
เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2568 ที่ผ่านมากลุ่มผู้ประกอบการเกาะพยาม จังหวัดระนองร่วมกับเครือข่ายภาคประชาชนระนอง-ชุมพร จำนวนกว่า 60 คน จัดงาน “ดินเนอร์ ทอล์ค” ในหัวข้อ “ถกอนาคตเกาะพยาม ท่ามกลางคลื่นลมการเปลี่ยนแปลง” เพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นและหาทางรับมือกับโครงการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกและแลนด์บริดจ์ชุมพร–ระนอง ที่อาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อระบบนิเวศ การท่องเที่ยว และวิถีชีวิตดั้งเดิม
ภายในงานนี้ นอกจากตัวแทนชุมชนและผู้ประกอบการในพื้นที่แล้ว ยังมี “ใบตอง” จรีรัตน์ เพชรโสม Miss Earth ปี 2564 นักสื่อสารด้านสิ่งแวดล้อม ในฐานะของอาสาสมัคร กรีนพีซ ประเทศไทย ร่วมเข้ารับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้วย โดยเธอแสดงความห่วงใยต่อผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นกับเกาะพยาม พร้อมย้ำถึงความสำคัญของการพัฒนาที่เคารพวิถีชีวิตและธรรมชาติอันงดงามของท้องถิ่น

ใบตอง กล่าวว่า ก่อนที่ธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ วิถีชีวิตที่เรียบง่าย และทะเลที่สวยงามจะถูกกลืนหายไปด้วยโครงการแลนด์บริดจ์ ใบตองไม่อยากเห็นธรรมชาติถูกเอาเปรียบ ไม่อยากเห็นคนตัวเล็ก ๆ ต้องเสียบ้าน เสียทะเลที่เขารักไปอย่างเงียบ ๆ โดยไม่มีใครลุกขึ้นปกป้อง เกาะพยามต้องการเสียงของเราทุกคน เพื่อร่วมกันยืนหยัด ปกป้องผืนป่า ทะเล และวิถีชีวิตของผู้คน ให้คงอยู่ต่อไปอย่างที่ควรจะเป็น
โครงการแลนด์บริดจ์ประกอบด้วยท่าเรือน้ำลึกสองแห่งที่อ่าวอ่าง จังหวัดระนอง และแหลมริ่ว จังหวัดชุมพร รวมถึงมอเตอร์เวย์และทางรถไฟเชื่อมสองฝั่งอ่าวไทย–อันดามัน โดยโครงการอยู่ระหว่างการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA และ EHIA) ขนานไปกับการผลักดันร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมเขตเศรษฐกิจพิเศษ (SEC) ซึ่งจะเปิดทางให้มีการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินขนาดใหญ่ รวมถึงการนำพื้นที่ ส.ป.ก. และที่ราชพัสดุมาพัฒนาเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ รองรับการลงทุนจากทั้งในและต่างประเทศ ด้วยสิทธิประโยชน์ด้านภาษี
อย่างไรก็ตามโครงการดังกล่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากประชาชนในพื้นที่ เนื่องจากขาดกระบวนการรับฟังประชาชนผู้มีส่วนได้เสียอย่างแท้จริง และมีความกังวลอย่างมากว่าการพัฒนาเชิงอุตสาหกรรมขนาดใหญ่เช่นนี้จะทำลายทรัพยากรธรรมชาติซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจชุมชน และเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าของเกาะพยามและพื้นที่โดยรอบไปอย่างไม่อาจย้อนกลับได้
ธารเทพ โชชัย หนึ่งในผู้ประกอบการบนเกาะพยาม กล่าวว่าส่วนตัวมีความเห็นว่า ความน่าห่วงว่าผลกระทบจากโครงการนี้จะไม่ได้จำกัดอยู่แค่คนชุมพรหรือระนอง หากเกิดสารเคมีรั่วไหลในเส้นทางที่เรือผ่าน มีโอกาสผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่ออุทยานแห่งชาติทางทะเลที่มีชื่อเสียงด้านการดำน้ำระดับโลก 2 แห่ง คือ หมู่เกาะสุรินทร์ และหมู่เกาะสิมิลัน ซึ่งสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการ 3 จังหวัดฝั่งอันดามัน คือ ระนอง พังงา ภูเก็ต และ การขุดลอกร่องน้ำลึกหรือการถมทะเลทำท่าเทียบเรือจะทำให้กระทบถึงป่าชายเลนในจังหวัดระนอง และสร้างความเสียหายต่อประมงชายฝั่งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นแหล่งสอนดำน้ำที่ติดอันดับโลก ก็อาจได้รับผลกระทบจากน้ำทะเลที่ขุ่นและเสื่อมโทรม ผมจึงไม่เห็นถึงความคุ้มค่าของการตั้งนิคมอุตสาหกรรมในภาคใต้

แม้รัฐบาลชี้ว่าการพัฒนาแลนด์บริดจ์จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ผู้ประกอบการในพื้นที่แสดงความกังวลว่าโครงการจะทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งแนวปะการัง ป่าชายเลน และแหล่งอาหารในทะเล ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและประมงพื้นบ้าน เกาะพยามซึ่งอยู่ห่างจากจุดก่อสร้างไม่เกิน 4 กิโลเมตร ซึ่งจากการเก็บข้อมูลของผู้ประกอบการในพื้นที่พบว่าเกาะพยามมีรายได้จากการท่องเที่ยวสูงถึง 12 ล้านบาทในฤดูท่องเที่ยวเพียง 6 เดือน และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ยังคงความสมบูรณ์ทางธรรมชาติทั้งบนบกและในทะเล
หลายเสียงจากชุมชน และเครือข่ายภาคประชาสังคม รวมถึงผู้ประกอบการในพื้นที่ ตั้งข้อสังเกตว่า โครงการดังกล่าวขัดแย้งกับพันธกรณีระหว่างประเทศที่ไทยได้ลงนาม เช่น อนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ (CBD) และสนธิสัญญาทะเลหลวง (Ocean Treaty) ที่มุ่งหมายเพิ่มพื้นที่อนุรักษ์ธรรมชาติให้ได้ 30% ภายในปี 2573 ขณะที่แนวทางพัฒนาทางเลือกอย่างการส่งเสริมการท่องเที่ยวยั่งยืนและ Andaman Wellness Corridor กลับถูกละเลย

การจัดงานครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นเวทีถกอนาคตของเกาะพยาม แต่ยังเป็นการส่งเสียงจากประชาชนที่ต้องการให้การพัฒนาเคารพสิทธิของคนในพื้นที่ และคำนึงถึงการอนุรักษ์ทรัพยากรที่เป็นรากฐานของชีวิตและเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างแท้จริง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รัฐบาลยอมถอนร่างพรบ.ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ ไม่นำเข้า ครม.
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม และนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม นายศุภชัย ใจสมุทร น.ส.ศศิธร กิตติธรกุล สส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยกลุ่มสส.จังหวัดภาคใต้ เข้าหารือร่วมกับเครือข่ายกลุ่มศึก
'อนุทิน' โชว์วิสัยทัศน์เวที ASEAN Future Forum ผนึกกำลังสมาชิก วางรากฐานสันติภาพ-ความมั่นคง ดันแลนด์บริดจ์
เวลา 08.30 น. ณ โรงแรม Melia Hanoi กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าก
ฝ่ายค้านสับแลนด์บริดจ์ ปิดหูปิดตาตัวแทนปชช.
ฝ่ายค้านพาเหรดสับมติสภาไม่ตั้ง กมธ.วิสามัญแลนด์บริดจ์ต่อเนื่อง “กรณ์” งัดข้อมูลให้ถอย “ชัยชนะ” ปลุก สส.ใต้ร่วมใจค้าน
'มท.4' ยัน 'แลนด์บริดจ์' รบ.ฟังความเห็นรอบด้าน ย้ำให้ความสำคัญผลกระทบทรัพยากรธรรมชาติ
มท.4 สายใต้ภูมิใจไทยยันแลนด์บริดจ์ รัฐบาลฟังความเห็นรอบด้าน ก่อนตัดสินใจเดินหน้าหรือเก็บเข้าลิ้นชัก ย้ำให้ความสำคัญเรื่องผลกระทบทรัพยากรธรรมชาติ
สส.ภูมิใจไทย แถลงไขทำไมไม่ตั้ง กมธ.ศึกษาแลนด์บริดจ์
นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สส.ระนอง พรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ทำไม สส.ส่วนใหญ่ จึงมีมติไม่ตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแลนด์บริดจ์ขึ้นมาใหม่?
'จตุพร' เตือนหายนะ 'แลนด์บริดจ์' ไม่คุ้มค่า ถ้าไม่มี 'คลองไทย' มีแต่เจ๊งกับเจ๊ง
'จตุพร' เตือนหายนะ 'แลนด์บริดจ์' ไม่คุ้มค่า เสียที่ดิน 99 ปีเอาคืนไม่ได้ ย้ำ 90 วันศึกษาคลองไทยไปพร้อมด้วย ลั่นแลนด์บริดจ์เพรียวๆ อย่าริทำ มีแต่เจ๊งกับเจ๊ง เสนอใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์เซาท์เทิร์นซีบอร์ดเดิมเกิดประโยชน์กว่า ไม่เสียค่าเวนคืนที่ดินอีก

