เลียบชายแดนไทย-พม่า  ชมธรรมชาติขุนเขาแม่ลาน้อย-แม่สะเรียง

นาขั้นบันได ความสวยงามของวิถีเกษตรดอยสูง 

ก่อนพายุจะเข้า และก่อนน้ำท่วมภาคเหนือ ได้มีโอกาสไปเที่ยว แม่ฮ่องสอนซึ่งเป็นอีกจังหวัดที่มีเสน่ห์อยู่เสมอ  เพราะแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่งตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขียวขจี บางแห่งที่อยู่บนยอดดอยมีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี  มีไอหมอกบางๆในยามเช้า และสายน้ำอันเป็นธรรมชาติที่ชวนให้นักท่องเที่ยวหลงใหลอยากจะเดินทางมาสัมผัสบรรยากาศดีๆ สูดรับโอโซนได้อย่างเต็มที่

สำหรับการเดินทางไปครั้งนี้ปักหมุด 4 จุดแหล่งท่องเที่ยวแม่ฮ่องสอน หากใครที่ไปบ่อยๆจะรู้ดีว่าแลนด์มาร์คของแหล่งท่องเที่ยวแต่จุดจะอยู่ห่างกันพอสมควร แต่เรากลับรู้สึกคุ้มค่ากับทุกช่วงเวลาที่ได้นั่งรถอย่างใจจดจ่อที่จะไปถึงในแต่ละที่ เพราะแค่ระหว่างทางก็เต็มไปด้วยกลิ่นอายของดินและต้นไม้ที่เรียงรายอยู่สองข้างทาง พอเข้าในเมืองทุกคนยังคงใช้วิถีที่เรียบง่าย รู้สึกเหมือนได้มาชาร์จพลังกายพลังใจ

ชมวิวไร่กาแฟกลางหุบเขาบ้านห้วยห้อม

เริ่มเดินทางฝ่าถนนที่คดเคี้ยว มีต้นไม้ริมทางพลิ้วไหวลู่ไปตามแรงลมเป็นกำลังใจให้เหล่านักเที่ยวที่เดินทางมายังบ้านห้วยห้อม อ.แม่ลาน้อย หมู่บ้านเล็กๆ ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขามองไปทางไหนก็จะเห็นสีเขียวขจีของต้นไม้ที่ขึ้นปกคลุมขุนเขาหนาแน่น มีแหล่งต้นน้ำธรรมชาติที่ไหลผ่านจากยอดดอยลงสู่ลำธาร ทำให้ที่นี่มีลำธารลำห้วยหลายสาย ทั้งลำห้วยซะหย่าโกร๊ะ ห้วยบาโกร๊ะ ห้วยหนู่โกร๊ะ ห้วยซิติโกร๊ะ ความอุดมสมบูรณ์ที่สมบูรณ์แบบนี้ ชาวปกาเกอญอที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ส่วนใหญ่จึงใส่ดูแลรักษาป่า สายน้ำ ที่เปรียบเสมือนบ้านหลังใหญ่เป็นอย่างดี

ร้านกาแฟ แม่ยาย โฮมสเตย์ บนเขาบ้านห้วยห้อม

บ้านห้วยห้อมยังขึ้นชื่อเรื่องการเป็นแหล่งปลูกกาแฟชั้นยอด จากแนวทางการพัฒนาชาวบ้านบนดอยสูงให้มีอาชีพ เลิกการปลูกฝิ่นและทำไร่ผิดวิธี จึงได้มีการจัดตั้ง ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ลาน้อย ที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้ทรงพระราชทานวิธีการทำเกษตรบนพื้นที่สูง โดยเฉพาะการปลูกกาแฟ พันธุ์อาราบิก้า จนกาแฟห้วยห้อม เป็นที่รู้จักของคอกาแฟเป็นอย่างดี เราไม่พลาดจะต้องแวะลิ้มรสกาแฟที่ แม่ยายโฮมสเตย์ บ้านห้วยห้อม พอได้ยินชื่อแล้วอาจจะงงว่ามาผิดที่รึป่าว ไม่ผิดแน่นอนเพราะที่นี่เปิดโฮมสเตย์แล้วยังมีร้านคาเฟ่เล็กๆ ที่คัดสรรเมล็ดกาแฟอย่างดี คั่วเองจนได้เมล็ดกาแฟคุณภาพ กลิ่นหอมกรุ่น จิบไปชมวิวหลักล้านเพลินๆ ไม่ต้องเปิดแอร์ก็ได้สัมผัสกับลมโชยเบาๆเย็นสบาย แถมยังชมวิวหมู่บ้านและทิวเขาได้แบบพาโนรามาเลยทีเดียว

มุมคาเฟ่ จากกาแฟห้วยห้อม

แวะจุดชมวิวนาขั้นบันไดบ้าน ในอ.แม่ลาน้อย ซึ่งเป็นที่ตั้งของโครงการหลวงแม่ลาน้อยด้วย จึงไม่แปลกใจเลยที่แม่ลาน้อยจะได้รับฉายาว่าเป็นเมืองร้อยนา เพราะมีการปลูกข้าวจำนวนมากไม่ว่าจะเป็นนาขั้นบันไดหรือนาพื้นที่ราบ ทำให้ที่นี่มีวิวทิวทัศน์สีเขียวขจีของท้องนา และเมื่อถึงฤดูเก็บเกี่ยวจากสีเขียวก็จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองทั่วทั้งหุบเขาสุดงามตา

เฮนไต รีสอร์ท ที่พักวิวทุ่งนาเขียวขจี
บรรยากาศในห้องพักใกล้ชิดท้องนา

พักค้างแรมที่เฮินไต รีสอร์ท แม่ลาน้อย ท่ามกลางทุ่งนาผืนใหญ่โอบล้อมไปด้วยทิวเขา ห้องพักแต่ละมีการจัดแบ่งโซนให้ทุกห้องได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติ เพื่อให้ทุกคนได้นอนหลับสบายๆ วันรุ่งขึ้นออกเดินทางมาถึงยังท่าเรือบ้านแม่สามแลบ อ.สบเมย จุดผ่อนปรนเพื่อการค้าชายแดนไทย-พม่า เตรียมตัวล่องเรือแม่น้ำสาละวิน ไปยังโรงพักเก่าบ้านท่าตาฝั่ง ผืนน้ำที่ทอดยาวกั้นพรมแดนระหว่างสองประเทศแห่งนี้ เป็น 1 ใน  25 ลุ่มน้ำหลักของประเทศ ที่มีต้นกำเนิดจากเทือกเขาในธิเบตทางภาคเหนือตอนล่างของประเทศจีนไหลสู่ตอนใต้ของประเทศจีน ผ่านรัฐฉาน และคะยา ด้านตะวันออกของพม่า โดยช่วงที่ผ่านพรมแดนไทย-พม่าความยาวประมาณ 127 กม. ลุ่มน้ำสาละวินในประเทศไทยครอบคลุมพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน และบางส่วนของจ.ตาก จ.เชียงใหม่ และจ.กำแพงเพชร

ล่องเรือแม่น้ำสาละวิน แม่น้ำสายหลักของไทย
จุดลงเรือแม่สามแลบ

ล่องเรือรับชมวิวที่มีผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ สองฟากฝั่งจะมองเห็นบ้านเรือนริมน้ำที่แทรกตัวกลมกลืนกับธรรมชาติ ใช้เวลาราวๆ 40 นาที ก็มาถึงฝั่งขึ้นเรือแล้วเดินทางต่อไปอีกนิดก็จะพบกับโรงพักท่าตาฝังเก่าแก่ในอ.แม่สะเรียง ที่ตั้งโดดเดียวอยู่ริมแม่น้ำสาละวิน ลองนึกย้อนกลับไปในอดีตโรงพักแห่งนี้นับว่ามีทำเลที่ตั้งสวยงามไม่น้อยเลยทีเดียวเพราะด้านหน้าคือแม่น้ำ ส่วนด้านหลังก็เขา แต่ปัจจุบันแม้เราจะมาถึงช่วงบ่ายมีแสงแดดคอยให้ความสว่างแต่ก็รู้สึกขนลุกเพราะโดยรอบเงียบสงัดมีเพียงใบไม้ที่พริ้วไหวและสายน้ำที่ไหลเอื่อยๆ โรงพักแห่งนี้สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยรัชกาล 5 ประมาณพ.ศ. 2444 โดยชาติตะวันตกฝ่ายสัมพันธมิตร ซึ่งเหตุผลที่ต้องสร้างเนื่องจากมีการห้ามจัดกองกำลังทหารประชิดชายแดน จึงได้มีการสร้างโรงพักขึ้นทำหน้าที่แทนกองกำลังทหาร และเพื่อความปลอดภัยในการค้าไม้ระหว่างไทย-พม่า

โรงพักท่าตาฝั่งเก่าแก่ริมแม่น้ำสาละวิน
ภาพถ่ายสมัยอดีตของโรงพักท่าตาฝั่ง
 ห้องขังในอดีตที่แน่นหนา
ทางขึ้นไปด้านบนโรงพัก

ตัวโรงพักก่อสร้างด้วยไม้แดงหนา 20 ซม. ทั้งหลังมีการออกแบบแนวตะวันตกมีทั้งหมด 2 ชั้น มีบันไดด้านหน้าเดินขึ้นไปยังชั้น 2 ด้านในมีเพียงภาพถ่ายที่เก่าในอดีตของโรงพักและโต๊ะหนึ่งตัวไว้ใช้สำหรับรับเรื่องร้องทุกข์ของชาวบ้าน มีห้องขัง ห้องเสมียนโต้ตอบหรือห้องสอบสวน และห้องหัวหน้าสถานี มีห้องโถงล่างมืดสนิทไม่แน่ใจว่าห้องนี้มีการใช้งานเพื่อวัตถุประสงค์ใด หากจะใช้เป็นที่ขังนักโทษก็จะดูไม่รัดกุมเพราะผนังด้านนอกส่วนชั้นล่างมีการเจาะเป็นรูวงรีโดยรอบอาคาร ที่นี่จึงนับเป็นอีกจุดท่องเที่ยวสำหรับนักเดินทางที่ชอบการสำรวจแหล่งประวัติศาสตร์ที่สำคัญในอดีต

ขึ้นบกเดินทางมุ่งหน้าไปชมพระอาทิตย์ตกที่ดอยหว่ากลือโจ๊ะ เมื่อมาถึงจะต้องเดินต่อไปอีก 500 เมตร ทางเดินไม่ลาดชันมาก ในช่วงประมาณสัก 4-5 โมงเย็นเป็นช่วงที่เวลาที่พอเหมาะพอดีเดินสบายๆอากาศไม่ร้อน อึดใจเดียวก็มาถึงจุดชมพระอาทิตย์ตกบนยอดดอย แต่มีมุมลับๆ ที่ก็ชมพระอาทิตย์ตกได้สวยไม่แพ้ยอดดอยเลย คือ ก่อนที่จะเดินถึงยอดดอยประมาณราวๆ อีก 200 เมตร จะมีจุดนั่งพักที่มีหน้าผายื่นออกไป เราสามารถยืนชมแสงเย็นที่ทอประกายเต็มท้องฟ้าก่อนจะค่อยๆจางหายไป

พระอาทิตย์ตก ดอยหว่ากลือโจ๊ะ

วันที่ต้องเดินทางกลับ ระหว่างทางไปยังสนามบินเชียงใหม่ ขอส่งท้ายการสัมผัสธรรมแบบจุใจที่น้ำตกแม่ยะ อ.จอมทอง จ.เขียงใหม่ เพราะมีคำกล่าวขานว่าเป็น 1 ในน้ำตกที่สวยที่สุดในประเทศ เพราะนอกจากจะมีขนาดใหญ่ ที่เกิดจากลำห้วยแม่ยะ ไหลลดหลั่นลงมาถึง 30 ชั้น รวมความสูงประมาณ 260 เมตร ยิ่งในช่วงฤดูฝนสายน้ำตกจะแผ่กว้างถึง 100 เมตร ถึงฤดูแล้งปริมาณน้ำอาจลดน้อยลง แต่สายน้ำตกจะใสสะอาดมาก ทำให้เป็นนิยมในการเดินทางพักผ่อนและชื่นชมความสวยงาม

 เที่ยวแม่ฮ่องสอนต้องบอกจริงๆว่าสนุกครบรส ตอบโจทย์ทั้งสายลุย สายธรรมชาติ สายตั้งแคมป์ หรือสายคอนเทนต์มาที่จังหวัดนี้แล้วจะเที่ยวได้ไม่มีเบื่อเลย

น้ำตกแม่ยะ ความงามของสายน้ำและขุนเขา

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แผ่นดินไหวเขย่า 'เวียดนาม' ขนาด 3.8 'เมียนมา' 3.1

กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่า เมื่อเวลา 04:20 น. (ตามเวลาประเทศไทย) เกิดแผ่นดินไหวที่ประเทศเวียดนาม ขนาด 3.8 ลึก 10 กิโลเมตร

แผ่นดินไหวเขย่าเมียนมา ขนาด 4.0 ก่อนตามมาอีก 2 รอบ

กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่า เมื่อเวลา 04:20 น. ตามเวลาประเทศไทย เกิดแผ่นดินไหวประเทศเมียนมา ขนาด 4.0 ขนาด 4.0 ความลึก 10 กิโลเมตร

แผ่นดินไหวเขย่าเมียนมา ขนาด 3.2 ห่างจากแม่สะเรียง 176 กม.

เมื่อเวลา 07.03 น. ตามเวลาประเทศไทย เกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 3.2 ลึก 10 กิโลเมตร ศูนย์กลางอยู่ประเทศเมียนมา ห่างจาก อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน

เตือนเหนือตอนล่างยังอ่วม!

สถานการณ์อุทกภัย "ภาคเหนือ" น่าห่วง "ปภ." ส่งเซลล์บรอดคาสต์แจ้งเตือนหลายพื้นที่เฝ้าระวัง "น่าน-แม่ฮ่องสอน"

แผ่นดินไหวเขย่า 'เชียงใหม่' ขนาด 2.2 ลึก 10 กม.

กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่า เมื่อเวลา 02.13 น. เกิดแผ่นดินไหวขนาด 2.2 ลึก 10 กิโลเมตร ศูนย์กลางอยู่ที่ต.เวียงแหง อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่