
22 มกราคม 2568 – นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อม โดยมี นายแพทย์ภาณุมาศ ญาณเวทย์สกุล อธิบดีกรมควบคุมโรค นายกิตติกร โล่ห์สุนทร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และคณะกรรมการควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมประชุม ที่กระทรวงสาธารณสุข
โดยนายสมศักดิ์ กล่าวว่า การประชุมวันนี้ ได้พิจารณาเรื่องสำคัญ คือแนวทางปฎิบัติในการเฝ้าระวัง การป้องกัน และการควบคุมโรคหรืออาการที่เกิดจากการสัมผัสฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน ซึ่งที่ผ่านมา พระราชบัญญัติควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดลล้อม พ.ศ.2562 ยังไม่เคยประกาศใช้ ดังนั้น ครั้งนี้ ถือเป็นการประชุมครั้งแรก ที่จะมีการขอแนวทางกฎหมาย เพื่อดูแลสุขภาพของประชาชน โดยเรื่อง ฝุ่น PM 2.5 เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องช่วยกัน ทั้งภาครัฐ และเอกชน ซึ่งผู้ประกอบการ ต้องร่วมแรงร่วมใจ เพื่อให้ประชาชนทั้งประเทศปลอดภัย
รมว.สธ. กล่าวอีกว่า การเสนอใช้กฎหมายควบคุมโรคฉบับนี้ เป็นไปตามมาตรา 14(2) ที่ระบุว่า “เสนอเขตพื้นที่ ที่ต้องมีการเฝ้าระวัง การป้องกัน และการควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพ และโรคจากสิ่งแวดล้อมเป็นการเฉพาะต่อคณะรัฐมนตรี” และเป็นไปตามมาตรา 35 ที่ระบุว่า เพื่อประโยชน์ในการป้องกันและควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อม ซึ่งหากปล่อยไว้อาจเกิดหรือก่อให้เกิดอันตรายอย่างร้ายแรงต่อชีวิต ร่างกาย หรือ สุขภาพอนามัยของประชาชนในเขตพื้นที่ ให้อธิบดีกรมควบคุมโรค ฯ มีอำนาจประกาศเขตพื้นที่ ที่จำเป็นต้องเฝ้าระวัง ป้องกัน หรือควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพหรือโรคจากสิ่งแวดล้อม รวมทั้งประกาศยกเลิกเมื่อมีเหตุอันสมควรหรือสภาวการณ์ของโรคนั้นสงบลง”
“โดยมาตรการภายหลังการประกาศเขตพื้นที่ควบคุมโรค 1.ผู้ว่าราชการจังหวัด สนับสนุนหน้ากากอนามัย แก่กลุ่มเปราะบาง ออกประกาศ WFH จัดทำศูนย์รองรับการอพยพ และขอความร่วมมือเกษตรกร 2.โรงพยาบาล จัดทำห้องปลอดฝุ่นให้กลุ่มเปราะบาง เช่น ห้องเด็กแรกคลอด ห้องพักหลังคลอด 3.พนักงานเจ้าหน้าที่ ตามพ.ร.บ.ควบคุมโรคฯ ใช้กลไกทางกฎหมาย ม.30 ม.31 และ ม.33 ในการแจ้ง การรายงาน และการสอบสวนโรคจากฝุ่น PM 2.5 “
นอกจากนี้ นายสมศักดิ์ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า พระราชบัญญัติควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดลล้อม พ.ศ.2562 มีผลบังคับใช้เดือนกันยายน 62 ซึ่งยังไม่เคยประกาศพื้นที่ WFH เลย ตั้งแต่มีกฎหมายฉบับนี้มา คณะกรรมการฯ จึงได้ประชุมดูพื้นที่ เพราะในมาตรา 14(2) คณะกรรมการต้องดูพื้นที่ที่เข้าข่ายของ PM 2.5 มากกว่า 75 มคก./ลบ.ม. หรือ ในพื้นที่สีแดง ในระยะเวลาติดต่อกันช่วงหนึ่ง โดยในวันนี้ที่ดูแล้ว พื้นที่สีแดงที่ติดต่อกันระยะเวลาหนึ่ง มากกว่า 3 วัน ยังไม่มี ซึ่งมี PM 2.5 จริง แต่ยังไม่เกินระยะเวลาที่ควรเสนอพื้นที่ต่อคณะรัฐมนตรีได้ แต่ในการดำเนินการ ก็มีการประชุม เพื่อให้อธิบดีกรมควบคุมโรค สามารถใช้วิจารณญาณได้ เพราะในมาตรา 35 ผู้ว่าราชการจังหวัด สามารถขอมายังอธิบดีกรมควบคุมโรค ให้ประกาศในกรณี WFH ได้ โดยรายละเอียดการประชุมวันนี้ ตนจะนำเสนอให้คณะรัฐมนตรี รับทราบว่าเราพยายามใช้กฎหมายฉบับนี้
เมื่อถามว่า เรายังไม่จำเป็นต้อง WFH ใช่หรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ยัง เพราะว่า PM 2.5 ระดับยังไม่เกิน 75 มคก./ลบ.ม. ในระยะเวลายาว เมื่อถามต่อว่า ถ้าในสัปดาห์หน้า PM 2.5 สูงติดต่อกัน จะให้ประกาศได้เลยหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ตนต้องเสนอคณะรัฐมนตรี รับทราบก่อน เพราะในกรณีใช้มาตรา 35 ก็ไม่ต้องใช้การประกาศพื้นที่ก่อน อธิบดีฯสามารถใช้วิจารณญาณร่วมกับผู้ว่าฯได้
เมื่อถามว่า ต้องสูงเกิน 3 วันใช่หรือไม่ ถึงประกาศ WFH ได้ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เป็นแนวทางสิ่งที่เราควรประกาศ แต่ต้องขอหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ที่ผ่านมา ยังไม่เคยเกิน เมื่อถามต่อว่า เป็นการขัดแย้งกับความรู้สึกของประชาชนที่บอกว่าเกินมานานแล้ว นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ฝุ่นมีมานานแล้ว แต่ไม่เกิดขึ้นในเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ดั๊บเบิ้ล เอ บุกใจกลางกรุง แจกหน้ากาก Double A Care ดูแลป้องกันฝุ่น PM2.5
ในช่วงที่กรุงเทพฯ มีค่าฝุ่น PM 2.5 สูงกว่าค่ามาตรฐาน ส่งผลต่อสุขภาพโดยเฉพาะระบบทางเดินหายใจ ดั๊บเบิ้ล เอ ได้จัดทรูปลงพื้นที่ย่านธุรกิจ อาทิ ถนนสีลม ถนนสาทร และศูนย์ราชการฯ แจกหน้ากากอนามัย Double A Care ให้กับพนักงานออฟฟิศและประชาชนทั่วไป ภายใต้โครงการ “ส่งต่อความห่วงใย ใส่ใจคนไทยทุกฤดู” เพื่อร่วมดูแลสุขภาพของคนเมืองในช่วงเวลาที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ
11-12 ก.พ.'กทม.–ปริมณฑล–ภาคตะวันออก' เตรียมรับมือฝุ่น PM2.5
ศกพ.แจ้งเตือน กทม.–ปริมณฑล–ภาคตะวันออก ฝุ่น PM2.5 มีแนวโน้มสูงขึ้น 11–12 ก.พ. 2569 จากอิทธิพลลมตะวันออกและหมอกควันข้ามแดน
เช็ค 12 พื้นที่ค่าฝุ่น PM2.5 สูงสุดใน กทม. แนะสวมหน้ากากทุกครั้งที่ออกนอกอาคาร
สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ในกรุงเทพมหานคร ประจำวันที่ 2 ก.พ.2569
สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย(TEI) เผยผลสำรวจพบคนไทยกว่า 88% อ่วม! เจอมลพิษรุนแรง PM2.5 นำโด่ง 42% โลกร้อน 22% มลพิษขยะและของเสีย 15% เรียกร้องพรรคการเมืองดัน 3 นโยบาย “อากาศ – น้ำ - ขยะ” เป็นวาระหลัก เตรียมทำข้อเสนอต่อรัฐบาลใหม่
เมื่อวันที่ 19 ม.ค.สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) พร้อมด้วยองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (TBCSD) สมาคมส่งเสริมการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน(ประเทศไทย) (Thai SCP)และสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เปิดเวทีดีเบตเชิงนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมกับพรรคการเมืองก่อนการเลือกตั้งในงาน “TEI: Thai

