'มื้อนี้หมดจาน' กินอย่างรับผิดชอบ อาหารขยะเป็นศูนย์

อาหารคือปัจจัยพื้นฐานที่หล่อเลี้ยงชีวิตมนุษย์ แต่ในขณะที่บางประเทศมีความอุดมสมบูรณ์ของอาหารจนเหลือเฟือ อีกหลายพื้นที่ของโลกกลับต้องเผชิญกับภาวะความหิวโหย องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) เปิดเผยข้อมูลว่า หนึ่งในสามของอาหารที่ผลิตขึ้นทั่วโลกถูกทิ้งกลายเป็น “ขยะอาหาร” (Food Waste) ทั้งที่บางส่วนยังคงอยู่ในสภาพที่สามารถรับประทานได้ ขยะอาหารเหล่านี้รวมถึงเศษอาหาร เปลือกผักผลไม้ หรืออาหารที่เน่าเสียจนไม่ปลอดภัยต่อการบริโภค ขณะที่อีกส่วนคือ “อาหารส่วนเกิน” (Food Surplus) ซึ่งเป็นอาหารที่ยังรับประทานได้แต่ถูกผลิตหรือซื้อมามากเกินไป เช่น ของสดที่กินไม่ทัน อาหารแห้งที่หมดอายุ หรืออาหารในร้านบุฟเฟ่ต์และโรงแรมที่เหลือจากการเสิร์ฟ สุดท้ายแล้ว ทั้งสองประเภทต่างจบลงด้วยการกลายเป็นขยะเช่นกัน

ในประเทศไทย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานว่า คนไทยสร้างขยะอาหารเฉลี่ย 86 กิโลกรัมต่อคนต่อปี ตามรายงาน Food Waste Index 2024 ของโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) ซึ่งเป็นการรายงานครั้งที่ 2 เพิ่มขึ้นจาก 79 กิโลกรัมต่อคนต่อปี ในการประเมินครั้งก่อน ขณะที่ค่าเฉลี่ยของโลกอยู่ที่ 79 กิโลกรัมต่อคนต่อปี เพิ่มจาก 74 กิโลกรัมต่อคนต่อปี ขยะอาหารไม่เพียงเป็นปัญหาด้านทรัพยากรเท่านั้น แต่ยังเป็นหนึ่งในแหล่งกำเนิดก๊าซเรือนกระจกคิดเป็น 8-10% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก ทำให้องค์การสหประชาชาติกำหนดเป้าหมายให้ทุกประเทศต้องลดปริมาณขยะอาหารลง 50% ภายในปี 2030 สำหรับประเทศไทย หมายถึงต้องลดขยะอาหารลงกว่า 3 ล้านตันต่อปี หรือเฉลี่ย คนละ 43 กิโลกรัม

ด้วยความตระหนักถึงการใช้ทรัพยากรอาหารอย่างคุ้มค่า บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดแคมเปญ “Small Actions Change the World” ชวนคนไทยทั่วประเทศร่วม “มื้อนี้หมดจาน” ในวันที่ 16 ตุลาคม 2568 เนื่องในวันอาหารโลก (World Food Day) เพื่อสร้างวัฒนธรรมบริโภคอย่างรับผิดชอบ ลดขยะอาหารให้เป็นศูนย์ พร้อมเดินหน้าสู่พันธกิจด้านความมั่นคงทางอาหาร ตามแนวทาง เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และยกระดับภาคการเกษตรไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

รัชกฤต สงวนชีวิน ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาความยั่งยืน บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ภาคการเกษตรไทยต้องเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ทั้งโครงสร้างพื้นฐานทางการเกษตรที่ยังไม่ทั่วถึง จำนวนเกษตรกรสูงวัยที่เพิ่มขึ้น ปัญหาหนี้ครัวเรือน ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ และโอกาสในการเข้าถึงองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่ยังจำกัด ยิ่งภาวะความผันผวนของเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงขึ้น ยิ่งซ้ำเติมให้การพัฒนาเกษตรกรรมแบบยั่งยืนต้องเผชิญอุปสรรคมากขึ้น

รัชกฤต กล่าวต่อว่า ปัญหาขยะอาหารก็เป็นอีกประเด็นสำคัญ เมื่อมองภาพรวมทั้งระบบอาหารของโลก จะเห็นได้ว่าทรัพยากรเริ่มมีข้อจำกัด ณะที่ประชากรโลกคาดว่าจะเพิ่มขึ้นแตะ 10,000 ล้านคนในปี 2050 ซึ่งหมายความว่า หากยังผลิตและบริโภคอาหารแบบเดิม อาหารอาจไม่เพียงพอต่อความต้องการในอนาคต ดังนั้น แนวคิดเรื่อง Food Security หรือความมั่นคงทางอาหาร จึงกลายเป็นภารกิจสำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันรับผิดชอบ นอกจากนี้ยังกี่ยวข้องโดยตรงกับสิ่งแวดล้อม เพราะเมื่ออาหารถูกทิ้งและย่อยสลายในหลุมฝังกลบ จะปล่อยก๊าซมีเทน ซึ่งเป็นหนึ่งในก๊าซเรือนกระจกที่ทรงพลังและมีส่วนสำคัญต่อภาวะโลกร้อน ปัจจุบันปริมาณก๊าซมีเทนจากขยะอาหารยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

 รัชกฤต สงวนชีวิน-ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม

“สำหรับประเทศไทย แม้จำนวนประชากรจะคงที่หรือเริ่มลดลง แต่สัดส่วนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นก็ส่งผลต่อรูปแบบการบริโภคอาหารในอนาคต และจากการพูดคุยกับเกษตรกรทำให้ พบว่าหลายพื้นที่เผชิญปัญหาผลผลิตไม่เพียงพอ ขณะที่ในอีกด้านหนึ่งกลับเกิดปัญหาอาหารส่วนเกิน ที่ถูกทิ้งในแต่ละวันจำนวนมาก ทั้งในตลาดสด ร้านอาหาร และโรงแรม ซึ่งหลายครั้งยังเป็นอาหารที่อยู่ในสภาพดีแต่ไม่ถูกนำมาใช้ประโยชน์ ปัญหาการเหลือทิ้งอาหารไม่ได้จำกัดเฉพาะในระดับการผลิตหรือแปรรูปเท่านั้น แต่ยังเกิดขึ้นในพฤติกรรมการบริโภคของผู้คน เช่น งานเลี้ยงสังสรรค์หรือร้านบุฟเฟต์ที่มักมีอาหารเหลือในปริมาณมาก คิดว่าในหนึ่งปี อาหารที่ถูกทิ้งในประเทศไทยอาจมีมูลค่ามหาศาลถึงหลายล้านตัน ซึ่งแนวโน้มยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ”  รัชกฤต กล่าว

รัชกฤต กล่าวต่อว่า สยามคูโบต้าจึงมุ่งเน้นพัฒนาเทคโนโลยีและโซลูชันเกษตรกรรมที่ตอบโจทย์ทั้งด้านการผลิตที่มีประสิทธิภาพ และการบริโภคอย่างยั่งยืน เพื่อร่วมสร้างสมดุลให้กับระบบอาหารไทยและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว เพราะความท้าทายของระบบอาหารในวันนี้จึงไม่ใช่แค่การผลิตให้เพียงพอ แต่คือการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่าง การผลิต–การบริโภค–การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนเกษตรกรรมไทยสู่ความยั่งยืนในอนาคต

ทั้งนี้กิจกรรมมื้อนี้หมดจาน ตั้งเป้าให้พนักงานกว่า 3,374 คน ร่วมรับประทานอาหารหมดจานพร้อมกัน ในวันที่ 16 ตุลาคม ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่า 1,300 กิโลกรัมคาร์บอน ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการเดินหน้าสู่เป้าหมาย Carbon Neutrality ปี 2573 และ Net Zero Emission ปี 2593 นอกจากนี้ยังได้ศึกษาแนวทางการจัดการขยะอาหารเพื่อนำไปผลิต BioGas ในอนาคต โดยนำเศษผักและผลไม้มาเข้าสู่กระบวนการหมักด้วยจุลินทรีย์ เพื่อแปรสภาพเป็นก๊าซชีวภาพ นำกลับมาใช้เป็น เชื้อเพลิงชีวภาพในการประกอบอาหาร สร้างวงจรการบริโภคที่ครบและยั่งยืนอย่างแท้จริง

ด้าน ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า สุขภาพที่ดีไม่ใช่เพียงเรื่องของร่างกายเท่านั้น หากยังเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัยรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นอาหาร เทคโนโลยี หรือสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอาหาร ซึ่งถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต การบริโภคอาหารที่ครบถ้วนและเพียงพอจึงเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและเติบโตอย่างมีคุณภาพ เมื่อพูดถึงอาหาร ควรมองอย่างครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตั้งแต่กระบวนการผลิต มาตรฐานความปลอดภัย การกระจายสินค้า ไปจนถึงตลาดส่งออก เพราะทุกขั้นตอนล้วนเชื่อมโยงกัน หากขาดประสิทธิภาพในบางส่วน ก็อาจเกิดของเสียจำนวนมากระหว่างทาง ซึ่งเป็นปัญหาที่ประเทศไทยยังต้องเร่งแก้ไข

ดร.นพ.ไพโรจน์  เปิดเผยข้อมูลล่าสุดชี้ให้เห็นว่า ขยะอาหารในประเทศไทยมีสัดส่วนสูงถึง 9.68 ล้านตัน หรือ 38% ของขยะทั้งหมด และในเขตกรุงเทพฯ ตัวเลขยิ่งสูงขึ้นถึง 49% หมายความว่า คนไทยหนึ่งคนสร้างขยะอาหารเฉลี่ยราว 150 กิโลกรัมต่อปี หรือประมาณ 0.3–0.4 กิโลกรัมต่อวัน ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงและน่าตระหนัก ที่น่ากังวลยิ่งกว่านั้นคือ ขยะอาหารเหล่านี้มีเพียง 4% เท่านั้นที่ผ่านการจัดการอย่างถูกวิธี อีกกว่า 96% ถูกกำจัดโดยไม่ได้มาตรฐาน และยังปนเปื้อนกับขยะอื่นๆ ส่งผลให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจ และก่อให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ทั้งกลิ่นเหม็น การปนเปื้อนเชื้อโรค มลพิษทางน้ำ รวมถึงการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

“ดังนั้น การจัดการขยะอาหารจึงไม่ใช่เพียงประเด็นสิ่งแวดล้อม แต่เป็นความท้าทายสำคัญของสังคมไทย ที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค เพื่อร่วมกันลดปริมาณขยะอาหารให้เหลือน้อยที่สุด และร่วมสร้างระบบอาหารที่ปลอดภัยและยั่งยืนต่อไปในอนาคต” ดร.นพ.ไพโรจน์ กล่าว .

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'เชียงใหม่' ตัดวงจรผู้ป่วยเสพยาติดซ้ำ ผนึกท้องถิ่น 'ล็อก 1 ปี' ดูแลต่อเนื่อง

สสส. ผนึกท้องถิ่น ชู 9 อำเภอต้นแบบ “ชุมชนล้อมรักษ์” จ.เชียงใหม่ “ล็อก 1 ปี”  ป้องกัน – บำบัด ดูแลผู้ป่วยยาเสพติดต่อเนื่อง ตัดวงจรหวนคืนกลับมาเสพซ้ำ ล้างความรุนแรงมุ่งสร้างชุมชนปลอดภัยเมืองท่องเที่ยวยั่งยืน

ปลุกพลังเยาวชน..เปลี่ยนอนาคตท้องถิ่น 7,800อปท.ออกต้นแบบสร้างสุขภาวะ

ท่ามกลางโลกยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เด็กและเยาวชนไทยกำลังเผชิญความท้าทายมากมาย ทั้งภัยจากบุหรี่ไฟฟ้า การพนันออนไลน์ ปัญหาสุขภาพจิต และแรงกดดันทางสังคม

4 ปี “หมอกระต่าย” กับบทเรียนบนท้องถนน อย่าปล่อยให้ทางม้าลาย...เป็นพื้นที่เสี่ยง

เสียงสะท้อนจากเหตุการณ์สะเทือนใจเมื่อ 4 ปีก่อน ยังคงดังก้องอยู่ในสังคมไทย เหตุการณ์การเสียชีวิตของ พญ.วราลัคน์ สุภวัตรจริยากุล หรือ “หมอกระต่าย” จักษุแพทย์สาว

คนเมืองสุขภาวะดี! สสส. นำทีม 19 ภาคี สานพลัง ปั้น “ย่านสุขภาวะสร้างสรรค์”

วันที่ 6 มี.ค.2569 ที่ อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ภาคีเครือข่ายที่ร่วมขับเคลื่อน "ย่านสุขภาวะสร้างสรรค์" 19 ภาคี นำโดย สสส. มูลนิธิช่วยไร้พรมแดน และภาคีเครือข่ายองค์กรโดยรอบ จัดกิจกรรม “เวทีสานพลังขับเคลื่อนย่านสุขภาวะสร้างสรรค์” เพื่อสรุปผลการดำเนินงานและวางทิศทางยกระดับคุณภาพชีวิต 3 ชุมชนละแวกบ้านรอบ สสส.

สสส. จับมือ Rocket Media Lab เปิดรายงานข้อมูลเยาวชนกับปัญหายาเสพติด ชี้คดีเสพพุ่งสูง 77.44% เตือน “ยาบ้า-กัญชา-กระท่อม” เข้าถึงง่ายหลังปลดล็อก

นางสาวรุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ ผู้อำนวยการสำนักอาวุโส สำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า สถานการณ์ยาเสพติดในเด็กและเยาวชนปัจจุบันถือเป็นวิกฤตที่ต้องเร่งแก้ไข ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลและสถิติ