้นการดำเนินงานวิจัยและพัฒนายาที่มีประสิทธิภาพตามมาตรฐานสากล ซึ่งสามารถนำไปใช้รักษาโรคต่าง ๆ อีกทั้งยังมีการพัฒนาบุคลากรควบคู่ไปด้วย ทำให้คณะนักวิจัยของสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ประสบความสำเร็จในการพัฒนายาชีววัตถุคล้ายคลึง “ทราสทูซูแมบ” (Trastuzumab) ที่ใช้รักษาโรคมะเร็งเต้านม ซึ่งขณะนี้ อยู่ในขั้นตอนการเตรียมข้อมูลเพื่อขึ้นทะเบียนยา ถือเป็นนวัตกรรมด้านยาชีววัตถุชิ้นแรกของประเทศไทย โดยนักวิจัยชาวไทยตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ซึ่งการพัฒนายาต้านมะเร็งนี้ ถือเป็นหนึ่งในพันธกิจสำคัญของสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งจวบจนปัจจุบัน

นอกจากนี้ ทรงมุ่งมั่นในการศึกษาค้นคว้าและพัฒนางานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม อาทิ การศึกษาวิจัยเพื่อประเมินความเสี่ยงต่อสุขภาพที่เกิดจากการได้รับมลพิษทางอากาศ  การศึกษาวิจัยถึงผลกระทบของสารเคมีที่มีคุณสมบัติก่อมะเร็ง ได้แก่ สารเคมีที่ใช้ในอุตสาหกรรม และเกษตรกรรม หรือสารที่ปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมดังเช่น “สารหนู” ทั้งนี้ กลไกการเกิดของสารพิษต่าง ๆ ส่วนใหญ่เป็นสารเคมีที่มีความเป็นพิษสูง และเป็นอันตรายต่อชีวิตหากสัมผัสเป็นเวลานาน อีกทั้งยังเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สามารถก่อให้เกิดโรคเรื้อรังชนิดต่าง ๆ ได้ เช่น โรคมะเร็ง โรคเกี่ยวกับระบบการหายใจ ระบบหัวใจ และการไหลเวียนของเลือด เป็นต้น

อีกหนึ่งพระกรณียกิจสำคัญ ในฐานะประธานกิตติมศักดิ์มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) ได้เสด็จไปทรงงานด้านสุขภาพอนามัยของประชาชนทั่วประเทศ ในการให้บริการออกตรวจรักษาโรค และฟื้นฟูสุขอนามัยของประชาชนผู้เจ็บป่วยที่ยากไร้อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้เข้าถึงการให้บริการด้านสาธารณสุขที่ดีและทั่วถึง   พร้อมกันนี้ ยังทรงให้ความสำคัญครอบคลุมไปถึงชีวิตและสุขภาพอนามัยที่ดีของสัตว์  โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหา “โรคพิษสุนัขบ้า” ที่สามารถคร่าชีวิตทั้งคนและสัตว์ได้ เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มียาที่ใช้ในการรักษา แต่สามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีน ด้วยเหตุนี้ จึงทรงรับเป็นประธานกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินโครงการ “สัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัย จากโรคพิษสุนัขบ้าตามพระปณิธานฯ ” และโปรดให้มีการออกหน่วยสัตวแพทย์อาสาจุฬาภรณ์ทั่วประเทศ   เพื่อให้สัตว์เลี้ยงและสัตว์ไร้ที่พึ่งได้รับการดูแลด้านสุขภาพอย่างถูกวิธี ทั้งการได้รับการฉีดวัคซีน การผ่าตัดทำหมัน ตลอดจนการจัดฝึกอบรมแบบบูรณาการ เผยแพร่ความรู้ พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องในการบริหารจัดการปัญหาโรคพิษสุนัขบ้าสู่ชุมชนตามภูมิภาคต่าง ๆ เพื่อกำจัดโรคพิษสุนัขบ้าให้หมดสิ้นไปจากประเทศไทย

ทรงมีพระดำริให้จัด การประชุมวิทยาศาสตร์นานาชาติเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ (Princess Chulabhorn International Science Congress – PC)  ครั้งที่ 9 ในหัวข้อ “ความท้าทายของสุขภาพหนึ่งเดียว : บทบาทของวิทยาศาสตร์ชีวภาพและเคมี” (The Challenges of One Health: The Roles of Biosciences and Chemistry) ระหว่างวันที่ 15-18 ธันวาคม พ.ศ. 2567  ณ โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ เพื่อถวายเป็นราชสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 72 พรรษา วันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2567 และเพื่อเป็นเวทีการประชุมระดับนานาชาติครั้งสำคัญที่จะเน้นบทบาทของวิทยาศาสตร์ชีวภาพและเคมี กับการแก้ปัญหาความท้าทายของสุขภาพหนึ่งเดียว ซึ่งในปัจจุบันได้มีการนำแนวความคิดดังกล่าวมาใช้ในการพัฒนาองค์ความรู้อย่างบูรณาการระหว่างสหสาขาวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง ทั้งการแพทย์ การสัตวแพทย์ และอนามัยสิ่งแวดล้อม ถือเป็นพระนโยบายเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการแสวงหาและทำให้เกิดความร่วมมือด้านการศึกษาวิจัย การเผยแพร่ข้อมูล การแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และความก้าวหน้าของงานวิจัยตามแนวคิดหลักสุขภาพหนึ่งเดียว (One Health Concept) ระหว่างนักวิทยาศาสตร์และนักวิชาการในสาขาต่าง ๆ รวมทั้งมีความพยายามในการพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสหสาขาวิชาชีพทางการแพทย์และวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องจากทั่วทุกมุมโลกเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพอนามัยที่ดีให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน

ในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงเจริญพระชนมายุ 67 พรรษา วันที่ 4 กรกฎาคม 2567 ขอน้อมเกล้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน สถิตเป็นมิ่งขวัญร่มเกล้าแก่ประเทศชาติและประชาชนชาวไทยสืบไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รัฐบาลจับมือ WHO ผลักดัน 'กระเป๋าสุขภาพดิจิทัล'

รัฐบาลจับมือ WHO ผลักดัน 'Digital Health Wallet' ยกระดับประชาชนเป็นเจ้าของข้อมูลสุขภาพของตนเอง เชื่อมข้อมูลรักษาพยาบาลไร้รอยต่อ รองรับอนาคตสาธารณสุขดิจิทัลระดับโลก

ไขข้อข้องใจ! 'อีโบลา' เข้าข่าย 'โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์' หรือไม่

ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี โพสต์ข้อความเรื่อง "อีโบลา (Ebola) ถือเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STD) หรือไม่?" โดยระบุว่า

WHO เรียกร้องให้ประเทศเพื่อนบ้านของคองโก ต่อต้านการระบาดของไวรัสอีโบลาทันที

องค์การอนามัยโลก (WHO) เรียกร้องให้ประเทศเพื่อนบ้านของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโค ดำเนินการ “ทันที” เพื่อต่อต้านการแพร่ระบาดของไวรัสอีโบลา

'หมอยง' แจงชัด! 'โควิด' สายพันธุ์ระบาดสิงคโปร์ มีผลต่อไทยแค่ไหน

ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย