
เติมไฟให้พรรคส้ม! "ปิยบุตร" เสนอรื้อรัฐธรรมนูญแก้หมวดพระมหากษัตริย์ ยกเลิกคณะองคมนตรี อ้างคนจำนวนมากเริ่มตั้งคำถามถึงสถานะความเป็นกลางจนอาจกระทบกระเทือนไปถึงสถาบันกษัตริย์ได้ ยกความเห็น ปรมาจารย์ นักกฎหมาย "หยุด แสงอุทัย" มีประชาธิปไตยต้องไม่มีองคมนตรี ซ้ำซ้อนกับคณะรัฐมนตรี อาจนำไปสู่ความขัดแย้งได้
เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2569 นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กหัวข้อ ข้อเสนอเรื่องการยกเลิกองค์กรคณะองคมนตรี ว่า เมื่อสัปดาห์ก่อน ในประเทศไทยได้มีประเด็นวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับบทบาทของคณะองคมนตรี ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลกับคณะองคมนตรีกันอย่างกว้างขวาง มีการตอบโต้กันผ่านสื่อมวลชนระหว่างนายกรัฐมนตรีและผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร
ปี 2564 ผมได้ยกร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม หมวด 2 พระมหากษัตริย์ พร้อมเขียนคำอธิบายในแต่ละมาตราเอาไว้ และนำไปรวมเล่มเป็นหนังสือ 2 เล่ม ซึ่งเป็นการรวมข้อเขียนของผมทั้งหมดตลอด 2 ทศวรรษในประเด็นเกี่ยวกับการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์
ผมขอคัดเฉพาะข้อเสนอเรื่องการยกเลิกคณะองคมนตรี มาเผยแพร่อีกครั้ง ดังนี้
ยกเลิกคณะองคมนตรี
1.คณะองคมนตรีเป็นองค์กรตกทอดมาจากสมัยระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ หลังอภิวัฒน์สยาม 2475 องค์กรนี้ถูกยกเลิกไป แต่นำกลับมาใหม่อีกครั้งหลังรัฐประหาร 8 พฤศจิกายน 2490 โดยเริ่มแรก ในรัฐธรรมนูญ 2490 ให้ชื่อว่า “คณะอภิรัฐมนตรี” มีได้ 5 คน และเปลี่ยนเป็น “คณะองคมนตรี” ตั้งแต่รัฐธรรมนูญ 2492 และดำรงอยู่ในรัฐธรรมนูญเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งประกอบไปด้วยประธานองคมนตรี 1 คน และองคมนตรีอีกไม่เกิน 18 คน
2.ประเด็นคณะองคมนตรีเคยถูกสมาชิกรัฐสภาอภิปรายโต้แย้งไม่เห็นด้วยกันมากตั้งแต่ครั้งจัดทำรัฐธรรมนูญ 2492 หลังจากนั้นข้อวิจารณ์ต่อการดำรงอยู่ของคณะองคมนตรีก็ค่อยๆ เลือนหายไป จนกระทั่งกลับมาอีกครั้งในช่วงวิกฤตการเมืองปลายปี 2548 และรัฐประหาร 19 กันยายน 2549
จวบจนถึงปัจจุบัน คนจำนวนมากเริ่มตั้งคำถามถึงสถานะความเป็นกลางของคณะองคมนตรีจนอาจกระทบกระเทือนไปถึงสถาบันกษัตริย์ได้ ในที่นี้จะขอยกตัวอย่างโดยสังเขปสัก 3 กรณี ดังนี้
กรณี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ แสดงความเห็นเรื่อง “รัฐบาลเหมือน jockey ไม่ใช่เจ้าของทหาร เจ้าของทหาร คือ ชาติและพระมหากษัตริย์” ในวันที่ 14 กรกฎาคม 2549 ภายหลัง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พูดถึงเรื่อง “ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ” หลังจากนั้น 2 เดือนเศษ เกิดรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 หรือกรณีชื่นชมนายกรัฐมนตรีที่รับตำแหน่งหลังรัฐประหาร เช่น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
กรณี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ออกจากตำแหน่งองคมนตรีเพื่อมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหลังรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 เมื่อพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในปี 2550 ก็กลับไปดำรงตำแหน่งองคมนตรีอีกจนเป็นประธานองคมนตรีในปัจจุบัน
ประชาธิปไตยต้องไม่มีองคมนตรี
กรณีนายนุรักษ์ มาประณีต ผู้เคยเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน พรรคไทยรักษาชาติ และพรรคอนาคตใหม่ และมีความเห็นส่วนตนให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของกรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติและพรรคอนาคตใหม่ตลอดชีวิต เมื่อพ้นจากตำแหน่งประธานตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ก็เข้าดำรงตำแหน่งองคมนตรี
3.หยุด แสงอุทัย ศาสตราจารย์และผู้บรรยายวิชากฎหมายรัฐธรรมนูญ และยังเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ เลขาธิการสภาร่างรัฐธรรมนูญ ผู้มีบทบาทสำคัญในการยกร่างรัฐธรรมนูญ 2492 ซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญที่ได้นำองคมนตรีกลับมา อธิบายไว้ว่า
“รัฐธรรมนูญที่ใช้อยู่ก่อนรัฐธรรมนูญฯ ชั่วคราว (2490) ไม่มีบทบัญญัติเรื่องคณะองคมนตรี แต่ผู้ร่างรัฐธรรมนูญฯ ฉบับชั่วคราว (2490) ประสงค์จะให้มีคณะเผด็จการสำหรับควบคุมคณะรัฐมนตรีอีกชั้นหนึ่ง จึงได้มีบทบัญญัติว่าด้วยคณะอภิรัฐมนตรีขึ้น...”
และ
“ในการร่างรัฐธรรมนูญฯ ฉบับ 2492 สภาร่างรัฐธรรมนูญเห็นว่า ถ้ามีคณะที่ปรึกษาสำหรับพระมหากษัตริย์จะเป็นประโยชน์ จึงได้บัญญัติไว้โดยเปลี่ยนชื่อคณะอภิรัฐมนตรีเป็นคณะองคมนตรี และเพิ่มจำนวนจาก 5 นาย เป็นไม่เกิน 9 นาย และกำหนดให้การเลือกและการแต่งตั้งองคมนตรีและการให้องคมนตรีออกจากตำแหน่งเป็นไปตามพระราชอัธยาศัย...”
อย่างไรก็ตาม หยุด แสงอุทัย ก็ตั้งข้อสังเกตไว้ว่า
"ถ้าจะพิจารณาตามหลักประชาธิปไตยโดยเคร่งครัด การมีคณะองคมนตรีสำหรับเป็นที่ปรึกษาพระมหากษัตริย์ย่อมจะไม่สอดคล้องกับหลักประชาธิปไตยนัก เพราะตามหลักประชาธิปไตย พระมหากษัตริย์ไม่ควรจะทรงมีที่ปรึกษาอย่างอื่นนอกจากคณะรัฐมนตรีซึ่งเข้ามาบริหารประเทศโดยความยินยอมของประชาชน ... แต่คณะองคมนตรีหาได้มาจากประชาชนไม่ โดยไม่ได้รับเลือกตั้งจากราษฎร คณะองคมนตรีจะถวายคำปรึกษาพระมหากษัตริย์ได้อย่างไรว่าราษฎรมีเจตจำนงอย่างไร...”
จะขัดเแย้งกับ ครม.ได้
4.เพื่อป้องกันมิให้การปฏิบัติหน้าที่ การแสดงความเห็น ตลอดจนพฤติกรรมขององคมนตรี ที่อาจทำให้สังคมคลางแคลงใจ วิจารณ์ หรือตั้งคำถามถึงความเป็นกลางทางการเมืองและทางเศรษฐกิจการค้า จนส่งผลเสียกระทบต่อสถาบันกษัตริย์ จึงเสนอให้ยกเลิกคณะองคมนตรี รัฐธรรมนูญไม่ต้องรับรองการมีอยู่ของคณะองคมนตรีทำนองเดียวกันกับรัฐธรรมนูญสามฉบับแรก นอกจากนี้ การยกเลิกคณะองคมนตรียังช่วยประหยัดลดงบประมาณแผ่นดินที่ต้องใช้สำหรับเงินเดือน ค่าตอบแทน รถยนต์ประจำตำแหน่ง สิ่งอำนวยความสะดวก หรือค่าบริหารจัดการจิปาถะ ได้อีกด้วย
5.ในกรณีที่กษัตริย์ต้องการปรึกษาหารือเรื่องการบริหารราชการแผ่นดินหรือพระราชกรณียกิจ ก็ให้คณะรัฐมนตรีรับหน้าที่ดังกล่าว เพราะคณะรัฐมนตรีมีอำนาจหน้าที่ในการบริหารราชการแผ่นดินและบังคับบัญชาสั่งการข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐในกระทรวง ทบวง กรม และหน่วยงานของรัฐต่างๆ ได้ ย่อมทราบดีถึงข้อมูลการบริหารราชการแผ่นดินทั้งปวง เมื่อนายกรัฐมนตรีมาจากความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้ง ย่อมตระหนักรู้ถึงความต้องการของประชาชนและตอบสนองความต้องการของประชาชนได้ตรงเป้า
การกำหนดให้มีคณะองคมนตรีทำหน้าที่ให้คำปรึกษากษัตริย์ ทำให้เกิดความซ้ำซ้อนกับภารกิจของคณะรัฐมนตรี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากคณะองคมนตรีมีความเห็นไม่ตรงกับคณะรัฐมนตรี ก็อาจนำมาซึ่งความขัดแย้งระหว่างกษัตริย์กับคณะรัฐมนตรีได้ ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ คณะรัฐมนตรีย่อมเหมาะสมกับการเป็นที่ปรึกษาของกษัตริย์ในเรื่องการบริหารราชการแผ่นดินและพระราชกรณียกิจ สอดคล้องกับหนึ่งในสิทธิสามประการที่กษัตริย์มีอยู่ตามธรรมเนียมประเพณีตามที่ Walter Bagehot สรุปไว้ใน The English Constitution (1867) นั่นคือ สิทธิในการได้รับคำปรึกษาหารือจากรัฐบาล (The Right to be consulted)
เสรีภาพการแสดงความเห็น
ด้าน ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ประจำภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่า การแสดงความเห็นให้ยกเลิกคณะองคมนตรีของอาจารย์ปิยบุตร ถือเป็นการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และแสดงออกถึงการใช้เสรีภาพทางวิชาการด้วย
แบบนี้ไม่มีปัญหาทางกฎหมาย มาตรา 112 และถือเป็นตัวอย่างสำหรับการใช้เสรีภาพทางความคิด คนที่ไม่เห็นด้วยกับการมีองคมนตรีในแบบที่เป็นอยู่น่าจะแสดงออกในลักษณะนี้ มากกว่าที่จะใช้ถ้อยคำหยาบคาย หมิ่นประมาท และใส่ร้ายต่างๆ
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีที่บนโลกออนไลน์วิจารณ์เรื่องที่ พ.ต.ท.ธีรวัตร์ ปัญญาณ์ธรรมกุล อดีตผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน สามี น.ส.ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน เข้าไปแสดงความเห็นสอบถามเรื่องการผิดจริยธรรรม "ไม่น่าเชื่อว่าคนผิดลูกผิดเมียผู้อื่นยังกล้ามีที่ยืนในสังคม" บนโพสต์เฟซบุ๊กของนายณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล สส.เชียงใหม่ ว่า ในรายละเอียด เป็นเรื่องความสัมพันธ์ส่วนบุคคลด้วย เราไม่ได้ละเลย มีการพูดคุยกันอยู่แล้วข้างหลังบ้าน ส่วนจะมีการนำเรื่องเข้ากรรมการวินัยหรือไม่ อยู่ที่ต้องดูว่าจะมีคนร้องหรือไม่ ถ้ามีคนร้องเข้ามาในคณะกรรมการวินัย ก็ต้องดำเนินการทุกอย่างไปตามกระบวนการ
ผู้สื่อข่าวถามว่า ต้องรอให้มีคนร้องก่อนใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า แล้วแต่เรื่อง ถ้าเป็นเรื่องที่เราเห็นได้ชัดว่ามีตัวแทนของพรรคที่ดำเนินการผิดวินัยอยู่แล้วด้วยสายตา เราจะนำเข้าอยู่แล้ว ไม่ต้องมีคนร้อง บางทีก็ไปสอบได้เอง แต่กรณีดังกล่าวตนยังไม่ทราบข้อเท็จจริงในรายละเอียด เป็นเรื่องความสัมพันธ์ส่วนตัวจริงๆ อาจจะต้องใช้เวลาในการพูดคุยกันก่อน
'ไอซ์' ไม่ใช่ลูกรัก
เขายังให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ฟ้องหมิ่นประมาท น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ว่านายสุชาติเป็นบุคคลสาธารณะ จริงๆ แล้วการทำงานการเมืองสามารถถูกวิพากษ์วิจารณ์ได้เป็นเรื่องปกติ ไม่อยากที่จะเห็นว่ามีการใช้เครื่องมือทางกฎหมายไปฟ้องร้อง เพื่อไม่อยากให้เกิดการตรวจสอบหรือถูกวิพากษ์วิจารณ์
นายณัฐพงษ์กล่าวต่อว่า เรายังมีปัญหาเรื่องข้อมูลข่าวสารที่มีการถูกบิดเบือนในโลกออนไลน์กันอีกเยอะ ตนอยากเห็นคนที่อยู่รัฐบาลเอง พยายามใช้เครื่องไม้เครื่องมือทางกฎหมายยุติกระบวนการในการสร้างข่าวปลอมอย่างเข้มข้น มากกว่าที่จะฟ้องฝ่ายค้าน
เมื่อถามถึงกรณีที่ น.ส.รักชนกวิจารณ์ออกมาตั้งคำถามถึงสำนักงานส่งเสริมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ (THACCA) แล้วเงียบหายไป จนทำให้คนในวงการผลิตซอฟต์พาวเวอร์ออกมาวิจารณ์นั้น นายณัฐพงษ์กล่าวว่า มีตัวแทนของพรรคไปพูดคุยกับคนที่อยู่ในสายสร้างสรรค์ แวดวงบันเทิง ทั้งตัวผู้กำกับภาพยนตร์หรือแวดวงอื่นๆ เราพยายามทำความเข้าใจว่าสิ่งที่ น.ส.รักชนกวิพากษ์วิจารณ์ออกไป อาจจะไม่ได้ตรงกับสิ่งที่เป็นหลักการของพรรคเท่าใดนัก
"ผมยืนยันว่าตัวเราเองก็ได้ดำเนินการเรื่องนี้อย่างดีที่สุดแล้วทางหลังบ้าน ไม่อยากให้ไปมองว่าเป็นประเด็นว่าคุณรักชนกยังไม่ได้ขอโทษหรือว่าอะไร จริงๆ ผมว่าตัวคุณรักชนกเองก็พยายามที่จะปรับปรุงเรื่องของการทำงานตรงนี้อย่างต่อเนื่อง" นายณัฐพงษ์กล่าว
เมื่อถามว่า น.ส.รักชนกมักจะมีประเด็นปัญหาเหล่านี้อยู่บ่อยๆ พรรคก็จะเงียบ มีหลายคนมองว่าเป็นลูกรักของพรรคหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า คงไม่ได้เกี่ยวข้องว่าเป็นลูกรักหรือไม่อย่างไร ทุกคนไม่ใช่เฉพาะ น.ส.รักชนกด้วย สส.ทุกคนก็ทำหน้าที่กันอย่างเต็มที่ ในอดีตเองก็มีหลายกรณีที่เกิดข้อผิดพลาด ที่สังคมแสดงความเป็นห่วงหรือรู้สึกไม่สบายใจในการสื่อสารของตัวแทนของพรรค ตนคิดว่าในภาพรวม เราเองก็พยายามที่จะกำกับดูแลและทำความเข้าใจกับ สส.ให้ดีที่สุด ไปปรับปรุงการสื่อสารของเราให้ดียิ่งขึ้น.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
จากเดนมาร์ก-อังกฤษ-นอร์เวย์ ถึงไทย บทบาท องคมนตรี กับการรับฟัง-แก้ปัญหาประชาชน
จากกรณีเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 มีท่าทีทางการเมืองจาก"พรรคประชาชน"ที่สื่อสารผ่าน เพจเฟซบุ๊กทางการของพรรคประชาชน โพสต์ข้อความเรื่อง
ร้องป.ป.ช.สอบ ‘อ้วน-ปลัดมท.’
อดีตอธิบดีกรมการปกครองยื่น ป.ป.ช.สอบ “ภูมิธรรม-ปลัด มท.” ปมโยกย้ายไม่ชอบด้วยกฎหมาย หลัง ก.พ.ค.ชี้ขัดระบบคุณธรรม เปิดเอกสารสอบ “ปลัดจังหวัดภูเก็ต”
ถวายเครื่องอิสริยาภรณ์เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา พระราชทานพระอนุญาตให้สาธารณรัฐฝรั่งเศสทูลเกล้าฯ ถวายเครื่องอิสริยาภรณ์ Légion d’honneur ชั้น Grand Officier
เคาะ 28 พ.ค.-1มิ.ย. รับสมัครสก.-ผู้ว่าฯ
ปลัด กทม.ลงนามประกาศเปิดรับสมัครผู้ว่าฯ กทม.-สก. วันที่ 28 พ.ค.-1 มิ.ย.นี้ ประชาธิปัตย์คึกคัก "อภิสิทธิ์" นำทัพพร้อมขุนพล หนีบ "อนุชา" ลุยสุขุมวิท จี้ กทม.
ผู้นำฝ่ายค้าน กระทุ้งประธานสภาฯ ให้วางตัวเป็นกลาง อย่าขวางตรวจสอบ พรก.กู้เงิน
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ว่าต้องรอให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาทก่อนจึงจะบรรจุญัตติได้ พร้อมระบุว่าการที่พรรคประชาชนเสนอตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญติดตามการใช้เงิน ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน ฝ่ายบริหารยังไม่ได้ใช้เงินนั้น
ไม่ตกขบวน! 'ปิยบุตร' ปัดฝุ่นข้อเสนอแก้ รธน. หมวด 2 ยกเลิก 'คณะองคมนตรี'
'ปิยบุตร' เสนอยกเลิก คณะองคมนตรี ยกความเห็น ปรมาจารย์ นักกฏหมาย หยุด แสงอุทัย การมีคณะองคมนตรีสำหรับเป็นที่ปรึกษาพระมหากษัตริย์ย่อมจะไม่สอดคล้องกับหลักประชาธิปไตย

