“ภราดร” ฟุ้งรัฐบาลพร้อมจัดสรรงบดูแลคนจนตัวจริง ไม่ได้มีปัญหาเรื่องเงิน “แลนด์บริดจ์” จบแล้ว “เอกนิติ” สรุปผลรอชงนายกฯ บอกไม่คุ้มค่าทั้งผลตอบแทน-สิ่งแวดล้อม-สร้างความแตกแยก “ไหม” แนะจับตางบกลางแก้ปัญหาน้ำ หวั่นซ้ำรอยปี 2568 ต้องพับโครงการ
เมื่อวันที่ 24 ก.ค.2569 นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีประชาชนยื่นอุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะทำให้มียอดผู้ได้รับสิทธิเท่าใด ว่ายังไม่รู้ตัวเลข ต้องรอผลการอุทธรณ์ก่อน แต่ยืนยันว่ารัฐบาลจะดูแลผู้ที่สมควรได้รับการดูแล หรือเป็นคนจนจริง ส่วนผู้นำชื่อคนจนไปสวมสิทธิ์ไม่ว่านำชื่อไปเป็นกรรมการบริษัท ทำบัญชีม้า หรือนำไปใช้ลดหย่อนภาษีในฐานะลูกจ้าง หลังจากกระทรวงการคลังดำเนินการตรวจสอบหลักเกณฑ์บัตรสวัสดิการเสร็จสิ้น จะดำเนินการตรวจสอบกลุ่มสวมสิทธิ์เหล่านี้ต่อไป
“ไม่ได้ประเมินหรือวางเป้าไว้ ขึ้นอยู่กับผลการอุทธรณ์ โดยนายกฯ เคยย้ำว่า ในเรื่องของจำนวนผู้ที่ได้รับสิทธิไม่ใช่เรื่องใหญ่ รวมถึงตัวเงินก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ รัฐบาลสามารถจัดสรรเงินมาดูแลผู้ที่ได้รับผลกระทบจริงๆ ได้ แต่ที่ทบทวน เพราะได้รับการร้องเรียนว่ามีผู้ที่ไม่ควรได้รับสิทธิจริง แต่กลับได้รับสิทธิตรงนี้ หรือบางคนไม่เคยได้รับสิทธิทั้งที่ควรได้รับ วันนี้ก็มีการตรวจสอบ ฉะนั้น จึงอยากให้ความเป็นธรรม” นายภราดรกล่าว
วันเดียวกัน นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง แถลงว่า กระทรวงการคลังได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ตัวเลขเศรษฐกิจ (จีดีพี) ในปี 2569 เพิ่มขึ้นเป็น 2.5% จากเดิมที่ 1.6% ส่วนหนึ่งเป็นปัจจัยบวกจากพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตพลังงาน วงเงิน 4 แสนล้านบาท รวมถึงแรงสนับสนุนจากภาคการส่งออกที่ปีนี้คาดว่าจะกลับมาเติบโตได้ดีขึ้นเป็น 12.5% จากเดิมที่ 6.2% เนื่องจากได้รับอานิสงส์สำคัญจากอุปสงค์จากประเทศคู่ค้าหลักที่ดีขึ้น โดยการส่งออกสินค้าขยายตัวได้ดีอย่างต่อเนื่องติดต่อกัน 5 เดือน เฉลี่ยที่ 10.9%
ด้านนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แถลงสรุปผลการศึกษาของคณะกรรมการศึกษาแนวทางขับเคลื่อนโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (โครงการแลนด์บริดจ์) ว่าได้ดำเนินการเสร็จสิ้นก่อนเวลา 90 วัน โดยแบ่งคณะศึกษาเป็น 3 ชุด ได้แก่ 1.ศึกษาความเป็นไปได้ในเชิงเศรษฐกิจและการลงทุน 2.ศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม และ 3.การรับฟังรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วม
นายเอกนิติกล่าวต่อว่า ผลสรุปจากคณะกรรมการชุดต่างๆ สรุปว่าโครงการแลนด์บริดจ์มีความเป็นไปได้อยู่ในระดับต่ำ และอาจก่อให้เกิดผลกระทบภาระงบประมาณ ซึ่งเสี่ยงค่อนข้างสูงทั้งเรื่องผลตอบแทน สิ่งแวดล้อม และยังมีความเห็นต่างในสังคม แต่เมื่อภาคเอกชนยังมีความต้องการในภาคใต้ทางออกทะเลฝั่งอันดามัน ซึ่งปัจจุบันมีท่าเรือระนอง จึงมีการให้พิจารณาไปดำเนินการปรับปรุง เพื่อใช้ท่าเรือระนองให้เต็มศักยภาพ รวมถึงพิจารณาเชื่อมโยงเรื่องทางรถไฟ ที่จะเชื่อมต่อไปยังท่าเรือระนอง และระบบการขนส่งทางราง หรือ Missing Link ที่สามารถใช้โอกาสเชื่อมโยงไปทางเหนือขึ้นไปจีน รวมถึงเชื่อมโยงไปยังท่าเรือฝั่งตะวันออก
“ยังมีข้อเสนอในเรื่องการลงทุนขนาดใหญ่ว่า ควรเริ่มต้นพิจารณาจากยุทธศาสตร์ของแต่ละประเทศให้ชัดเจน ก่อนที่หน่วยงานใดจะศึกษาโครงการต่างๆ ซึ่งเรื่องนี้ถือว่าเป็นบทเรียน โดยจะต้องดูในเชิงยุทธศาสตร์สิ่งแวดล้อมด้วย และให้นำบทเรียนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนมาร่วมด้วย”
เมื่อถามว่า สรุปว่าเป็นการพับแผนโครงการแลนด์บริดจ์ใช่หรือไม่ นายเอกนิติตอบว่า จะว่าอย่างนั้นก็ได้ โดยหลังจากนี้จะรายงานสรุปเสนอต่อนายกฯ และนายกฯ ก็จะนำเสนอต่อที่ประชุม ครม.ตามคำสั่งที่แต่งตั้งคณะกรรมการชุดนี้
ขณะที่รัฐสภายังคงมีการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2570 ในสัปดาห์ที่ 3 โดย น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวว่า แม้งบภาพรวมจะถูกตัดออกไปเยอะแล้ว แต่ยังมีงบประมาณบางรายการที่สูงผิดปกติและขอซ้ำซ้อนกัน โดยเฉพาะงบกลางเพื่อเตรียมรับมือภัยแล้ง วงเงิน 6.5 พันล้านบาท ที่รัฐบาลต้องโอนงบประมาณของปี 2569 มาสำรองไว้ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท แต่กลับยังมีการใช้งบเพิ่มเติมสำหรับโครงการด้านน้ำอีกกว่า 6 พันล้านบาท โดยเป็นโครงการจัดหาน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค ซึ่งไม่ใช่โครงการน้ำบาดาลทั่วไป แต่เป็นโครงการโซลาร์บาดาล และอาจซ้ำรอยกรณีในปี 2568 ที่มีการอนุมัติงบประมาณสำหรับการจัดการภัยแล้งและน้ำท่วม วงเงินประมาณ 7.5 พันล้านบาท ซึ่งต่อมาสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ตั้งข้อสังเกตว่ามีความผิดปกติและสุ่มเสี่ยงต่อการทุจริตคอร์รัปชัน จนรัฐบาลตัดสินใจยกเลิกโครงการเหล่านั้น
สำหรับการประชุม กมธ.ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ได้พิจารณาภาพรวมของการของบประมาณของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน โดยช่วงหนึ่งมีการพิจารณางบประมาณของสำนักงานประกันสังคม (สปส.) กมธ.ได้ซักถามถึงการบริหารจัดการกองทุนที่มีความเสี่ยง ความโปร่งใส และการเตรียมเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ที่พบว่าปิดการลงทะเบียนไปแล้ว ซึ่งกังวลว่าจะซ้ำรอยเหมือนการเลือกตั้งที่ผ่านมา ที่มีผู้ลงทะเบียน 1 ล้านคน แต่ไปใช้สิทธิ์แค่แสนคน
โดยนายคริส โปตระนันทน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ ในฐานะ กมธ.ซักถามประเด็นการบริหารกองทุน หลังจากที่สังคมตั้งคำถามและมองว่าอีกไม่กี่ปีกองทุนดังกล่าวจะเจ๊ง นอกจากนั้นแล้วในประเด็นความโปร่งใส ซึ่งได้รับเสียงลือเสียงเล่าอ้างหากใครสามารถเข้าหาผู้บริหารสำนักงานประกันสังคมได้ จะมีโอกาสได้รับการร่วมลงทุน โดยการเข้าพบนั้นจะมีหน้าเสื่อที่พาเข้าบริษัทหลักทรัพย์ ผู้จัดการกองทุนเข้าไปพบผู้บริหาร จะมีซองเพื่อให้คนที่ทำหน้าที่เป็นหน้าเสื่อที่พามาเจอ ไม่ใช่ให้ผู้บริหาร จึงอยากถามถึงแนวทางป้องกัน เพราะผู้บริหารกองทุนที่มีเงิน 3 ล้านล้านบาท มีแนวทางอย่างไรที่จะจัดการคนเหล่านั้นไม่ให้เข้าถึงตัว
ด้าน น.ส.กาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการ สปส.ชี้แจงว่า ประเด็นการบริหารจัดการกองทุนที่ตั้งคำถามว่าจะเจ๊งหรือไม่ กองทุนได้พยายามปรับความยั่งยืน โดยมีแผนต่อการปรับเพดานค่าจ้าง 1.7 หมื่นบาทต่อเดือน ขณะที่ระยะที่ 2 ในช่วงปี 2572-2574 จะปรับเป็น 2 หมื่นบาทต่อเดือน และปี 2575 เป็นต้นไป ปรับเพดานค่าจ้าง 2.3 หมื่นบาท จะทำให้กองทุนมีเงินใช้จ่าย นอกจากนั้นคือเพิ่มแผนตอบแทนการลงทุน ที่คาดหวัง 5% ต่อปี รวมถึงขยายอายุบำนาญ ไปเป็นอายุ 65 ปีตามสังคมสูงวัย และที่สำคัญคือ ขยายความคุ้มครองลูกจ้าง 3 กลุ่ม คือ ลูกจ้างตามฤดูกาลภาคเกษตร ลูกจ้างทำงานบ้าน และลูกจ้างแผงลอย ที่รอเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นอกจากนั้นในระยะต่อไปคือปรับอัตราเงินสมทบ
“ตั้งแต่ที่เข้าดำรงตำแหน่งเมื่อเดือน พ.ย.2568 ไม่มีการดำเนินการ ไม่เคยมีใครเข้าพบ เพราะถือนโยบายด้านความโปร่งใส ขณะเดียวกันหากจะมาพบแบบส่วนตัว ก็ไม่เคยมีใครเคยเข้าพบ ไม่ว่าจะเป็นคณะเอกชน ส่วนลงทุน หรือไอที ทั้งนี้ การลงทุนจะเป็นไปตามเกณฑ์ ไม่ใช่ลงทุนตามที่ถูกเสนอทั้งหมด”.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รมว.กห.จีนยํ้า ขายอาวุธเขมร สัญญาพาณิชย์
“นายกฯ” ลั่นไม่มีฉลองครบ 1 ปีศึกชายแดนไทย-เขมร บอกการฟื้นฟูสัมพันธ์ขึ้นกับผู้นำกัมพูชา “รมว.กลาโหมจีน”
หนูลั่นไม่ยอมให้ถูกรังแก ‘นราธิวาส’ใช้อัยการศึก!
“อนุทิน” ขึงขังบอกไม่ให้พี่น้องทหารหรือเจ้าหน้าที่ถูกรังแกถึงขั้นเสียชีวิตเป็นอันขาด
‘สุขสมรวย’ประเดิม‘ยิ่งชีพ’
ประเดิมฟ้องรายแรก! “รมต.สุขสมรวย” กลับอำนาจเจริญ แจ้งความ “ยิ่งชีพ” หมิ่นประมาท “ภราดร” สวน “โรม” ไม่ได้กล่าวหา ปชน.ยัดข้อมูล “ไอลอว์”
ปกรณ์ปูดเอี่ยวโกงสอบหลักร้อย
“ภราดร” เตรียมผุดซูเปอร์ไลเซนส์ รวมศูนย์ขออนุมัติ-อนุญาตไว้ในโลกออนไลน์
ทรัมป์ขึ้นภาษีรอบ2 ไทยเจอเต็มเพดาน12.5% นายกฯเชื่อยังอุทธรณ์ได้
"รัฐบาลทรัมป์" ประกาศเก็บภาษีใหม่ 60 ประเทศคู่ค้าในอัตรา 10%-12.5% แทนภาษีนำเข้าทั่วโลก อ้างลงโทษปล่อยมีบังคับใช้แรงงาน
'ภราดร' สวน 'โรม' ปัดกล่าวหา ปชน. ยัดข้อมูล 'ไอลอว์' แค่เป๋ ให้สังคมดูเอง
'ภราดร' ชี้แม้ไม่ติดใจฟ้อง 'ยิ่งชีพ' แต่เชื่อ 'ภท.' ไปในทิศทางเดียวกัน สวน 'โรม' ไม่ได้กล่าวหา ปชน. ยัดข้อมูลให้ 'ไอลอว์' แค่พักหลังเป๋ ภาคประชาชนไม่ควรเป็นเครื่องมือฝ่ายการเมือง โยนสังคมดูเอง

