
บอร์ด สปสช. รับทราบความก้าวหน้าการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพและคืนข้อมูลให้ประชาชนผ่าน “ทางรัฐ-เป๋าตัง-หมอพร้อม” พร้อมเชื่อมประวัติรักษาผ่าน HealthLink ให้หน่วยบริการกว่า 19,749 แห่ง ใช้ประกอบการรักษา ลดตรวจซ้ำ จ่ายยาซ้ำ หนุนระบบ 30 บาทรักษาทุกที่เดินหน้าเป็นรูปธรรม
นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 5/2569 เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 ว่า ที่ประชุมฯ รับทราบรายงานความก้าวหน้าการเชื่อมโยงข้อมูลและการคืนข้อมูลของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ให้กับประชาชน หน่วยบริการ และหน่วยงานภาคีเครือข่าย ซึ่งเป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติสู่ระบบดิจิทัล
ทั้งนี้ สปสช. ได้พัฒนาระบบนิเวศข้อมูลประกันสุขภาพแห่งชาติดิจิทัล หรือ NHSO Digital Health Security Ecosystem โดยใช้ฐานข้อมูลกลาง NHSO Big Data Lake เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพจากหลายหน่วยงาน และคืนข้อมูลที่จำเป็นให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลสุขภาพของตนเองได้สะดวกขึ้น ผ่านหลายช่องทาง ทั้งแอปพลิเคชันทางรัฐ เป๋าตัง และหมอพร้อม
สำหรับข้อมูลที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ ประกอบด้วย ข้อมูลสิทธิประโยชน์ บริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค และข้อมูลประวัติการเบิกจ่ายเมื่อเข้ารับบริการตามสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยเฉพาะแอปพลิเคชันทางรัฐและเป๋าตัง ที่เชื่อมต่อข้อมูลประวัติการเบิกจ่ายและข้อมูลสิทธิสุขภาพ ส่วนหมอพร้อมเชื่อมข้อมูลสิทธิประโยชน์ด้านสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคแล้ว และจะเชื่อมต่อข้อมูลประวัติการเบิกจ่ายและข้อมูลสิทธิสุขภาพเพิ่มเติมเพื่อใหทั้ง 3 แอปพลิเคชัน มีข้อมูลที่ได้รับจาก สปสช.เท่ากัน รวมทั้งเพื่อให้ประชาชนดูแลสุขภาพตนเองได้ตรงกับความจำเป็นมากขึ้น
“หัวใจสำคัญคือการคืนข้อมูลให้ประชาชน เพราะข้อมูลสุขภาพไม่ควรอยู่เฉพาะในระบบของหน่วยงาน แต่ประชาชนควรเข้าถึงข้อมูลของตนเองได้ ใช้ติดตามสุขภาพ ใช้ประกอบการรักษา และช่วยให้การดูแลสุขภาพมีความต่อเนื่องมากขึ้น” รมว.สาธารณสุข กล่าว
นายพัฒนา กล่าวต่อว่า สำหรับในส่วนของหน่วยบริการนั้น สปสช. ได้เชื่อมโยงข้อมูลผ่านแพลตฟอร์ม HealthLink เพื่อคืนประวัติการรักษาพยาบาลให้หน่วยบริการใช้ประกอบการดูแลผู้ป่วย โดยมีหน่วยบริการที่เชื่อมโยงประวัติการรักษาข้ามหน่วยงานสำเร็จแล้ว 19,749 แห่ง มีประชาชนที่เข้ารับบริการด้วยระบบข้อมูลที่เชื่อมโยง 470,731 คน และมีการดึงข้อมูลประวัติการรักษาเพื่อประกอบการวินิจฉัยแล้ว 1,292,246 ครั้ง
ทั้งนี้ การเชื่อมโยงข้อมูลดังกล่าวจะช่วยให้แพทย์และหน่วยบริการเห็นข้อมูลที่จำเป็นต่อการรักษา เช่น ประวัติการรักษา การจ่ายยา ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ และข้อมูลบริการที่เกี่ยวข้อง ทำให้การวินิจฉัยแม่นยำขึ้น ลดการตรวจซ้ำ ลดการจ่ายยาซ้ำ และลดภาระค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นของระบบสุขภาพ ขณะเดียวกันยังช่วยให้ประชาชนได้รับบริการต่อเนื่อง แม้เข้ารับบริการต่างหน่วยบริการ
นายพัฒนา กล่าวว่า ที่ประชุมยังมีข้อเสนอให้ สปสช. เร่งรัดการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพที่พร้อมใช้งาน และการลงนามความร่วมมือร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยต้องระบุความรับผิดชอบในการใช้ข้อมูลให้ชัดเจน เพื่อให้การเชื่อมโยงข้อมูลมีความปลอดภัย เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาลข้อมูล และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน โดยให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 3 เดือน
นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า การเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพครั้งนี้ ถือเป็นรากฐานสำคัญของระบบบริการสุขภาพดิจิทัลของประเทศ โดย สปสช. ไม่ได้เชื่อมข้อมูลเพื่อคืนข้อมูลให้ประชาชนเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย เพื่อนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ด้านนโยบาย การเฝ้าระวังโรค และการพัฒนาระบบสุขภาพในระยะยาว
ทั้งนี้ ข้อมูลที่เชื่อมโยงจะช่วยสนับสนุนการดูแลสุขภาพในหลายมิติ เช่น การติดตามสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพของเด็กและเยาวชน การเชื่อมข้อมูลวัคซีนเพื่อเฝ้าระวังและบริหารจัดการโรค รวมถึงการจัดทำข้อมูลสุขภาพระดับพื้นที่ เพื่อให้หน่วยงานท้องถิ่นและหน่วยบริการสามารถวางแผนดูแลประชาชนได้ตรงจุดมากขึ้น โดย สปสช. จะเร่งหารือร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดแนวทางเชื่อมโยงและคืนข้อมูลอย่างปลอดภัย ภายใต้มาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์อย่างเหมาะสม
“ระบบข้อมูลสุขภาพที่เชื่อมโยงกันได้ จะช่วยให้ประชาชนได้รับบริการที่ต่อเนื่อง หน่วยบริการทำงานได้คล่องตัวขึ้น และผู้กำหนดนโยบายมีข้อมูลที่แม่นยำในการพัฒนาระบบสุขภาพ ซึ่งจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม” เลขาธิการ สปสช. กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อนุทิน' ควง 'เอกนิติ-พัฒนา' หม่ำข้าวต้มปลา สตรีทฟู้ดร้านโปรด
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย พร้อมด้วยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง และนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข ได้รับประทานข้าวต้มปลากิมโป้
'ครม.อนุทิน 2' ประเดิมเบี้ยว! 6 กระทู้ สว. รอเก้อ
'นายกฯ-รมต.' เบี้ยวตอบกระทู้ สว. ครั้งแรก ทั้งพลังงาน-กลาโหม -พณ.-มท.-สธ.-ศธ. อ้างติดภารกิจกันหมด
'ดร.อานนท์' เปิดความจริง 'รพ.อุ้มผาง' ที่เห็นกับตาตัวเอง
ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า "ผมเข้าใจว่าพี่น้องชาวไทยหลายคนรู้สึกไม่ดีที่โรงพยาบาลอุ้มผาง รักษาพี่น้องชาวพม่าเยอะมาก
อดีตนายกแพทยสภา ชี้วิกฤต 'รพ.อุ้มผาง' สัญญาณเตือนต้องปรับปรุงการจ่ายเงินของ 'สปสช.' ครั้งใหญ่
ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.อำนาจ กุสลานันท์ อดีตนายกแพทยสภา โพสต์เตือนวิกฤตโรงพยาบาลอุ้งผาง สะท้อนระบบจ่ายเงินของสปสช.
โคม่า! รพ.อุ้มผางเซ่นพิษ 2 วิกฤติหนัก
รพ.อุ้มผาง วิกฤตหนัก เงินหมุนเวียนเหลือ 3 ล้าน สวนทางหนี้ท่วม 50 ล้าน ด้าน “หมอวี” จี้ปมเบิกจ่าย สปสช.ล่าช้าทำพิษ ทำ รพ.ชายแดนแบกภาระหนักรักษาเพื่อนมนุษย์ต่อไม่ไหว

