
หากใครเคยมีโอกาสเดินทางไปเยือน “ย่านเมืองเก่าสงขลา” คงได้สัมผัสเสน่ห์ของเมืองท่าริมทะเลสาบที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 200 ปี ทั้งบ้านเรือนเก่า ตึกแถวสไตล์ชิโน-ยูโรเปี้ยน และวิถีชีวิตที่ผสมผสานวัฒนธรรมไทย จีน และมุสลิมไว้อย่างมีเอกลักษณ์ ตลอดสองข้างทางของถนนนครนอก นครใน และนางงาม แต่ท่ามกลางบรรยากาศคลาสสิกบนถนนนครใน ยังมีอาคารโบราณอายุกว่า 170 ปีที่ซ่อนเรื่องราวไว้อย่างน่าสนใจ นั้นคือ “บ้านโนรา 168” บ้านเก่าของตระกูลจรูญศรีหนึ่งในตระกูลคหบดีดั้งเดิมของสงขลา ซึ่งสะท้อนความรุ่งเรืองของย่านการค้าในอดีตผ่านรายละเอียดทางสถาปัตยกรรมที่ยังคงงดงามมาจนถึงปัจจุบัน
บ้านหลังนี้ได้รับการสานต่อโดยธีรพจน์ จรูญศรี ผู้ก่อตั้งมูลนิธิศิครินทร์เพื่อการพัฒนา ที่ตั้งใจอนุรักษ์อาคารเก่าแก่ให้ยังคงมีชีวิต พร้อมเปิดพื้นที่ให้เกิดประโยชน์กับชุมชนและคนรุ่นใหม่ จากบ้านพักอาศัยในอดีต จึงแปรเปลี่ยนเป็นพื้นที่สร้างสรรค์ทางวัฒนธรรมในวันนี้ ปัจจุบัน บ้านโนรา 168 อยู่ภายใต้การดูแลของสมาคมโนรา 168 โดยมี ผศ.ธรรมนิตย์ นิคมรัตน์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง(โนรา) เป็นที่ปรึกษา และมีเยาวชนคนรุ่นใหม่ร่วมกันขับเคลื่อนกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้ที่นี่กลายเป็นทั้งแหล่งเรียนรู้ พื้นที่ฝึกซ้อม และที่พักของศิลปินโนรารุ่นเยาว์ ผู้สืบทอดศิลปะการแสดงพื้นบ้านอันทรงคุณค่าของภาคใต้ ท่ามกลางบรรยากาศเมืองเก่าที่ยังคงมีลมหายใจของอดีตและสืบสานศิลปวัฒนธรรมให้คงอยู่ควบคู่กัน

เมื่อก้าวเข้าสู่บ้านเลขที่ 168 ความรู้สึกแรกคือเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปสู่เรื่องราวในอดีต บ้านหลังนี้มีอายุเก่าแก่ ในยุคที่ทรัพยากรในประเทศจีนไม่เพียงพอต่อความต้องการ ผู้คนจึงออกเดินทางโดยเรือเพื่อแสวงหาโอกาสใหม่ ๆ ในสยาม พร้อมนำสินค้าอย่างสมุนไพร เครื่องเทศ หนังสัตว์ ไม้ และข้าว มาแลกเปลี่ยนกับอัญมณีและลูกปัด การเดินทางในอดีตไม่ได้สะดวกเช่นปัจจุบัน เมื่อมาถึงแล้วจึงต้องสร้างที่พักและโกดังเก็บสินค้าไว้รอจังหวะเดินทางกลับ บ้านหลังนี้จึงถือกำเนิดขึ้นจากบริบทของการค้าทางทะเล

ตัวบ้านเป็นสถาปัตยกรรมแบบจีนดั้งเดิม ใช้กำแพงก่ออิฐสองด้านรับน้ำหนัก ผสมผสานกับโครงสร้างไม้ที่ช่วยพยุงตัวอาคาร หลังคามุงกระเบื้องและมีพื้นที่เปิดตรงกลางแบ่งสัดส่วนภายในออกอย่างชัดเจน เมื่อเดินผ่านส่วนหน้าของบ้าน จะพบพื้นที่ค้าขายในอดีต ซึ่งยังคงหลงเหลือร่องรอยของชั้นวางสินค้าและคานไม้ยาวที่เคยใช้แขวนหรือยกของ โดยมีรอกสำหรับขนถ่ายสินค้า สะท้อนให้เห็นความคึกคักของการค้า
ถัดเข้ามาคือส่วนกลางและส่วนหลังที่ใช้เป็นพื้นที่อยู่อาศัย ชั้นสองมีทางเดินเชื่อมต่อกันภายในบ้านอย่างลงตัว ให้ความรู้สึกทั้งเป็นสัดส่วนและอบอุ่นในแบบเรือนโบราณ ระหว่างการบูรณะยังมีการค้นพบเหรียญจากเม็กซิโกจำนวนมาก ซึ่งเคยใช้เป็นสื่อกลางในการค้าขาย แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงของสงขลากับเครือข่ายการค้าระดับนานาชาติในอดีต

อีกหนึ่งความโดดเด่นคือความยาวของแนวกำแพงอิฐที่ทอดยาวตั้งแต่หน้าบ้านจรดท้ายบ้าน นับเป็นหนึ่งในบ้านที่มีการก่ออิฐยาวที่สุดในสงขลา ภายในยังคงรักษารายละเอียดทางศิลปะไว้อย่างงดงาม ทั้งลวดลายบนคานไม้ที่บอกเล่าเรื่องราวของเมืองสงขลา ไม่ว่าจะเป็นภาพกำแพงเมือง ภูเขา ทะเล และเหรียญตรา รวมถึงสัญลักษณ์ค้างคาวคู่ที่สื่อถึงความมั่งคั่งและความเป็นสิริมงคล

ช่องลมฉลุลาย ช่วยขับให้บรรยากาศภายในดูมีชีวิตชีวา บานประตูไม้เก่าที่ยังคงใช้งานได้ดี ยิ่งเสริมเสน่ห์ของกาลเวลา และเมื่อมองออกไปจากตัวบ้าน ยังสามารถมองเห็นทะเลสาบสงขลาได้อย่างชัดเจน ราวกับเป็นภาพที่เชื่อมโยงอดีตกับปัจจุบันเข้าไว้ด้วยกัน บ้านหลังนี้เคยเป็นของอาจารย์วัชรี สาครินตร์ ก่อนจะเปลี่ยนมือมาสู่คุณธีรพจน์ จรูญศรี ซึ่งได้ว่าจ้างสถาปนิกเข้ามาปรับปรุงให้คงสภาพเดิมมากที่สุด พร้อมทั้งเติมชีวิตใหม่ให้บ้านโบราณหลังนี้ยังคงเล่าเรื่องราวต่อไปได้อย่างมีคุณค่า

เมื่อบ้านหลังนี้อยู่ในความดูแลของสมาคมโนรา 168 ยิ่งทำให้ที่นี่เต็มไปด้วยสีสัน บรรยากาศสลัวเบื้องหน้าก็ชวนให้รู้สึกเหมือนกำลังก้าวเข้าสู่อีกโลกหนึ่ง ความมืดที่ปกคลุมอยู่รอบด้านยิ่งเพิ่มความตื่นเต้น ก่อนที่สายตาจะค่อย ๆ ถูกดึงไปยังการแสดง “ระบำเงา” ที่ปรากฏอยู่บนผนัง ท่ามกลางแสงสีแดงและสีเขียวที่สาดทับกันไปที่ผนังอย่างมีมิติและจังหวะดนตรีที่ไพเราะ เงาของนางรำที่เคลื่อนไหวอย่างช้า ๆ ถ่ายทอดท่วงท่าของศิลปะโนราได้อย่างอ่อนช้อย ทั้งจังหวะรำเล็บ การพลิ้วไหวของเครื่องแต่งกาย และลูกปัดที่ ยิ่งทำให้ทุกการเคลื่อนไหวดูงดงามและมีเสน่ห์ในแบบเฉพาะตัว ราวกับผู้ชมกำลังนั่งชมการแสดงโนราที่ถูกตีความใหม่ผ่านแสงและเงา

เมื่อการแสดงระบำเงาสิ้นสุดลง ประตูอีกบานค่อย ๆ เปิดออก เชื่อมพื้นที่ลานกลางบ้านที่กลายเป็นเวทีการแสดงถัดไป พาเราดื่มด่ำไปกับการแสดงชุด “ระบำนางยักษ์แปลงกาย” ที่สะกดสายตาตั้งแต่จังหวะแรกของการเคลื่อนไหว การแสดงชุดนี้เผยให้เห็นเสน่ห์และความยืดหยุ่นของศิลปะโนรา ที่สามารถหยิบจับเทคนิคจากศิลปะพื้นบ้านแขนงอื่นมาผสมผสานได้อย่างน่าสนใจ ทั้งลีลาการขยับร่างกายและท่าทางแบบหนังตะลุง ซึ่งถูกนำมาตีความใหม่ผ่านท่วงท่าของโนรา โดยได้แรงบันดาลใจจากวรรณคดีเรื่องพระอภัยมณี ในฉากที่นางยักษ์พยายามแปลงกายให้สวยงามเพื่อมัดใจพระอภัยมณี

ความน่าสนใจอยู่ที่การเลือกใช้ผู้แสดงที่มีสรีระแตกต่างกัน ถ่ายทอดเรื่องราวของการแปลงกาย ผ่านภาษาทางร่างกาย การเคลื่อนไหว และจังหวะดนตรี จนเกิดเป็นภาพการแสดงที่ทั้งร่วมสมัยและยังคงกลิ่นอายของศิลปะพื้นบ้านภาคใต้อย่างชัดเจน พร้อมเชื่อมโยงโลกของโนราเข้ากับศิลปะหนังตะลุงได้อย่างกลมกลืน อีกหนึ่งช่วงที่สร้างความประทับใจ คือการแสดงชุด “โนรา มรดกโลก” สะท้อนความภาคภูมิใจของคนใต้ หลังโนรา ได้รับการขึ้นทะเบียนจากยูเนสโกให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ เสียงดนตรี การร่ายรำ และบรรยากาศภายในบ้านเก่า ยิ่งทำให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนได้สัมผัสคุณค่าของศิลปะที่สืบทอดผ่านกาลเวลาอย่างใกล้ชิด

ในการแสดงชุดสุดท้ายบนริมหน้าต่างด้านบนของบ้านยังมีการแสดง “หุ่นกระบอก” ที่เชื่อมโยงกับการแสดง “หุ่นนายพราน” ขนาดเท่าคนจริง โดยมีผู้เชิดผูกตัวติดอยู่กับหุ่นตลอดการแสดง ทุกการขยับจึงดูมีชีวิต ทั้งสายตา ท่าทาง และจังหวะการเคลื่อนไหว ทำให้หุ่นตรงหน้าดูราวกับมีชีวิตจริงๆ ทุกการแสดงที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และการตีความศิลปะโนราในมุมร่วมสมัย และใช้ทุกส่วนของบ้านเป็นเวทีเพื่อถ่ายทอดศิลปะการแสดง

ผศ.ธรรมนิตย์ นิคมรัตน์ ได้ร่วมพูดคุยถึงแนวคิดเบื้องหลังการแสดงทั้ง 4 ชุด ว่า ทุกผลงานไม่ได้เกิดจากแนวคิดของตนเพียงลำพัง แต่เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างทีมเยาวชนของบ้านโนรา 168 ที่เข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่กระบวนการออกแบบ ไปจนถึงการพัฒนารูปแบบการแสดงให้ร่วมสมัยมากยิ่งขึ้น อย่าง ระบำเงา ที่หยิบเอกลักษณ์สำคัญของโนรา ทั้งเล็บโนราและลูกปัด มาสร้างสรรค์ผ่านแสงและเงา เพื่อถ่ายทอดความงดงามของศิลปะพื้นบ้านในรูปแบบใหม่ที่เข้าถึงผู้ชมได้ง่ายขึ้น แม้จะปรับวิธีการนำเสนอให้ร่วมสมัย แต่ยังคงรักษาแก่นดั้งเดิมของโนราไว้ครบถ้วน ทั้งท่ารำ เครื่องแต่งกาย และการใช้ดนตรีพื้นบ้านเป็นองค์ประกอบหลัก เพียงแต่มีการเรียบเรียงจังหวะและทำนองใหม่ให้สอดรับกับการเคลื่อนไหวของนักแสดงมากขึ้น เพื่อให้คนรุ่นใหม่สามารถเข้าถึงและเข้าใจโนราได้ง่ายกว่าเดิม

แต่การสืบสานให้ศิลปะการแสดงโนรายังคงมีชีวิตอยู่ต่อไปนั้น คงไม่อาจอาศัยเพียงผู้ถ่ายทอดหรือผู้แสดงเท่านั้น หากยังต้องอาศัยแรงสนับสนุนจากผู้ชมและผู้คนที่เห็นคุณค่าของศิลปวัฒนธรรมร่วมกัน ผู้สนใจเข้าชมการแสดงโนราติดต่อล่วงหน้าผ่านเฟสบุ๊ก : โนราบ้าน 168

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'เพื่อไทย' เคาะ 9 ชื่อชิง สส.สงขลา 9 เขต
'เพื่อไทย' สงขลา เปิดตัว สส.เขต 9 เขต โวไม่เกี่ยวข้องธุรกิจสีเทา-สีดำ ไม่ซื้อเสียง
กฟผ. รับลูก รมว.พลังงาน เปิดวอร์รูมช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้เร่งด่วน ส่งมอบถุงยังชีพต่อเนื่อง - ดูแลระบบไฟฟ้าให้มั่นคงปลอดภัย
กฟผ. เปิดวอร์รูมปฏิบัติการบรรเทาความเดือดร้อนประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ พร้อมเร่งช่วยเหลือผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. ในพื้นที่โรงไฟฟ้าจะนะ จ.สงขลา ยืนยันระบบผลิตไฟฟ้ายังมั่นคง รองรับการใช้งานได้ตามปกติ
‘สุพิศ’ ค่ายสีฟ้า ปชป. คว้าชัย นายกอบจ.สงขลา แต่โนโหวตสูงสุดเป็นประวัติการณ์
“สุพิศ” ค่ายสีฟ้า ปชป. สายตรง นิพนธ์ -เดชอิศม์คว้าชัย นายกอบจ.สงขลาแต่โนโหวตสูงสุดเป็นประวัติการณ์
9 ชุมชนในหาดใหญ่ขึ้นธงเหลืองแล้ว
สถานน้ำในพื้นที่เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ขณะนี้มีการขึ้นธงเหลืองแล้ว 9 ชุมชน แต่ระดับน้ำคลองอู่ตะเภาและคลองภูมินาถดำริยังปลอดภัย
นักท่องเที่ยวแห่เที่ยวจุดชมวิว 'เขาเก้าเส้ง' สงขลา
วันหยุดสุดสัปดาห์บรรยากาศการท่องเที่ยวในช่วงทะเลมีคลื่นลมแรงพัดกระหน่ำเข้าโขดหินโดยเฉพาะที่เขาเก้าแสนหรือเขาเก้าเส้ง แหล่งท่องเที่ยวที่เป็นจุดชมวิวในมุมสูงของวัดเขาเก้าแสน
'ชาวสงขลา' ทำบุญตักบาตรเนื่องในวันเข้าพรรษา
'ชาวสงขลา' ออกมาทำบุญตักบาตรพระสงฆ์เนื่องในวันเข้าพรรษา เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว

