'ปูนปั้นเพชรบุรี'สูตรใหม่ จากFood Waste เมืองขนมหวาน

เมืองเพชรบุรีโด่งดังเรื่องขนมหวาน แต่ละวันมีเปลือกไข่ น้ำเชื่อมและกากน้ำตาล เศษวัตถุดิบเหลือทิ้งจากการอุตสาหกรรมขนมหวานจำนวนมาก สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ SACIT เข้ามาช่วยแก้ปัญหานี้ผ่านกระบวนการสนับสนุนทุนวิจัยให้กับนายชัชวาลย์ สหัสสพาศน์ ครูช่างศิลปหัตถกรรม เพื่อพัฒนาสูตร “ปูนตำ” รูปแบบใหม่ ที่นำวัสดุเหลือใช้ดังกล่าวของเมืองเพชรบุรี มาต่อยอดเป็นวัสดุทางเลือกที่มีคุณสมบัติโดดเด่น ทั้งด้านความแข็งแรง ความยืดหยุ่น และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมเชื่อมโยงงานหัตถศิลป์ไทยเข้ากับแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน

เพชรบุรียังขึ้นชื่อด้านศิลปะปูนปั้นที่มีเอกลักษณ์และงดงาม เป็นมรดกภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมาต่อเนื่องยาวนาน ส่วนมากพบเห็นลวดลายปูนปั้นประดับตกแต่งตามวัดและโบราณสถาน ปกติใช้ปูนตำแบบโบราณดั้งเดิม แต่ครู ชัชวาลย์ สหัสสพาศน์ คิดค้นสูตรปูนตำโบราณแบบใหม่ เป็นการจัดการของเสียอย่างยั่งยืน และได้ผลิตภัณฑ์แผ่นปูนปั้นตกแต่งผนังลวดลายใหม่ๆ เก๋ๆ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคปัจจุบัน

นายชัชวาลย์ สหัสสพาศน์ ครูช่างศิลปหัตถกรรม ประเภทเครื่องอื่น ๆ (หัตถกรรมปูนปั้นสด)    อ.เมือง จ.เพชรบุรี  กล่าวว่า งาน “ปูนปั้นสด” ถือเป็นมรดกภูมิปัญญาทางช่างอันทรงคุณค่าของไทย แต่ปัจจุบันวัสดุสำคัญที่ใช้ในการผลิต อาทิ ปูนขาว กาวหนังสัตว์ น้ำตาลโตนด กระดาษฟาง และเปลือกหอย กลับเริ่มหาได้ยากและมีต้นทุนสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง งานวิจัยที่ Sacit สนับสนุนนี้ต่อยอดภูมิปัญญาดั้งเดิม นำวัสดุเหลือใช้จากอุตสาหกรรมขนมหวานในจ.เพชรบุรีมาพัฒนาเป็นส่วนผสมในสูตร “ปูนตำโบราณ” ช่วยปรับปรุงคุณสมบัติของวัสดุและลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม ผสานองค์ความรู้ดั้งเดิมเข้ากับนวัตกรรมสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว ช่วยเชื่อมโยงธุรกิจและทรัพยากรภายในชุมชนให้เกิดการหมุนเวียนใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า

“ แนวคิดสำคัญผสานภูมิปัญญาปูนตำโบราณจ.เพชรบุรี ปรับเข้ากับการใช้วัสดุใหม่ในพื้นที่ เช่น น้ำเชื่อมเหลือทิ้งจากอุตสาหกรรมขนมแทนกาวและน้ำตาลโตนด รวมถึงเปลือกไข่นำมาพัฒนาเป็นส่วนผสมใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพเนื้อปูน  ผลวิจัยพบปูนสูตรใหม่มีคุณสมบัติหลายด้าน ประกอบด้วยปูนขาว กาวหนังสัตว์ น้ำตาลโตนด และกระดาษฟาง มีอัตราการสูญเสียน้ำหนักหลังแห้งต่ำกว่า คงรูปและรักษาขนาดได้ดีกว่า มีโครงสร้างภายในที่สม่ำเสมอและหนาแน่น ลดความเสี่ยงแตกร้าว บิดตัวในระยะยาว ชิ้นส่วนสำเร็จรูปมีน้ำหนักเบา หดตัวอย่างสมดุล  สามารถปั้นสด ถอดแบบ และขึ้นชิ้นงานขนาดเล็กได้โดยไม่แตกร้าว ลดทั้งต้นทุนและขั้นตอนการผลิต เพิ่มมูลค่าให้วัสดุเหลือใช้ในท้องถิ่นสืบสานภูมิปัญญาปูนตำโบราณเพชรบุรีให้ก้าวต่อไป “ นายชัชวาลย์ กล่าว

ผศ.ดร.อนุชา ทีรคานนท์ ผอ.SACIT กล่าวว่า โจทย์  SACIT ไม่ใช่เพียงการรักษาภูมิปัญญา แต่ทำให้ภูมิปัญญาอยู่รอดในระบบเศรษฐกิจปัจจุบัน  ต้องเชื่อมโยงงานช่างกับตลาด ทำให้คนรุ่นใหม่เห็นว่า หัตถศิลป์สามารถเป็นอาชีพและโอกาสทางธุรกิจได้จริง การยกระดับผลิตภัณฑ์ “ปูนปั้นเพชรบุรี” ถูกพัฒนาให้ก้าวข้ามข้อจำกัดเดิม จากงานประดับสถาปัตยกรรมขนาดใหญ่สู่การออกแบบเป็นโมดูลาร์ดีไซน์หรือชิ้นส่วนสำเร็จรูป 3 มิติ ที่สามารถนำไปประกอบและใช้ในงานประดับตกแต่งสร้างมูลค่าเพิ่ม ไม่ต้องถูกล้อมกรอบอยู่แค่งานหัตถกรรมดั้งเดิม แต่เป็นหัตถศิลป์ร่วมสมัยควบคู่กับการต่อยอดโอกาสทางธุรกิจของช่างศิลปหัตถกรรมให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีแรงกายและแรงใจสืบสานผลงานที่ทรงคุณค่า

การขับเคลื่อนโอกาสทางธุรกิจของช่างศิลปหัตถกรรมเพชรบุรีผนึกภาคอุตสาหกรรม  นายประวิทย์ เครือทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เพชรบุรี ไทยดีเสิร์ท จำกัด และประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่า โรงงานลุงอเนกขนมหวานเมืองเพ็ชร์ เน้นการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เปลี่ยนขยะจากสายการผลิตให้กลายเป็นวัตถุดิบใหม่สร้างคุณค่าในภาคอุตสาหกรรมอื่นๆ เปลือกไข่วันละหลายหมื่นฟองและน้ำเชื่อมที่เหลือจากการผลิตในโรงงานต่อยอดในงานหัตถกรรม เป็นตัวอย่างของการสร้างมูลค่าเพิ่มจากของเสีย ดูแลสิ่งแวดล้อมเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืนร่วมกันในชุมชน

ปูนปั้นเพชรบุรีสูตรใหม่นี้เป็นต้นแบบการยกระดับงานหัตถศิลป์ไทยสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างแท้จริง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พาณิชย์ชูพลัง SACIT สร้างรายได้ให้ชุมชนไทยดันส่งออกสู่ตลาดโลก

SACIT ผลักดันงานศิลปหัตถกรรมไทย นำคุณค่าสู่การเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ผสานความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนคุณค่าหัตถศิลป์ไทยสร้างภาพลักษณ์ประเทศไทยสู่เวทีโลก

SACIT จัดเต็มงานคราฟต์ไทยร่วมสมัย ครบวงจร ที่ “Crafts Bangkok 2026”

สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ SACIT เตรียมเปิดมหกรรมงานคราฟต์ครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี “Crafts Bangkok 2026” เวทีสำคัญในการยกระดับศิลปหัตถกรรมไทยสู่สากล ครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนาวัตถุดิบต้นทาง การสร้างสรรค์งานหัตถกรรมร่วมสมัย ไปจนถึงการต่อยอดสู่ตลาดสากล

SACIT ร่วมส่งต่อคุณค่า 'ชุดไทยพระราชนิยม-หัตถศิลป์ไทย' สู่เวทีโลก ณ กรุงเฮก นำองค์ความรู้ ภูมิปัญญา สร้างภาพลักษณ์ประเทศไทยในสายตานานาชาติอย่างสง่างาม

สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ SACIT เดินหน้าร่วมขับเคลื่อน “ชุดไทยพระราชนิยม” สู่เวทีนานาชาติ ในฐานะมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่าของชาติ ผ่านการเข้าร่วมจัดแสดงและสาธิต ภายใต้โครงการ “ชุดไทย: มรดกภูมิปัญญาผ้าไทยและศิลปหัตถกรรมไทยสู่เวทีสากล”