
งานเครื่องเบญจรงค์ไทยสืบทอดภูมิปัญญาจากรุ่นสู่รุ่น หัวใจสำคัญคือการพัฒนาครูช่างไทย ซึ่งหมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดี อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ชุมชนหัตถกรรมที่สืบทอดภูมิปัญญาการทำเครื่องเบญจรงค์มายาวนานกว่า 50 ปี เป็นหนึ่งในชุมชนสำคัญที่มีบทบาทสร้างครูช่างไทย เพราะหมู่บ้านแห่งนี้มีครูช่างเป็นศูนย์กลางองค์ความรู้ เกิดการเรียนรู้ แลกเปลี่ยน และถ่ายทอดทักษะเชิงช่างจากรุ่นสู่รุ่น ทำให้องค์ความรู้และเทคนิคการสร้างสรรค์เครื่องเบญจรงค์ยังคงได้รับการสืบทอดและต่อยอดมาจนถึงปัจจุบัน โดยมีสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ SACIT ร่วมขับเคลื่อนกับชุมชนยกระดับเบญจรงค์ไทยให้มีความร่วมสมัย

ผศ.ดร.อนุชา ทีรคานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย กล่าวว่า เครื่องเบญจรงค์เป็นหนึ่งในงานหัตถศิลป์ สะท้อนเอกลักษณ์และภูมิปัญญาของไทยโดดเด่น ด้วยกระบวนการสร้างสรรค์อาศัยทักษะ ความชำนาญ และประสบการณ์ของช่าง ตั้งแต่การเตรียมชิ้นงาน การเขียนลวดลาย การลงสี จนถึงการลงน้ำทอง องค์ความรู้จำนวนมากไม่ได้อยู่เพียงในตำราหรือแบบลาย หากเกิดจากทักษะที่ครูช่างสั่งสมและถ่ายทอดผ่านการลงมือทำจากรุ่นสู่รุ่น โจทย์สำคัญการพัฒนางานเครื่องเบญจรงค์ในวันนี้อยู่ที่การรักษาองค์ความรู้และทักษะเฉพาะเหล่านี้ให้มีผู้สืบทอด และเปิดพื้นที่ให้ครูช่างได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ทั้งด้านการออกแบบ เทคนิคการสร้างสรรค์ นวัตกรรม และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อให้งานที่มีรากฐานจากภูมิปัญญาดั้งเดิม นำมาสร้างสรรค์รูปแบบที่หลากหลายขึ้น เข้าถึงผู้บริโภคในตลาดร่วมสมัยได้
ผอ.SACIT กล่าวว่า SACIT เดินหน้าบทบาทนักปั้น สร้างโอกาสให้ครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม ตลอดจนผู้สร้างสรรค์งานหัตถศิลป์รุ่นใหม่ ได้พัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่อง พร้อมถ่ายทอดสู่ทายาทช่างคนรุ่นใหม่ เยาวชน ผู้สนใจ และชุมชน เพื่อให้องค์ความรู้ด้านหัตถศิลป์เกิดการพัฒนาและส่งต่ออย่างต่อเนื่อง ทำให้งานหัตถศิลป์ไทยเติบโตไปพร้อมกับครูช่างและชุมชน เมื่อครูช่างมีโอกาสพัฒนาฝีมือ มีตลาดรองรับ ชุมชนสามารถสร้างรายได้ คนรุ่นใหม่เห็นโอกาสในการประกอบอาชีพ ภูมิปัญญาที่สืบทอดมาจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้มากขึ้น

ด้าน นางสาวแสงระวี สิงหวิบูลย์ รอง ผอ. SACIT กล่าวว่าหนึ่งในบุคคลสำคัญสืบทอดภูมิปัญญาเครื่องเบญจรงค์ของดอนไก่ดี คือ ครูอุไร แตงเอี่ยม ครูศิลป์ของแผ่นดิน ปี 2569 สาขาเครื่องเบญจรงค์ ผู้สั่งสมประสบการณ์กว่า 50 ปี ตั้งแต่การทำเครื่องขาว การเผาเคลือบ การเขียนลายคราม จนถึงการเขียนลายเบญจรงค์ มีบทบาทอนุรักษ์และฟื้นฟูลวดลายโบราณ อาทิ ลายเทพพนม ลายพุ่มข้าวบิณฑ์ ลายครุฑยุดนาค และลายบัวสมเด็จ องค์ความรู้ที่สั่งสมไม่ได้หยุดอยู่เพียงกับครูช่างรุ่นเดิม แต่ส่งต่อและนำไปพัฒนาต่อยอดโดยช่างรุ่นใหม่ ครูณัฏฐ์ณรัณกร แตงเอี่ยม ครูช่างศิลปหัตถกรรม ปี 2568 ประเภทเครื่องดิน (เบญจรงค์) ประยุกต์ ผู้ต่อยอดองค์ความรู้จากครูอุไร สู่การสร้างผลงานร่วมสมัย “โถน้ำต้นลายบัวเจ็ดสี” ได้รับการคัดสรรเข้าสู่ SACIT Craft Collection 2025 ในกลุ่ม Master Craft

การพัฒนาครูช่างของ SACIT เปิดโอกาสให้ครูช่างที่มีพื้นฐานและทักษะที่เข้มแข็งได้ต่อยอดศักยภาพผ่านการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้จากต่างประเทศ ทั้งด้านเทคนิค วิธีคิด และกระบวนการสร้างสรรค์ ก่อนนำประสบการณ์ที่ได้รับกลับมาประยุกต์ใช้กับภูมิปัญญาและพัฒนาผลงานตนเอง ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด ครูทวี พันธ์ศรี ครูช่างศิลปหัตถกรรม ปี 2558 ประเภทเครื่องปั้นดินเผา (งานเบญจรงค์) จากช่างเขียนลายพัฒนาฝีมือจนได้รับการยกย่องเป็นครูช่างศิลปหัตถกรรม จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นปี 2569 ครูทวีประกวดแนวคิดสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมระหว่างประเทศ International Craft Creation Concept Award 2026 และได้รับรางวัลชนะเลิศ ก่อนที่ SACIT จะต่อยอดความสำเร็จเปิดโอกาสให้เดินทางไปศึกษาดูงาน ณ เมืองจิ่งเต๋อเจิ้น เมืองที่มีชื่อเสียงด้านเครื่องปั้นดินเผาและเซรามิกของจีน เรียนรู้เทคนิค กระบวนการสร้างสรรค์ และแนวคิดออกแบบที่แตกต่าง ก่อนนำองค์ความรู้การผสานเทคนิคสีใต้เคลือบกับสีบนเคลือบมาทดลองร่วมกับเทคนิคงานเบญจรงค์ รวมถึงการเรียนรู้เทคนิคการเขียนลายด้วยปากกาแตกต่างจากเขียนลายด้วยพู่กันที่คุ้นเคยในงานเบญจรงค์ไทย
ทั้งนี้ ครูอุไรและครูทวี สะท้อนให้เห็นการพัฒนางานเครื่องเบญจรงค์ มีการสืบสานผ่านครูช่างที่รักษาองค์ความรู้ เทคนิค และลวดลายดั้งเดิม พร้อมถ่ายทอดภูมิปัญญาจากรุ่นสู่รุ่น การต่อยอดด้วยการเปิดโอกาสให้ครูช่างได้เพิ่มพูนทักษะ เรียนรู้เทคนิคและมุมมองใหม่จากต่างประเทศ ก่อนนำองค์ความรู้กลับมาประยุกต์กับทักษะเดิมและพัฒนาเป็นผลงานที่หลากหลายยิ่งขึ้น เป็นบทบาทนักปั้นของ SACIT สร้างโอกาสให้ครูช่างและชุมชนสามารถเติบโตต่อจากต้นทุนภูมิปัญญาที่มีอยู่และเติบโตต่อไปได้ในอนาคต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
พาณิชย์ชูพลัง SACIT สร้างรายได้ให้ชุมชนไทยดันส่งออกสู่ตลาดโลก
SACIT ผลักดันงานศิลปหัตถกรรมไทย นำคุณค่าสู่การเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ผสานความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนคุณค่าหัตถศิลป์ไทยสร้างภาพลักษณ์ประเทศไทยสู่เวทีโลก
SACIT จัดเต็มงานคราฟต์ไทยร่วมสมัย ครบวงจร ที่ “Crafts Bangkok 2026”
สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ SACIT เตรียมเปิดมหกรรมงานคราฟต์ครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี “Crafts Bangkok 2026” เวทีสำคัญในการยกระดับศิลปหัตถกรรมไทยสู่สากล ครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนาวัตถุดิบต้นทาง การสร้างสรรค์งานหัตถกรรมร่วมสมัย ไปจนถึงการต่อยอดสู่ตลาดสากล

