
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก หรือรัชกาลที่ 1 ทรงสถาปนาตั้งกรุงรัตนโกสินทร์เมื่อ วันที่ 21 เมษายน พ.ศ.2325 ทรงมีพระราชดำริให้ย้ายราชธานีจากฝั่งธนบุรี มายังฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา หรือกรุงเทพมหานครฯในปัจจุบัน พร้อมทรงประกอบพระราชพิธียกเสาหลักเมืองขึ้นเป็นหลักชัยสำคัญของพระนคร ในวันอาทิตย์ ขึ้น 10 ค่ำ เดือน 6 ปีขาล ตรงกับวันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2325 เวลา 06.54 น. ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของ “กรุงเทพมหานคร” เมืองหลวงของไทยนับแต่นั้น

ทรงพระราชทานนามพระนครว่า “กรุงเทพมหานคร บวรรัตนโกสินทร์ มหินทรายุธยา มหาดิลกภพ นพรัตนราชธานีบูรีรมย์ อุดมราชนิเวศน์มหาสถาน อมรพิมานอวตารสถิต สักกะทัตติยวิษณุกรรมประสิทธิ์” ก่อนที่ในสมัยรัชกาลที่ 4 จะทรงปรับคำว่า “บวรรัตนโกสินทร์” เป็น “อมรรัตนโกสินทร์” เพื่อสะท้อนความหมายของพระนครอันยิ่งใหญ่ เปรียบดุจนครแห่งเทพที่งดงาม มั่นคง และรุ่งเรือง เป็นศูนย์กลางของแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์และเปี่ยมด้วยคุณค่าทางศิลปวัฒนธรรม

เรื่องราวเหล่านี้ถูกต่อยอดเป็นประสบการณ์ท่องเที่ยวที่จับต้องได้ ผ่านการจัดงาน “ใต้ร่มพระบารมี 244 ปี กรุงรัตนโกสินทร์” โดยกระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และเครือข่ายด้านศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม เพื่อร่วมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 244 ปีแห่งการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ พร้อมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ระหว่างวันที่ 22 – 26 เมษายน 2569 ณ อุทยาน 100 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร และวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร ซึ่งเปิดพื้นที่ให้ผู้คนได้ออกไปสัมผัสเสน่ห์ของกรุงรัตนโกสินทร์ในมิติที่ทั้งงดงามและมีชีวิตชีวาอีกครั้ง

ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า งานนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “1 เรื่องเล่า 3 พื้นที่” เพื่อเปิดโอกาสให้ครอบครัวและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ได้เข้าร่วมกิจกรรมและสัมผัสคุณค่าทางวัฒนธรรมอย่างใกล้ชิด เกิดการเรียนรู้ การมีส่วนร่วม และต่อยอดสู่แรงบันดาลใจ พร้อมส่งเสริมการสร้างรายได้และความยั่งยืนทางสังคมและเศรษฐกิจ และอยากเชิญชวนประชาชนร่วมกิจกรรม ภูมิใจแต่งไทยทั้งแผ่นดิน ด้วยการสวมใส่ชุดไทย ชุดไทยประยุกต์ หรือผ้าไทยในสไตล์ของตนเองอย่างอิสระ เพื่อร่วมกันส่งเสริมอัตลักษณ์ สร้างความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมไทย และผลักดันให้การแต่งกายด้วยผ้าไทยกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต ต่อยอดสู่การยอมรับในระดับสากลอย่างยั่งยืน

จุดหมายแรกที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร หรือวังหน้า พื้นที่ประวัติศาสตร์สำคัญที่สร้างขึ้นพร้อมพระบรมมหาราชวังตั้งแต่ปี พ.ศ. 2325 ก่อนพัฒนาเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติในปี พ.ศ. 2477 ที่รวบรวมมรดกศิลปวัฒนธรรมไทยไว้อย่างทรงคุณค่า ในยามค่ำคืนที่นี่ได้เปลี่ยนเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวสุดคึกคักในกิจกรรม “Rattanakosin Royal Night รัตนโกสินทร์ วังเรืองรอง” ชวนเดินวัง ชมพิพิธภัณฑ์ ดูหนัง ดูโชว์ และชิมของอร่อย ท่ามกลางบรรยากาศงดงามยามค่ำ

ภายในงานนังมีทั้ง Night Museum เข้าชมฟรี การถ่ายภาพชุดไทยด้วย AI หนังกลางแปลง การแสดงดนตรีและศิลปวัฒนธรรม ลิเก คอนเสิร์ต รวมถึงลานวัฒนธรรมสร้างสรรค์ ไท ไทย ที่รวมการละเล่นหาชมยาก อาหารไทย และกิจกรรมเรียนรู้ไว้ครบในที่เดียว ทำให้การเที่ยววังหน้าในค่ำคืนนี้ทั้งสนุก มีชีวิตชีวา และได้ใกล้ชิดวัฒนธรรมไทย อย่าง การละเล่นและการแสดงหาชมได้ยาก อาทิ หมากรุกคน กระตั้วแทงเสือ ลำตัดอีเเซว หนังใหญ่วัดขนอน รำมวยโบราณ กลองเซิ้งมวยไทย การเเสดงเพลงฉ่อย การเเสดงคนเชิดหุ่น เป็นต้น

อีกหนึ่งจุดหมายฝั่งธนบุรีที่ไปเดินเล่นแบบเพลิน ๆ คือ วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร พระอารามหลวงเก่าแก่ใกล้สะพานพระพุทธยอดฟ้า มีไฮไลต์ที่สะดุดตาคือ พระบรมธาตุมหาเจดีย์ สีขาวขนาดใหญ่ โดดเด่นกลางวัด สามารถเดินขึ้นไปชมภายในได้ พร้อมแวะชมพระอุโบสถ พระวิหาร และเขามอ ภูเขาจำลองกลางสระน้ำที่ให้ความรู้สึกร่มรื่นและแปลกตา เหมาะกับการเดินชมแบบไม่เร่งรีบ
บรรยากาศคึกคักขึ้นกับกิจกรรม “Klong San – Kudi Chin Cultural Walk” ที่ชวนเดินต่อไปยังชุมชนคลองสาน–กะดีจีน สัมผัสวิถีชีวิตริมน้ำ ผ่านการไหว้พระขอพร ชิมอาหารสามศาสน์ ชมการสาธิตงานหัตถศิลป์ เลือกซื้อของดีท้องถิ่น รวมถึงเพลิดเพลินกับการแสดงศิลปวัฒนธรรม ดนตรี และออร์เคสตรา ตลอดเส้นทางยังมีกิจกรรมสร้างความอิ่มใจ ทั้งการประกวดอาหาร การจัดโต๊ะหมู่บูชา และเทศน์มหาชาติที่จัดขึ้นเพื่อความเป็นสิริมงคล ทำให้ทริปนี้ไม่ได้มีแค่การเที่ยววัด แต่เป็นการได้ซึมซับเรื่องราวของชุมชน วัฒนธรรม และศรัทธาที่ยังคงมีชีวิตอยู่ริมเจ้าพระยา

ปิดท้ายกันที่ อุทยาน 100 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พื้นที่สีเขียวขนาด 28 ไร่ ใจกลางย่านสามย่าน ที่ถูกออกแบบให้เป็นทั้งสวนสาธารณะและพื้นที่จัดการน้ำอย่างยั่งยืน พร้อมแปลงโฉมเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กสำคัญของงาน ภายใต้แนวคิด “รัตนโกสินทร์มีชีวิต : Living Rattanakosin” ที่ชวนมองอดีต ปัจจุบัน และอนาคตไปพร้อมกัน

เมื่อเดินเข้ามา จะได้พบกับนิทรรศการ “ฉลอง 244 ปี กรุงรัตนโกสินทร์” ในรูปแบบ Outdoor Multimedia Exhibition ที่ผสมผสานเรื่องราวประวัติศาสตร์เข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ รวมถึงกิจกรรมถ่ายภาพชุดไทยด้วย AI และโซนตลาดวัฒนธรรมที่รวมของกิน ของใช้ และผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นไว้ให้เดินช้อปชิมแบบเพลิน ๆ บรรยากาศภายในงานคึกคักไปด้วยกิจกรรมหลากหลาย ทั้งเวิร์กช็อป สาธิตอาหารและภูมิปัญญาไทย การละเล่นหาชมยากอย่างหมากรุกคน หนังใหญ่ หรือรำมวยโบราณ ควบคู่กับการแสดงศิลปวัฒนธรรมและดนตรีร่วมสมัยจากทั้งเยาวชนและศิลปินชื่อดังที่สลับขึ้นเวทีสร้างสีสันตลอดงาน

ไฮไลต์อยู่ที่เวทีกลาง ซึ่งรวมการแสดงสุดตระการตา ทั้งโขน ลิเก หมอลำ รำวง ไปจนถึงคอนเสิร์ตจากศิลปินหลากหลายแนว ทำให้พื้นที่สีเขียวกลางเมืองแห่งนี้กลายเป็นจุดรวมของความบันเทิงและวัฒนธรรมที่มีชีวิต ที่อุทยาน 100 ปี จุฬาฯ จึงเป็นมากกว่าการมาเดินสวน แต่คือการได้ใช้เวลาท่ามกลางเรื่องราวของรัตนโกสินทร์ในรูปแบบใหม่ ที่ทั้งสนุก ทันสมัย และยังคงกลิ่นอายความเป็นไทย

ในโอกาสครบรอบ 244 ปี กรุงรัตนโกสินทร์ กระทรวงวัฒนธรรมได้จัดพิมพ์หนังสือประวัติศาสตร์ไทยฉบับการ์ตูน “กรุงรัตนโกสินทร์นพรัตน์ราชธานี” เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ตั้งเเต่รัชกาลที่ 1 – 10 และเผยแพร่องค์ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ชาติไทยและความเป็นมาของกรุงรัตนโกสินทร์ โดยเนื้อหาครอบคลุมการสถาปนากรุง เหตุการณ์สำคัญ และพัฒนาการของประเทศ หนังสือเล่มนี้มุ่งส่งเสริมการเรียนรู้แก่เด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไป พร้อมสร้างความภาคภูมิใจ ในความเป็นไทย โดยจะมอบให้แก่ห้องสมุด และสถานศึกษาทั่วประเทศต่อไป


ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สวธ. มอบสายสะพาย Mister Deaf Thailand 2026 ร่วมหนุนความเท่าเทียม
นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม มอบหมายให้นายอนุกูล ใบไกล ผู้อำนวยการกองกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม มอบสายสะพายให้แก่นายกิตติธัช ผัดแสน Mister Deaf Thailand 2026 ในงานแถลงข่าวและมอบมงกุฎ พร้อมสายสะพาย Miss & Mister Deaf Thailand 2026
เปิดนิทรรศการ 'แม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง' สัมผัสเสน่ห์มรดกโลกเอเชีย ขยายความร่วมมือไทย-จีน
นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรมมอบหมายให้ นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เข้าร่วมเป็นเกียรติและกล่าวสุนทรพจน์ในพิธีเปิดนิทรรศการ “แม่น้ำล้านช้าง–แม่น้ำโขง: นิทรรศการศิลปะมรดกโลกแห่งเอเชีย” และ “อารยธรรมมนุษยชาติ: การแลกเปลี่ยนและการเรียนรู้ร่วมกัน”
สวธ.ร่วมแถลงจัดใหญ่งาน “ใต้ร่มพระบารมี 244 ปี กรุงรัตนโกสินทร์“ 22-26 เมษานี้
นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานงานเเถลงข่าวการจัดงาน “ใต้ร่มพระบารมี 244 ปี กรุงรัตนโกสินทร์“ โดยมี นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรมนางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ผู้บริหารบริษัทสยามพิวรรธน์ จำกัด เข้าร่วม ณ Creative Space ชั้น 3 ศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอร์รี่ เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ถ่ายทอดชุดไทยสู่เวทีโลก ปาฐกถาที่กรุงเฮก
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ เสด็จทรงเป็นองค์ปาฐก ถ่ายทอดองค์ความรู้ชุดไทยพระราชนิยม “วิวัฒนาการของชุดไทยและผ้าไทย” กรุงเฮก ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์

