รมต.ผวา!แห่ตีปี๊บ อนุทินติวเข้มกั๊กปรับครม./เย้ยสว.2ปีเอื้อนํ้าเงิน

“นายกฯ” กำชับ “ครม.” เร่งตีปี๊บผลงานให้ ปชช.ทราบ บอกเป็นจุดอ่อนที่ปรับปรุงได้  ยันยังไม่มีเค้าลางปรับ ครม. การันตี “ศุภจี” ไม่มีหายหลังโซเชียลตามหา “รมต.” ดาหน้าขานรับโปรโมตงานเพิ่มขึ้น “วราวุธ” ย้ำทำงานจริงต้องคู่ประชาสัมพันธ์ ไม่ใช่ดีแต่สร้างภาพ “ลูกเทพ” ขอเวลาพิสูจน์ตัว “จุลพันธ์” พอใจผลงาน “รมต.เพื่อไทย” เร่งเติมจุดขาดตกบกพร่อง “พริษฐ์” เหน็บ “หนู” อย่าลืม “รมต.ดีอี-มหาดไทย” มีผลงานโลกลืมไม่ลง ซัด 2 ปี “สว.” ผลงานเอื้อระบอบสีน้ำเงิน “วุฒิสภา” ระบุวิจารณ์ฮั้ว สว.เรื่องนานาจิตตัง “พท.” โหวตรับ พ.ร.บ.นิรโทษฯ ตาม สว.แก้ไข ชี้ตั้ง กมธ.ร่วมฯ เสี่ยงกว่า

ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 7  กรกฎาคม 2569 เวลา 09.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย  เดินทางเข้าทำเนียบฯ เพื่อเตรียมเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยก่อนการประชุมนายกฯ ได้เรียกรัฐมนตรีทั้งในส่วนของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) และพรรคเพื่อไทย (พท.) ขึ้นหารือบนตึกไทยฯ อาทิ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม, นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.การคลัง, นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์, นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน, นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม, น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม, นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา, นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน, นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย, นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย, น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รมช.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ

จากนั้น เวลา 10.00 น. นายอนุทินลงจากตึกไทยคู่ฟ้าพร้อมรัฐมนตรีที่เข้าพบ เดินมายังตึกบัญชาการ 1 เพื่อเข้าประชุม ครม. โดยผู้สื่อข่าวถามว่าการเชิญรัฐมนตรีพรรค ภท.และพรรค พท.เข้าพบ มีการแจ้งเรื่องงานและเรื่องการปรับ ครม.หรือไม่ นายกฯ หัวเราะพร้อมกล่าวว่า “ไปทานโจ๊ก” ขณะที่รัฐมนตรีที่เดินมาด้วยก็หัวเราะตามอย่างอารมณ์ดี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการประชุม ครม.ครั้งนี้ มีรัฐมนตรีลาการประชุม ได้แก่ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ และ รมว.การต่างประเทศ, นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ, นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และนายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ

ต่อมาเวลา 12.30 น. นายอนุทินให้สัมภาษณ์หลังประชุม ครม.ถึงบรรยากาศการทำงานของรัฐมนตรีคึกคักขึ้นหรือไม่ หลังได้กระตุ้นรัฐมนตรีเร่งประชาสัมพันธ์ผลงานว่า มันคึกคักมาตลอดอยู่แล้ว คำว่าคึกคักหรือไม่คึกคักก็สนุกสนาน แต่คึกคักเพราะทุกคนทำงานเต็มที่ และในรัฐบาลตนเปิดโอกาสให้ทุกท่านได้มาพูดให้ ครม.รับฟังว่าช่วงหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมารัฐมนตรีแต่ละท่านทำอะไรไปบ้าง มีส่วนไหนที่ต้องการให้ ครม.รับทราบเพื่อที่จะแสวงหาความร่วมมือและการสนับสนุนซึ่งกันและกัน

ถามว่า ในการประชุม ครม.ได้กำชับอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า กำชับให้ทุกท่านได้สื่อสารการทำงานและผลงานในสิ่งที่ท่านได้ทำให้ประชาชนรับทราบเยอะๆ ทุกกระทรวงสำคัญหมด เมื่อถามว่าที่จะประเมินผลงานหมายถึงพรรค พท.ด้วยหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ใช่ วันนี้พูดคุยกันขอให้ทุกท่านได้ร่วมกันสื่อสารการทำงานกระทรวงของตัวเองให้ประชาชนรับทราบมากที่สุด และให้กรมประชาสัมพันธ์ ทีมโฆษกรัฐบาล ได้เน้นและร่วมประสานกับโฆษกของแต่ละกระทรวงให้เผยแพร่ผลงานออกไปให้มาก

 “งานออกมาเยอะสิ่งที่ดีๆ เป็นผลงาน เป็นประโยชน์กับประเทศ ประชาชน เป็นที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับนานาชาติเยอะไปหมด แต่ทำไมอยู่ในวงเล็ก ก็ต้องขยายออกไปเป็นวงใหญ่ และยิ่งดีหากมีตัวเลขประกอบ ข้อมูลประกอบ จะยิ่งทำให้เป็นดิจิทัลฟุตพรินต์” นายอนุทินกล่าว

นายกฯ ยันยังไม่ปรับ ครม.

เมื่อถามว่า เริ่มเห็นเค้าลางการปรับ ครม.แล้วหรือยัง นายกฯ กล่าวว่า “ยังครับ” เมื่อถามย้ำว่าเวลาที่เหมาะสม 1 ปี 6 เดือน หรือ 4 เดือน นายกฯ กล่าวว่า เราดูที่ผลงานเป็นหลักก่อน เมื่อถามอีกว่าคำว่าผลงานของนายกฯ จะวัดจากอะไรบ้าง เป็นเรื่องที่ปรากฏจากหน้าสื่อใช่หรือไม่  นายกฯ กล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องของหน้าสื่ออย่างเดียว  ประเมินเรื่องนโยบายและการทำงานลงไปถึงประชาชน นั่นคือเป้าหมายหลักของทุกคนได้มากแค่ไหน เมื่อถามว่าเท่ากับยอมรับว่าจุดอ่อนการทำงานของรัฐบาลคือการสื่อสาร นายอนุทินกล่าวว่า เป็นจุดอ่อนที่ยังสามารถปรับปรุงแก้ไขได้

ซักว่าวงหารือรัฐมนตรีเมื่อเช้าได้ระบายความในใจอะไรกันหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่มี ตนว่าเป็นสปิริตการทำงานที่ดี ตอนนี้เราทำงานกันมา 2-3 เดือน ความไว้เนื้อเชื่อใจ ความคุ้นเคยเกิดขึ้น การให้เกียรติซึ่งกันและกัน ตนเชิญนายจุลพันธ์มาเพื่อจะถามเรื่องที่เตรียมเสนอ ครม.พิจารณา แต่ยังทำไม่เสร็จ จะถามว่ามีอะไรเร่งด่วนหรือไม่ นายจุลพันธ์ก็เชิญนายยศชนันและเชิญ น.ส.ธีรรัตน์มาด้วย ก็ดีใจได้เจอกัน เป็นบรรยากาศการทำงานร่วมกันที่ดี

ที่พรรค ภท. เวลา 15.15 น. นายอนุทิน ในฐานะหัวหน้าพรรค ภท. เดินทางเข้าประชุมพรรคประจำสัปดาห์พร้อมกับนางศุภจี โดยผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามนางศุภจี หลังกระแสโซเชียลตามหา รมว.พาณิชย์ ซึ่งนางศุภจีตอบว่า "พี่แต๋มอยู่นี่ ก็อยู่นี่ไงคะ" พร้อมโบกมือทักทายสื่อ  ก่อนที่นายอนุทินจะกล่าวเสริมว่า "ศุภจีไม่หาย" ถามย้ำว่าเป็นเพราะนายกฯ ได้กำชับให้สื่อสารเพิ่มหรือไม่ เนื่องจากเพจเฟซบุ๊กของกระทรวงพาณิชย์มีความเคลื่อนไหว นางศุภจียืนยันว่า “ไม่มีอะไร ทำงานทุกวัน” ก่อนจะขอตัวขึ้นประชุม ทั้งนี้ ขณะกำลังขึ้นลิฟต์นายอนุทินกล่าวย้ำกับผู้สื่อข่าวทิ้งท้ายว่า “ศุภจีไม่มีหาย"

ส่วนนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม  กล่าวถึงกรณีนายกฯ เน้นย้ำเรื่องผลงานและดัชนีชี้วัดความสำเร็จ หรือ KPI ของรัฐบาลว่า เป็นสัญญาณที่ดีในการกระตุ้นการทำงานของ ครม. การเร่งประชาสัมพันธ์และสื่อสารผลงานให้ประชาชนรับทราบเป็นสิ่งสำคัญ การทำงานเพียงอย่างเดียวไม่ประชาสัมพันธ์จะทำให้ประชาชนเสียประโยชน์จากการรับรู้ข้อมูล ในทางกลับกันหากเน้นแต่การประชาสัมพันธ์โดยไม่มีเนื้อหางานรองรับก็เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งตนไม่อยากเป็นนักการเมืองหรือรัฐมนตรีในลักษณะนั้น

นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวขอบคุณผลโพลสำรวจความนิยมทางการเมืองที่แสดงให้เห็นว่านายกฯ และ ครม.เห็นถึงความจริงทำหน้าที่เป็นคันฉ่อง (กระจก) สะท้อนให้เห็นว่าระยะเวลา 3 เดือนที่ผ่านมารัฐบาลเจอความท้าทายหลายเรื่อง

ถามว่า ตัวของนายภราดรเองก็เป็นหนึ่งในลูกเทพ มองการถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการทำงานอย่างไร นายภราดรกล่าวว่า ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน เรื่องนี้คงต้องใช้เวลา ซึ่ง 3 เดือนที่ผ่านมามองว่าทุกคนในรัฐบาลชุดนี้ก็พยายามที่จะทำงานอย่างเต็มที่ แต่ผลที่ออกมาในปลายทางสุดท้ายต้องมาวัดกันอีกครั้งว่าประสบความสําเร็จมากน้อยแค่ไหน

ซักว่าบางส่วนมองเกี่ยวข้องกับการเมืองภายใน นายภราดรปฏิเสธว่า การเมืองภายในพรรคไม่มีแน่นอน ยืนยันในพรรค ภท. นายอนุทินในฐานะหัวหน้าพรรค และนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค เป็นเบอร์หนึ่งกับเบอร์สองของพรรคอยู่แล้ว หรือแม้กระทั่งนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำใหญ่ของพรรค ก็ได้ออกมาให้ข่าวแล้วว่าพรรคมีความเป็นปึกแผ่น ไม่มีรอยร้าวใดๆ

ส่วนนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงการเร่งประชาสัมพันธ์ผลการทำงานอย่าให้เป็นรัฐมนตรีโลกลืมว่า ใครลืมก็ได้ นักข่าวอย่าลืมนะ พร้อมทำสัญลักษณ์มินิฮาร์ต

นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวเช่นกันว่า เรื่องการตั้งหรือปรับ ครม.นั้น ถือเป็นอำนาจและการตัดสินใจของนายกฯ เพียงคนเดียวเท่านั้น ปัจจุบันรัฐบาลมีภารกิจและงานที่ต้องทำเป็นจำนวนมาก ซึ่งสื่อก็คงเห็นการลงพื้นที่ทำงานปรากฏตามหน้าสื่ออยู่ทุกวัน ตนและทีมงานพยายามทำงานอย่างเต็มที่ที่สุด ยืนยันสภาพร่างกายยังคงแข็งแรงดี พร้อมที่จะเดินทางลงพื้นที่ลุยงานทั่วประเทศ ทั้งขึ้นเหนือล่องใต้ในทุกๆ สัปดาห์ เพื่อตอบสนองนโยบายของรัฐบาลและแก้ไขปัญหาให้ประชาชนอย่างเต็มกำลัง

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ในที่ประชุม ครม. นายกฯ กำชับทุกคนต้องทำงาน และอยากให้รัฐมนตรีทุกกระทรวงได้ประชาสัมพันธ์งานอะไรที่มีให้ประชาชนได้รับทราบ ซึ่งเรื่องการท่องเที่ยวไตรมาสหลังสงครามเริ่มดีขึ้น การประมาณการของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาและ ททท. เป็นไปในทิศทางที่ดี เราสามารถสปีดในช่วงไตรมาสหลังจากนี้ได้ เพื่อให้นักท่องเที่ยวในตะวันออกกลางที่เพิ่งจะสงบจากความขัดแย้งมาเที่ยวประเทศไทย

เหน็บ 2 ปีสว.เอื้อระบอบน้ำเงิน

นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย กล่าวถึงกรณี ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดนายสัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ นายก อบจ.สตูล และนายสมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ นายกสมาคมประมง จ.สตูล ซึ่งเป็นลุงและพ่อ ในกรณีไม่บอกเลิกจ้างโครงการก่อสร้างศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อ.ควนโดน จ.สตูล เมื่อปี 2559 ทั้งที่ผู้รับจ้างส่งมอบงานล่าช้าว่า ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ในกระบวนการที่ทุกคนต้องเข้าไปสู่กระบวนการเพื่อพิสูจน์ตัวเอง และไม่กระทบตนเอง เป็นคนละเรื่อง ส่วนตัวรู้อยู่แล้วว่าทำเต็มที่หรือไม่ ถ้ายังไม่เต็มที่ก็ต้องเร่ง

ด้านนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และ รมว.กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในฐานะที่ปรึกษาพรรค พท. กล่าวว่า เรื่องการปรับ ครม.ในส่วนของพรรค พท.ยังไม่มีสัญญาณใดจากทางฝั่ง ภท.

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรค พท. กล่าวว่า  การพูดคุยกันเมื่อช่วงเช้าไม่ได้มีการพูดคุยถึงกรณีดังกล่าว แต่เป็นการพูดคุยถึงการทำงานในภาพรวม ส่วนการทำงานของรัฐมนตรีพรรค พท.ทุกคนรู้ว่าพวกเราพยายามขับเคลื่อนการทำงานอย่างเต็มที่ ขณะนี้สิ่งสำคัญคือการสื่อสารกับประชาชน ซึ่งนายกฯ ได้เน้นย้ำในที่ประชุม ครม.ว่าอะไรที่ทำแล้วเป็นประโยชน์ต่อประชาชน หรืออะไรที่ขับเคลื่อนออกไปแล้วประชาชนได้ประโยชน์ ต้องสื่อสารให้ชัดเจน ซึ่งพวกตนจะพยายามทำให้ดีขึ้นในการสื่อสารหากมีอะไรขาดตกบกพร่อง

 “การทำงานของรัฐมนตรีพรรค พท.ช่วง 3 เดือน เป็นไปตามเป้าหมาย และจะมีการรวบรวมผลงานเพื่อสื่อสารต่อสังคมว่าได้ทำอะไรไปแล้วบ้าง และจะวาดภาพให้สังคมเห็นในวิสัยทัศน์และทิศทางของหน่วยงานในการกำกับดูแล”  นายจุลพันธ์กล่าว

 ขณะที่ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (ปธ.วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงกรณีวุฒิสภาเตรียมจะจัดแถลงผลงานการดำเนินงานวุฒิสภาครบ 2 ปีว่า ต้องถามว่าผลงาน 2 ปีของ สว. ถามในมุมมองของใคร หากถามในมุมของประชาชน หลายคนคงตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดล่วงเลยมาถึง 2 ปีประเด็นเกี่ยวข้องกับการฮั้ว สว.ทำไมยังไม่คืบหน้าเท่าที่ควร

"หากพูดถึงผลงานที่ไม่ใช่ในสายตาประชาชน แต่ในสายตาระบอบสีน้ำเงิน ผมคิดว่าผลงานอันเป็นที่ประจักษ์ของ สว.ต่อระบอบสีน้ำเงิน คงไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อประชาชน นั่นคือการเดินหน้าตั้งคนที่ไปอยู่ในองค์กรอิสระ ตอนนี้เข้าใจว่า สว.ชุดปัจจุบัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็น สว.ที่อยู่ในสำนวนคดีฮั้ว สว. ที่อย่างน้อยได้ตั้งคน กกต.ต่อไปแล้วอย่างน้อย 4-7 คน ป.ป.ช.อย่างน้อย 4-9 คน และดูว่าเหมือนจะเดินหน้าตั้งต่อไป ถึงแม้ว่าจะเกี่ยวข้องกับคดีฮั้ว สว.อยู่ ถือว่าเป็นสิ่งที่เรามีความกังวลใจ โดยเฉพาะก่อนหน้านี้ สว.เดินหน้าตั้ง กกต.ที่เป็นองค์กรที่ต้องมาตรวจสอบ สว.เอง ซึ่งก็เป็นข้อกังวลและการหาผลประโยชน์ทับซ้อนอยู่" นายพริษฐ์กล่าว

ถามว่า อยากฝากถึงอนาคตของ สว.หรือไม่ว่าอยากให้ทำหน้าที่เป็นเช่นไร นายพริษฐ์กล่าวว่า ตอนนี้เราต้องมองไปที่เรื่องของการดำเนินการตรวจสอบ ในฝั่งของ กกต.และ DSI มากกว่า ว่าจะได้ตรวจสอบเรื่องฮั้ว สว.อย่างรวดเร็วและตรงไปตรงมาหรือไม่

เมื่อถามถึงกรณีนายกฯ ระบุอาจมีบางคนที่เป็นรัฐมนตรีโลกลืม นายพริษฐ์กล่าวว่า ตนเห็นด้วยว่ามีรัฐมนตรีที่อาจเข้าข่ายรัฐมนตรีโลกลืมจริงๆ ที่อาจไม่ได้เห็นผลงานเป็นที่ประจักษ์ แต่ในอีกมุม นอกจากรัฐมนตรีโลกลืมแล้ว ตนอยากจะบอกนายกฯ อย่าลืมรัฐมนตรีบางคนที่ผลงานโลกลืมไม่ลงจริงๆ เช่น รมว.ดีอี ที่มีผลงาน TH-AI Passport เต็มไปด้วยข้อพิรุธ หรือ รมว.มหาดไทย ที่ถูกตั้งคำถามและกำลังตรวจสอบเรื่องการทุจริตท้องถิ่นอย่างรวดเร็วเพียงพอหรือไม่

ปธ.วิปฝ่ายค้านกล่าวถึงการประชุมสภาในสัปดาห์นี้ว่า ในส่วนของกระทู้สดสัปดาห์นี้นั้น ทั้ง 3 กระทู้อาจจะเป็นของพรรคฝ่ายค้าน หลังจากที่กระทู้ที่ตนจะถามเองเกี่ยวกับเรื่องคดีฮั้ว สว.เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว รมว.ยุติธรรมไม่ได้มาตอบ ดังนั้นสัปดาห์นี้จึงทำให้ทั้ง 3 กระทู้เป็นของพรรคฝ่ายค้าน

พท.รับพรก.นิรโทษฯตามสว.แก้

ที่รัฐสภา นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา และ พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 ร่วมกันแถลงผลงาน 2 ปีวุฒิสภา ภารกิจเพื่อประชาชน รวมถึงผลการดำเนินงานภายใต้ความรับผิดชอบ โดยนายมงคลกล่าวว่า ภาพรวมการดำเนินงานด้านนิติบัญญัติที่วุฒิสภาได้ดำเนินการตลอดระยะเวลา 2 ปี เช่น การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ที่ผ่านสภาผู้แทนราษฎรจำนวน 47 ฉบับ ประกาศใช้เป็นกฎหมายแล้ว 32 ฉบับ การอนุมัติพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) จำนวน 3 ฉบับ การพิจารณาญัตติ จำนวน 54 ญัตติ โดยเฉพาะประเด็นที่อยู่ในความสนใจของสังคมและเกี่ยวข้องกับอนาคตของประเทศโดยตรง ที่เป็นการตั้งกระทู้ 443 กระทู้ ขณะที่การให้ความเห็นชอบบุคคลดำรงตำแหน่งองค์กรต่างๆ ตามรัฐธรรมนูญ ยืนยันได้พิจารณาอย่างรอบคอบ โปร่งใส และยึดหลักคุณธรรมจริยธรรมเป็นสำคัญ

 “วุฒิสภาอยู่มาครบ 2 ปี ด้วยความสามัคคี แม้จะมีความคิดเห็นที่แตกต่าง ซึ่งสามารถเห็นต่างและถกเถียงกันได้ ซึ่งความเห็นที่แตกต่างเปรียบเป็นดอกไม้หลากสี แต่เมื่อหลอมรวมก็จะเป็นประโยชน์กับประชาชน เชื่อว่าทุกคนจะอยู่ร่วมกันได้ด้วยความรักสามัคคี” นายมงคลกล่าว

ถามว่า ถูกมองเรื่องคดีฮั้ว สว. เสียกำลังใจหรือไม่ ปธ.วุฒิสภากล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเอกสิทธิ์ของแต่ละคน ซึ่งแต่ละคนไม่ก้าวก่ายหน้าที่กันและกัน หน้าที่ใครก็ทำไป เป็นอิสระต่อกัน ผลจะออกมาเป็นอย่างไรก็แล้วแต่

พล.อ.เกรียงไกรเสริมว่า เรื่องคดีฮั้ว สว.เป็นเรื่องนานาจิตตัง โลกใบนี้เรื่องติฉินนินทาห้ามไม่ได้ พร้อมรับฟังความคิดเห็นเสียงสะท้อนทั้งด้านบวกและลบ เราเคารพมติเสียงส่วนใหญ่ ก็ต้องไม่เพิกเฉยเสียงข้างน้อยที่ให้ข้อติติงหรือข้อสังเกต

วันเดียวกัน นายจุลพันธ์ ในฐานะหัวหน้า พท. กล่าวถึงจุดยืนของพรรคต่อร่าง พ.ร.บ.เสริมสร้างสังคมสันติสุข พ.ศ.…. ว่า เราคงจะเห็นชอบกับการแก้ไขของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) เพื่อให้ตัวกฎหมายนี้สามารถออกใบประกาศใช้และมีผลบังคับใช้เพื่อที่จะเป็นประโยชน์กับคนที่จะได้รับการนิรโทษกรรม ผ่านทาง พ.ร.บ.เสริมสร้างสังคมสันติสุข พ.ศ..… โดยเร็ว นอกจากนี้สิ่งที่ สว.แก้ไข จากการสอบถามจากนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมาธิการในการทำกฎหมายนี้เมื่อสมัยที่แล้ว ได้บอกว่าประเด็นที่ สว.แก้มาไม่ได้กระทบกับสิทธิของใครเลย เพราะสิทธิอย่างเช่นเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ก็มีสิทธิตามกฎหมายในการดำเนินการได้อยู่แล้ว ไม่มีการปรับแก้ที่จะทำให้ไปลิดรอนสิทธิใดๆ เพราะฉะนั้นเรื่องการแก้ไขของ สว. เราคงจะรับเพื่อให้ออกมาเป็นกฎหมายโดยเร็ว

ถามว่า ไม่จำเป็นต้องตั้งคณะกรรมาธิการร่วมสองสภาใช่หรือไม่ นายจุลพันธ์กล่าวว่า การตั้งกรรมาธิการร่วมฯ กลับจะทำให้เกิดความเสี่ยงด้วยซ้ำ เพราะเราไม่รู้ผลว่ากรรมาธิการร่วมฯ จะพิจารณาอย่างไร

นางมนพร เจริญศรี สส.นครพนม รองหัวหน้าพรรค พท. ในฐานะคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล กล่าวว่า แม้ สว.ได้เพิ่มข้อความว่าห้ามนำมาบังคับใช้กับการกระทำความผิดมาตรา 112 ซึ่งพรรค พท.ไม่ติดใจ เพราะถือว่ามีกลไกของศาลเยาวชนและครอบครัว และกฎหมายที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ดูแลคนกลุ่มนี้ได้อยู่แล้ว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สูตรความสำเร็จ‘โมร็อกโก’ พัฒนาฟุตบอลแบบยั่งยืน

ความสำเร็จของฟุตบอลโมร็อกโกไม่ใช่เรื่องพรสวรรค์ของนักเตะเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจากแผนยุทธศาสตร์ระดับชาติที่วางต่อเนื่องนานกว่า 15-20 ปี

ปลดล็อกกุ้ง-คืบหน้าดับไฟใต้ ความหวังก่อน ‘อนุทิน’ ไปมาเลเซีย

"อนุทิน ชาญวีรกูล" นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เตรียมเดินทางเยือนมาเลเซียอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 9-10 กรกฎาคมนี้