"ภท." เดือด "ปชน." ตราหน้าร่าง รธน.ฉบับน้ำเงิน ถือว่าแฟร์ใช้กลไกสภาแบ่งโควตาเลือก ส.ส.ร. ย้ำ "เนวิน" ไม่เคยจุ้น ลุยให้สำเร็จรัฐบาลนี้ "ณัฐพงษ์" ซัดขัด 3 หลักการ ล็อกสเปกเปิดทางผูกขาด จ่อยื่นร่างส้ม 1-2 สัปดาห์นี้ "ปชป." หนุน ส.ส.ร.ยึดโยง ปชช. ไม่แตะหมวด 1-2 "หมอวรงค์" โชว์ตั้งผู้ช่วย สส.แค่ 3 คน ปลุกทั้งสภาบน-ล่าง ลดโควตา 4 ปี ประหยัดงบได้ 2.5 พันล้าน
ที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ต้องใช้เสียงฝ่ายค้าน 20% จนทำให้มีการตั้งข้อสังเกตว่าพรรคกล้าธรรมอาจโหวตให้ร่างของพรรคภูมิใจไทยว่า ตอนนี้หน้าที่ของพวกเราคือพยายามเรียกร้องหลักการ 3 ข้อ คือ 1.ไม่ให้ตัดประชาชนออกจากสมการให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ 2.ไม่ให้มีกระบวนการสร้างการผูกขาดอยู่กับพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง 3.ไม่เพิ่มอำนาจให้สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งต้องส่งข้อเรียกร้องเหล่านี้ไปให้ทุกพรรคการเมือง และ ปชน.พร้อมที่จะลงชื่อให้กับทุกร่างของทุกพรรคที่สอดคล้องกับ 3 หลักการดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม หลายคนตั้งคำถามว่าพรรคกล้าธรรมที่อยู่ฝ่ายค้านและเป็นฝ่ายค้านหรือไม่ ตนไม่สามารถไปวิพากษ์วิจารณ์แทนพรรคกล้าธรรมได้ แต่ขอส่งข้อเรียกร้องไปถึงพรรคกล้าธรรมเช่นเดียวกันกับทุกพรรค อยากให้คงหลักการ 3 ข้อนี้
ส่วนการออกมาแสดงความคิดเห็นของนายกรัฐมนตรีที่ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วอ้างว่าเป็นเจตจำนงของประชาชนนั้น ตนคิดว่าไม่ถูก เจตจำนงของประชาชนที่อยากเห็นรัฐธรรมนูญฉบับใหม่คือกติกาสูงสุดที่สร้างความโปร่งใส ประชาชนมีอำนาจอย่างแท้จริง ดังนั้น ถ้ากระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นไปตาม 3 หลักการนี้ จึงจะเป็นการเดินหน้าตามเจตจำนงของประชาชนอย่างแท้จริง
เมื่อถามว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เข้ากับ 3 หลักการของพรรคประชาชนหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ได้เห็นรายละเอียดของร่างภูมิใจไทยบ้างแล้ว ต้องบอกว่าขัดหลักการทั้ง 3 ข้อ เช่น การที่ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมร่างของ ภท. ก็ไม่มีคูหาให้ประชาชนเลือกผู้ยกร่าง ส่วนที่บอกว่าไม่มีการผูกขาด แต่แยกสัดส่วน สส.และ สว. ต้องตั้งคำถามว่าตอนนี้มีกลุ่มการเมืองใดกำลังครอบครองเสียงข้างมากใน สว.อยู่หรือไม่ ถ้าเป็นเช่นนั้น 2 ใน 7 จะเป็นคนของกลุ่มการเมืองใดการเมืองหนึ่ง บวกกับเสียงของกลุ่มนั้นในสภาล่าง จาก 500 คน ซึ่งบวกเลขออกมาเกินครึ่ง จึงเท่ากับว่านี่เป็นการผูกขาดหรือไม่ รวมทั้งสิ่งที่ขัดหลักการคือการเพิ่มอำนาจให้ สว. จึงกังวลว่าร่างของ ภท.จะไม่ได้รัฐธรรมนูญที่เป็นฉบับของประชาชนอย่างแท้จริง
ผู้สื่อข่าวถามว่า สุดท้ายจะตีตกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของ ภท.หรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า กระบวนการในสภา สิ่งที่สำคัญคือการพิจารณาในชั้นคณะกรรมาธิการ ดังนั้น ในการต่อรองทางการเมืองจะทำอย่างไรให้ร่างที่มองว่าสอดคล้องกับ 3 หลักการมากที่สุด ผ่านวาระ 1 เพื่อเข้าไปต่อรองกันในชั้นกรรมาธิการซึ่งเป็นวาระ 2 ดังนั้น ในส่วนการตัดสินใจลงมติขอดูบริบททางการเมืองในอนาคตก่อนว่าการเจรจาระหว่างคณะกรรมการประสานงานพรรคการเมืองในสภาผู้แทนราษฎร (วิป) และร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ละพรรคการเมืองที่เสนอเข้ามามีหน้าตาเป็นอย่างไร จึงจะตอบได้ว่าจะลงมติอย่างไร
ส่วนจะมีโอกาสจะเซ็น MOA ฉบับที่ 2 หรือไม่นั้น นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ตอนนี้เราคงไม่มีอำนาจไปต่อรองให้ใครมาเซ็น MOA ด้วย วิธีการเดียวของพวกเราคือเอาหลังอิงประชาชนให้ได้มากที่สุด เอาข้อเรียกร้องสู่สาธารณะทำความเข้าใจกับประชาชนถึงกระบวนการร่างธรรมนูญฉบับใหม่ ด้วยการยื่นแก้ไขมาตรา 256 หมวด 15/1 สุดท้ายก็ต้องไปทำประชามติ ดังนั้นร่างที่ผูกขาด ประชาชนจะเป็นคนตัดสินคว่ำร่างได้ในอนาคต ทั้งนี้คาดว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของ ปชน.จะแล้วเสร็จ และจะยื่นต่อประธานสภาฯ ภายใน 1-2 สัปดาห์นี้
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พรรคมีเสียง สส.ไม่เพียงพอในการเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมได้โดยลำพัง จึงได้เปิดฉากเจรจาประสานงานกับพรรคการเมืองต่างๆ เพื่อร่วมมือกันผลักดัน โดยเตรียมยื่นร่างร่วมกันภายในสัปดาห์หน้า ซึ่งมีกรอบสาระสำคัญ 3 ประการ คือ 1.ที่มาของ ส.ส.ร. ต้องกระจายตัว มาจากการคัดเลือกและมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ให้กลุ่มทุนหรือเสียงข้างมากในสภาเข้าควบคุมหรือผูกขาดได้ 2.จะไม่มีการแก้ไขเพิ่มเติมในหมวด 1 (บททั่วไป) และหมวด 2 (พระมหากษัตริย์) 3.ปรับปรุงกระบวนการลงมติเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญในชั้นรัฐสภาหลังจากที่ ส.ส.ร.ยกร่างเสร็จสิ้น เพื่อให้กลไกประชาธิปไตยเดินหน้าได้ โดยไม่ถูกกลุ่มเสียงข้างน้อยที่มีเงื่อนไขพิเศษใช้อำนาจยับยั้งจนร่างกฎหมายสูงสุดของประเทศต้องตกไป
ด้านนายนิกร จำนง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะหนึ่งในผู้ยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของ ภท. แถลงตอบโต้พรรคประชาชนว่า ที่ฝ่ายค้านบอกว่าไม่มีการเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) โดยตรงคือไม่มีคูหา ถ้าเสนอแบบนี้เพื่อให้รัฐธรรมนูญถูกคว่ำอีกใช่หรือไม่ เพราะเรารู้อยู่แล้วว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ให้เลือกจากประชาชนโดยตรง ดังนั้นการเสนอเพื่อให้มีภาพทางการเมืองว่าได้ทำแล้ว และไม่ประสงค์ต่อผลนั้นได้ แต่ ภท.ประสงค์ต่อผลทำให้สำเร็จในรัฐบาลชุดนี้ จึงจะไปสุ่มเสี่ยงแบบนั้นไม่ได้ จึงต้องดีไซน์ใหม่ คือให้ประชาชนสมัครเข้ามา แล้วให้รัฐสภาเป็นคนเลือกตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ คือรัฐสภามีหน้าที่ดำเนินการเรื่องนี้
ส่วนที่กล่าวหาว่าถ้าเป็นแบบนี้ ส.ส.ร.จะเป็นสีน้ำเงินนั้น นายนิกรกล่าวว่า เรื่องนี้ตน นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และฝ่ายกฎหมายพรรค ที่ยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ขึ้นมา มีการพูดคุยกันอาจจะถูกกล่าวหาว่าเป็นสีน้ำเงิน เราจึงแบ่งไปเลยว่าให้ สว. 200 อีก 500 เป็นของ สส. โดยใช้กลไกของรัฐสภาแบ่งตามจำนวน สส.ของแต่ละพรรค พรรคแกนนำรัฐบาลที่มีเสียงข้างมากย่อมได้มากกว่า ไม่เช่นนั้นจะเป็นรัฐบาลทำไม ถือเป็นหลักการที่แฟร์
นายนิกรยังกล่าวถึงกรณีที่นายปดิพัทธ์ สันติภาดา อดีตรองประธานสภาฯ กล่าวหาว่านายเนวิน ชิดชอบ และครอบครัวมาร่างรัฐธรรมนูญนั้นว่า ตน นายภราดร และฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย เป็นผู้ร่าง ยืนยันว่าไม่มีสักคำเดียวที่นายเนวินโทร.มาหาตนหรือนายภราดร การกล่าวหาให้เสียหายลักษณะนี้ เดี๋ยวก็โดนฟ้องอีกจนได้
วันเดียวกัน นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี แถลงข่าวยืนยันแนวทางการแต่งตั้งผู้ช่วย สส.เพียง 3 คน จากสิทธิที่สามารถแต่งตั้งได้ 8 คน โดยระบุว่า เป็นแนวทางต้นแบบในการปฏิรูประบบการทำงานของรัฐสภาและลดภาระงบประมาณของประเทศ ซึ่งผู้ช่วย สส. 1 คน มีเงินเดือน 15,000 บาท การลดจำนวนผู้ช่วยลง 5 คน จะช่วยประหยัดงบประมาณได้ประมาณ 75,000 บาทต่อเดือน หรือราว 900,000 บาทต่อปี
ทั้งนี้ หากสมาชิกรัฐสภาทั้ง 700 คน ทั้ง สส. และ สว. ลดจำนวนผู้ช่วยลงคนละ 5 คน จะประหยัดงบประมาณได้ 630 ล้านบาทต่อปี หรือกว่า 2,520 ล้านบาท ตลอดวาระ 4 ปีของสภา
ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น ทนายความ พร้อมกลุ่ม สว.สำรอง 20 คน นำข้อมูลหลักฐานการสนทนาผ่านแอพลิเคชันไลน์ และเส้นทางการเงินของการล็อกโหวต และคัดเลือกผู้สมัครของ สว. กลุ่มที่ 4 บุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งมีแพทย์คนหนึ่งสังกัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นคนวางแผน มอบให้ กกต. พร้อมทวงถามความคืบหน้าคดีฮั้วเลือก สว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เปิดภาพCCTV รถไฟชนรถเมล์ ชงผลสอบ2มิ.ย.
"สิริพงศ์” ตอบกระทู้สดเหตุรถไฟชนรถเมล์ รับคนขับรถไฟประมาท รฟท.สุ่มตรวจฉี่พนักงานขับรถเจอ “ฉี่ม่วง” 2 ราย
คอนเฟิร์มงบฯ1.8หมื่นล. จ่อลงทะเบียนคนจนใหม่
"คลัง" คอนเฟิร์มดึง 1.88 หมื่นล้านจาก พ.ร.ก.กู้เงินสู้วิกฤตพลังงานโปะบัตรคนจนไม่ขัดวัตถุประสงค์ รัฐจ่อเปิดลงทะเบียนรอบใหม่คาดผู้รับสิทธิลดลง
‘หนู’ขึงขังสั่งปราบอันธพาล
"อนุทิน" เปิดเวิร์กช็อป 4 หน่วยงาน "มท.-ตร.-ยธ.-มั่นคง" สั่งลุยแก้ปัญหา ปชช. พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล
เซาะ‘องคมนตรี’ เท้งลั่นหากเป็นนายกฯเลี่ยงประชุมด้วย/อนุทินปัดก้าวก่าย
ตะลึง! "เท้ง" เตือนนายกฯ ไม่ควรห้อยหรือโหนฟ้ามาลงต่ำ
ภท.ปัด‘เนวิน’จุ้นแก้รธน. ได้ประกัน‘สส.โตโต้’ไปต่อ
พูดแล้วทำ! "อนุทิน" จริงจังไม่จิงโจ้ นํา สส.ภูมิใจไทยชิงยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นพรรคแรก
ก.อ.มติเอกฉันท์ ‘โกวิท’นั่งอสส. ชงวุฒิฯไฟเขียว
ก.อ.มีมติเอกฉันท์ตั้ง “โกวิท ศรีไพโรจน์" นั่งอัยการสูงสุดคนที่ 21 หลัง "โชคชัย” รอง อสส.ยื่นขอขึ้นเป็นอัยการอาวุโส ก่อนชงวุฒิสภาให้ความเห็นชอบ มีผล 1 ต.ค.

