เศรษฐกิจดิจิทัลของไทย เตรียมรับแรงกระแทกจาก AI - หุ่นยนต์

รศ.ดร.ธนวรรธน์  พลวิชัย

ในสังคมที่การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีมีผลต่อการขับเคลื่อนและพัฒนาทางเศรษฐกิจของประเทศ คณะเศรษฐศาสตร์ ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจดิจิทัล ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ และศูนย์วิจัยด้านการลงทุนและการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้จัดสัมมนา ในหัวข้อ “พลวัตเศรษฐกิจดิจิทัล: ความเสี่ยง และโอกาสทางธุรกิจ ตลาดแรงงาน ความสามารถในการแข่งขัน และความเป็นธรรม”เพื่อเผยแพร่ผลสำรวจเกี่ยวกับ แนวโน้มการลงทุนของ SMEs, การค้าระหว่างประเทศ และการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีในปี 2568 เสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขันของธุรกิจไทย ภายใต้แนวคิดการเติบโตอย่างยั่งยืนและเป็นธรรม เพื่อให้ธุรกิจสามารถปรับตัวและเติบโตได้ในระยะยาว

รศ.ดร.ธนวรรธน์  พลวิชัย อธิการบดี ม.หอการค้าไทย กล่าวว่า การขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่ประเทศที่พัฒนาแล้วมีความสำคัญเนื่องจาก ไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ทำให้อัตราการพึ่งพิงเพิ่มขึ้น เพราะผู้สูงอายุมีรายได้น้อยหรือไม่มีรายได้เลย ในขณะเดียวกัน อัตราการเกิดลดลงอย่างมากในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา และปีที่แล้วเป็นครั้งแรกที่ประชากรไทยเพิ่มขึ้นต่ำกว่า 500,000 คน ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนทางประชากรศาสตร์ที่สำคัญ

ในมุมมองทางด้านการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทย พบว่า อยู่อันดับ 2 ในอาเซียน แต่ข้อมูลในปี 2567 หลายแหล่งประเมินว่า สิงคโปร์อาจจะตกลงมาอยู่อันดับ 2 และไทยหล่นไปอยู่ที่อันดับ 3 หากไทยยังคงมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจต่ำกว่า 3% ขณะที่ประเทศอื่นเติบโตถึง 5% ในอีก 5-10 ปีข้างหน้า ไทยอาจเสียความสามารถในการแข่งขันและอาจตกไปอยู่ในอันดับท้ายของอาเซียน ดังนั้นหนึ่งในแนวทางที่จะกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ คือ เศรษฐกิจดิจิทัลที่ไทยควรมุ่งเน้น เพราะปัจจุบันเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยมีสัดส่วนประมาณ 13-15% ของ GDP แต่ไทยยังเป็นเพียงผู้ใช้งานมากกว่าผู้สร้าง

การก้าวสู่เศรษฐกิจสมัยใหม่ อธิการบดีฯ กล่าวว่า  ไทยจำเป็นต้องยกระดับเป็นผู้ใช้งานที่ความชาญฉลาด ทำให้เป็นจุดเด่นขึ้นให้ได้ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือมาเลเซีย ซึ่งเป็นประเทศที่นักลงทุนด้านเศรษฐกิจดิจิทัลให้ความสนใจ ประชากรของมาเลเซียกว่า 50% เข้าใจเรื่อง ICT และ 10% เป็นผู้เชี่ยวชาญ ขณะที่ไทยมีผู้เข้าใจ ICT เพียง 10% และมีผู้เชี่ยวชาญเพียง 1% ทำให้บริษัทเทคโนโลยีระดับโลก เช่น NVIDIA เลือกลงทุนในประเทศอื่นมากกว่าไทย

“ไทยยังมีโอกาสพัฒนาได้หากมีการเตรียมความพร้อมที่เหมาะสม เช่น มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยได้พัฒนาหลักสูตร AI สำหรับนักศึกษาทุกชั้นปี ภายใต้โครงการ AIUTCC และสนับสนุนโปรแกรมการเรียนรู้ที่จำเป็น นอกจากนี้ ศูนย์ศึกษาเศรษฐกิจดิจิทัลยังมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาหลักสูตรเพื่อรองรับเศรษฐกิจดิจิทัล และเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปสามารถเรียนรู้ได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว หากไทยสามารถพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีและเศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างเป็นระบบ ประเทศก็จะสามารถแข่งขันในเวทีโลกและก้าวเข้าสู่การเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วได้อย่างมั่นคง” อธิการบดีฯ กล่าว

รศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ

รศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เผยว่า เศรษฐกิจดิจิทัลของโลกกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว คาดว่าจะขยายตัวเป็นสามเท่าของอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจโลก และแตะ 24 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2025 หรือ 21% ของ GDP โลก เศรษฐกิจดิจิทัลสร้างประโยชน์ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม แต่ก็มาพร้อมความเสี่ยง โดยเฉพาะผลกระทบต่อตลาดแรงงาน เทคโนโลยี 5G และระบบดาวเทียม เชื่อมโลกเข้าด้วยกันและเปิดโอกาสทางธุรกิจมหาศาล แต่ยังมีความท้าทายเรื่องความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงเทคโนโลยี สงครามการค้ารอบใหม่อาจส่งผลต่อความเป็นหนึ่งเดียวของเศรษฐกิจดิจิทัล AI ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานแต่ก็บริโภคพลังงานสูง ระบบความร่วมมือด้านข้อมูลช่วยผลักดันนวัตกรรมและสร้างระบบนิเวศอัจฉริยะที่ยั่งยืน ขณะที่ ความมั่นคงทางดิจิทัลและการเสริมพลังชุมชน เป็นกุญแจสำคัญในการปรับตัวและเติบโตท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี

เศรษฐกิจดิจิทัลและความท้าทายทางเทคโนโลยีในอนาคต คณบดีฯ กล่าวว่าหากภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม รัฐ การศึกษา และแรงงานไม่พร้อม ประเทศไทยอาจสูญเสียโอกาสและล้าหลังอีกครั้งหลังติดกับดักรายได้ปานกลางมานาน จุดกังวลหลักคือ SMEs ภาคการศึกษา และแรงงาน ที่เผชิญปัญหาด้านการแข่งขันและความเป็นธรรม ความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงเทคโนโลยี โดยเฉพาะ AI อาจขยายช่องว่างเศรษฐกิจ แม้ AI ราคาถูกจากจีนช่วยลดการผูกขาดบางส่วน ช่วงปี 2568-2570 เศรษฐกิจดิจิทัลจะเปลี่ยนแปลงรวดเร็วจากการแข่งขันเทคโนโลยีของ G-8 โดยเฉพาะสหรัฐฯ และจีน ห่วงโซ่อุปทานและภาคการผลิตจะถูกแบ่งแยกมากขึ้น แม้การบูรณาการจะเป็นประโยชน์ แต่ความขัดแย้งอาจผลักดันให้สองมหาอำนาจพัฒนาเทคโนโลยีแบบพึ่งพาตนเอง เทคโนโลยีขั้นสูงถูกใช้มากขึ้นในด้านความมั่นคง การสอดแนม และละเมิดสิทธิส่วนบุคคล รวมถึงการลงทุนด้านกลาโหม ซึ่งอาจกระทบสันติภาพโลก

คณบดี ฯ ได้เผยผลสำรวจแนวโน้มเศรษฐกิจและการลงทุนของธุรกิจ SME โดยใช้กลุ่มตัวอย่าง 400 ธุรกิจ ครอบคลุม 5 กลุ่มหลัก ได้แก่ เกษตรกรรม, การผลิต, การค้าภายในประเทศ, การค้าระหว่างประเทศ และการท่องเที่ยว ผลสำรวจพบว่า ผู้ประกอบการ SME ขนาดย่อยและขนาดเล็กกว่า 50% มองว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2568 มีแนวโน้มแย่ลง ในขณะที่ธุรกิจขนาดใหญ่มีแนวโน้มฟื้นตัว โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวที่คาดว่าจะดีขึ้นจากรายได้ที่เพิ่มขึ้น ส่วนภาคเกษตร การผลิต และการค้าภายในประเทศ ส่วนใหญ่มีแนวโน้มถดถอย

ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อการลงทุนของ SME ได้แก่ การเติบโตทางเศรษฐกิจ อัตราดอกเบี้ย และเสถียรภาพทางการเมือง ซึ่งเป็นปัจจัยระยะสั้น ขณะที่ปัจจัยระยะยาว เช่น การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและเศรษฐกิจดิจิทัล ยังไม่ได้รับความสนใจมากนักจากผู้ประกอบการ อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีทางการเงินถือเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจทุกประเภทมากที่สุด แม้ว่าการลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ๆ จะมีความสำคัญ แต่ในปี 2568 ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังไม่มีแผนลงทุน เนื่องจากขาดแคลนเงินทุนและไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อ บางส่วนยังไม่วางแผนเปลี่ยนมาใช้เทคโนโลยีใหม่ แต่กลุ่มธุรกิจค้าระหว่างประเทศและการท่องเที่ยวมีแนวโน้มที่จะลงทุนด้านเทคโนโลยีในอนาคต

“นโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลควรมุ่งเพิ่ม GDP และสร้างความยั่งยืนระยะยาว โดยให้รัฐสนับสนุนภาคเอกชนในการสร้างมูลค่าเพิ่มแทนการเป็นผู้ให้บริการ พร้อมยกระดับการแข่งขัน ปรับปรุงคุณภาพชีวิต และเตรียมรับผลกระทบจาก AI และหุ่นยนต์ ประเทศไทยควรเลิกยุทธศาสตร์ค่าแรงต่ำ เพราะไม่สอดคล้องกับโครงสร้างประชากรที่เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและปัญหาแรงงานขาดแคลน ควรเน้นพัฒนาแรงงานที่มีผลิตภาพสูง ลงทุนในนวัตกรรม ความโปร่งใส เสถียรภาพทางการเมือง และโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ พร้อมลดต้นทุนทางการเงินและเพิ่มการเข้าถึงแหล่งทุนเพื่อดึงดูดการลงทุนในอนาคต” คณบดีฯ กล่าว

ด้านนิเวศ พันธ์เจริญวรกุล  ประธานคณะกรรมาธิการการเทคโนโลยี สารสนเทศ การสื่อสารและการโทรคมนาคมวุฒิสภา กล่าวว่า เทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วส่งผลให้ความเสี่ยงเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในตลาดแรงงาน ซึ่งหลายตำแหน่งถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติและ AI ทำให้การผลิตบัณฑิตให้ตรงกับความต้องการของตลาดกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องเร่งปรับตัว ภาคการศึกษาจำเป็นต้องพัฒนาเนื้อหาและหลักสูตรให้สอดคล้องกับทักษะที่ตลาดต้องการ เพื่อให้แรงงานสามารถปรับตัวและแข่งขันได้ในยุคดิจิทัล

นอกจากนี้ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ก็เพิ่มสูงขึ้น ทั้งจากการโจมตีทางไซเบอร์ (Cyber Attack) และการหลอกลวงออนไลน์ในรูปแบบต่างๆ ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งบุคคลและองค์กร ภาครัฐ โดยเฉพาะกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้พยายามออกมาตรการป้องกันเพื่อรับมือกับภัยคุกคามเหล่านี้อย่างเต็มที่ ขณะที่ภาคธนาคารเองก็เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในการทำธุรกรรมออนไลน์ เช่น การยืนยันตัวตนหลายชั้น และระบบแจ้งเตือนธุรกรรมที่ผิดปกติ เพื่อปกป้องข้อมูลและทรัพย์สินของประชาชนจากภัยไซเบอร์ที่ซับซ้อนและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

ปฐมา จันทรักษ์  กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอคเซนเชอร์ ประเทศไทย กล่าวเสริมว่า ในสถานการณ์ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน หรือนโยบายของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เกี่ยวกับการเก็บภาษีต่างๆ รวมถึงปัญหาเกี่ยวกับโลกร้อน และการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี ซึ่งในทุกๆวิกฤตมีโอกาส เริ่มจากการเข้าใจเทรนด์อนาคต จากผลสำรวจของ Accenture Life Trends 2025 มี 5 เทรนด์หลัก คือ 1.ต้นทุนความลังเล ( Cost of Hesitations) ความลังเลกลายเป็นปัญหาใหญ่ของผู้บริโภคในยุคดิจิทัล เพราะทุกการตัดสินใจอาจพลาดได้ เนื่องการหลอกลวงทางออนไลน์มีจำนวนมาก ดังนั้นการสร้างความเชื่อมั่นจึงเป็นสิ่งสำคัญขององค์กร 2.กับดักของพ่อแม่ (The Parent Trap) ยุคที่พ่อแม่ และผู้ปกครองต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของเทคโนโลยี จึงต้องมีการปกป้องการเข้าถึงข้อมูลต่างๆของบุตรหลาน

3.เศรษฐศาสตร์แห่งความใจร้อน (Impatience Economy) จากเมื่อก่อนที่ต้องดูรีวิวเพื่อตัดสินใจซื้อหรือใช้บริการ ปัจจุบันการเชื่อรีวิวค่อนข้างยาก และต้องการความรวดเร็ว เพราะทุกคนต้องการความสะดวกรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ 4.ศักดิ์ศรีของการทำงาน (The Dignity of Work) องค์กรต้องใส่ใจและยืดหยุ่นการทำงานของพนักงาน เพราะปัจจุบันเด็กรุ่นใหม่ต้องการความเข้าใจและสมดุลในการทำงาน เพื่อให้พนักงานรู้สึกมีความหมายและเป็นอิสระในการทำงาน ซึ่งผลงานก็จะออกมาดีด้วย และ5.การคืนสู่ชีวิตแบบสัมผัสได้ (Social Rewilding) การสร้างประสบการณ์ที่มีความหมาย เพราะมีคนกลุ่มใหญ่ที่ต้องการสัมผัสสิ่งที่อยู่นอกเหนือจากโซเชียล

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ลากไส้ 'พรรคส้ม' แฉแผนกินรวบ 'ประกันสังคม' ดัน 'ธนาธร' เป็นอนุกก.ลงทุนนอกตลาด

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง อดีตหัวหน้าพรรครักประเทศไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า แผนกินรวบประกันสังคม

หุ่นยนต์แชมป์ประเทศไทย 'VEX Robotics Thailand2025–2026' หาตัวแทนไประดับโลกที่อเมริกา

เปิดฉาก! แข่งขันหุ่นยนต์ ยิ่งใหญ่ระดับชาติ “VEX Robotics Thailand 2025–2026” รวมสุดยอดเยาวชนจากทุกภาค 126 ทีม ร่วมชิงแชมป์ประเทศไทย เฟ้นหาตัวแทนสู่เวทีระดับโลก “VEX Robotics World Championship” ณ สหรัฐอเมริกา

นักวิชาการวางปากกา-อดีตแกนนำม็อบเด็ก เปิดตัวลงสมัคร สส. พรรคประชาชน

พรรคประชาชนเปิดตัวผู้สมัครใหม่ “อนุสรณ์ ธรรมใจ” ถอดบทบาทนักวิชาการ ลงชิง สส.ตลิ่งชัน-ทวีวัฒนา ขณะ “อั๋ว จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์” อดีตแกนนำเคลื่อนไหวคนรุ่นใหม่ ประกาศลงสนามอำนาจเจริญ เขต 1 หวังพัฒนาพื้นที่บ้านเกิด