16คนชิงผู้ว่าฯกทม. สมัครวันแรกคึกสก.241/พัทยา3ทีมสู้กันเดือด

เมืองกรุงคึกคัก! สมัครชิงเก้าอี้ "ผู้ว่าฯ กทม." วันแรก 16 ราย "สก." ยอดทะลุ 241  คน "คลองสามวา" ยอดฮิต "ชัชชาติ" เฮจับได้เบอร์ 9 "ดร.โจ" หมายเลข 10 "อนุชา" คว้าเลข 5 "มัลลิกา" 14 ต่างเดินหน้าลุยหาเสียงทันที "ปชน."  ชูนโยบายเมืองแคร์คน "ปชป." โชว์สุจริตโปร่งใส  "แชมป์เก่า" ผุด 251 โปรเจกต์ ต่อยอดสมัยแรก ยึด 4 แนวหลัก คนอยู่ดี เมืองน่าอยู่ สู่โอกาสทางเศรษฐกิจ ระบบมีประสิทธิภาพ "กกต." ตั้งเป้าคนใช้สิทธิ์ทะลุ 60.7% สนาม "นายกพัทยา" ไม่แพ้กัน 3 ทีมการเมืองลงสู้เดือด "ปธ.กกต." ย้ำบัตรเลือกตั้งทุกใบไม่มีบาร์โค้ด

 เมื่อวันที่ 28 พ.ค.2569 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดรับสมัครเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) รวมถึงการเลือกตั้งนายกเมืองพัทยา และสมาชิกสภาเมืองพัทยา (สม.) เป็นวันแรก โดยมีกำหนดการเปิดรับสมัครอย่างเป็นทางการระหว่างเวลา 08.30-16.30 น. ตั้งแต่วันที่ 28 พ.ค.-1 มิ.ย.2569 รวม 5 วัน และจะมีการจัดเลือกตั้งในวันที่ 28 มิ.ย.2569

โดยที่ห้องบางกอก ชั้น B2 อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (ดินแดง) คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร (กกต.ทถ.กทม.) เริ่มรับสมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.และ สก. เปิดให้ผู้สมัครลงทะเบียนแสดงตนตั้งแต่เวลา 05.00 น.เป็นต้นไป

ทั้งนี้ ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ต่างเดินทางมาที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ตั้งแต่เช้าตรู่ โดยนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้ว่าฯ กทม. ปั่นจักรยาน Bike Sharing มาถึงในเวลา 05.50 น. พร้อมให้สัมภาษณ์ว่า เราจะเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้กับคนกรุงเทพฯ นี่คืองานยาก ต้องมีนโยบายที่ดี ตอบโจทย์ได้จริงๆ โดยเน้น 4 ด้าน ได้แก่ คน ความสุข คุณภาพชีวิต และเมือง ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งหากได้รับเลือกอีกสมัครก็อยากเป็นผู้ว่าฯ ติดดินแบบเดิมรับใช้ประชาชน

ส่วนนายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร หรือ ดร.โจ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาชน (ปชน.) นำทีมผู้สมัคร สก.นั่งรถเมล์ไฟฟ้า EV เพื่อเดินทางมาถึงเพื่อลงสมัครรับเลือกตั้งเวลา 07.00 น. พร้อมให้สัมภาษณ์ว่า เราขอโอกาสในการนำเสนอวาระที่จะพัฒนาอนาคตกรุงเทพมหานครและอีก 50 เขตในอีก 4 ปีข้างหน้า ซึ่งอยากขอให้ประชาชนเลือกพรรค ปชน.ยกทีม

เวลา 07.30 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พร้อมนายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรค ปชป. และผู้สมัคร สก. 50 เขต รวมทั้งคณะผู้บริหารของพรรคเดินทางมาถึง และเข้าสักการะพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ ก่อนเข้าอาคารไอราวัตพัฒนา

นายอนุชายืนยันความพร้อมในการเสนอนโยบายให้คนกรุงเทพฯ ได้มีความหวัง และให้กรุงเทพฯ เป็นได้มากกว่านี้ โดยเฉพาะเรื่องการทำการเมืองแบบสุจริต ซึ่งเราได้เสนอนโยบายจากการที่ได้ลงไปพูดคุยกับพี่น้องประชาชน รวมถึงผู้สมัคร สก. 50 เขต ก็ได้ลงไปฟังปัญหาจนได้ 5 นโยบาย ได้แก่ 1.การพัฒนาระบบคมนาคมเพื่อให้ประชาชนเดินทางได้สะดวก 2.การรักษาความสะอาดของเมืองอย่างเป็นระบบ 3.การส่งเสริมคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่สุขสบายของชาวกรุงเทพฯ 4.การกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นเพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่ประชาชน และ 5.การบริหารราชการกรุงเทพมหานครด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน และถ้ามีโอกาสได้รับเลือกเข้าไปทั้ง สก.และผู้ว่าฯ การทำงานจะต้องตรวจสอบได้ทั้งหมด

วันแรกสมัครผู้ว่าฯ กทม.16 ราย

กระทั่งเวลา 08.30 น. นายณรงค์ เรืองศรี ปลัดกรุงเทพมหานคร ในฐานะผู้อำนวยการ กกต.ทถ.กทม. ได้เริ่มดำเนินการรับสมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.และ สก. โดยชี้แจงว่า มีผู้สมัครรวม 15 คน โดยมาก่อนเวลา 08.30 น. จำนวน 13 คน และเอกสารไม่ครบ 1 คน จึงมีผู้สมัครที่จะเข้ารับการจับสลากเนื่องจากมาก่อนเวลารวม 13 คน โดยขั้นตอนการรับสมัครและการจับสลากจะมีการจับสลาก 2 ครั้ง ครั้งที่ 1 ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานครจะจับสลากรายชื่อว่าที่ผู้สมัครเพื่อให้ได้ลำดับว่าที่ผู้สมัครที่ต้องการยื่นใบสมัคร ส่วนครั้งที่ 2 จะให้ผู้สมัครตามลำดับที่จับไปครั้งแรก จับหมายเลขประจำตัวเพื่อยื่นสมัคร ซึ่งในขั้นนี้ใครจับได้หมายเลขอะไร จะถือเป็นหมายเลขที่ใช้ในการหาเสียง ซึ่งการจับสลากในลักษณะนี้ก็จะใช้กับการจับสลากหมายเลขของผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานครทั้ง 50 เขตด้วย

สำหรับผลการจับสลากผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.  ปรากฏว่า ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี ผู้สมัครอิสระ ได้หมายเลข 1, นายสมัย ละเลิศ ผู้สมัครอิสระ ได้หมายเลข 2, นายพงษ์ศักดิ์ พัวพรพงษ์ ผู้สมัครอิสระ ได้หมายเลข 3, นายประทีป วัลลภเกษม ผู้สมัครอิสระ ได้หมายเลข 4, นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครพรรค ปชป. ได้หมายเลข 5, นายพิศาล กิตติเยาวมาลย์ ผู้สมัครอิสระ ได้หมายเลข 6, นายภาสพงศ์ ไชยวิริญะวาณิชย์ ผู้สมัครกลุ่มกรุงเทพบินได้ ได้หมายเลข 7 

นายวีรพจน์ ลือประสิทธิ์กุล ผู้สมัครอิสระ ได้หมายเลข 8, นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครอิสระ ได้หมายเลข 9, นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครพรรค ปชน. ได้หมายเลข 10, นายประยูร ครองยศ ผู้สมัครอิสระ ได้หมายเลข 11,   พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้สมัครพรรคเศรษฐกิจ ได้หมายเลข 12, นายคมสัน พันธุ์วิชาติกุล ผู้สมัครอิสระ ได้หมายเลข 13 ส่วนนางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครอิสระ ได้หมายเลข 14 โดยไม่ต้องจับสลากเนื่องจากมาหลังเวลา 08.30 น.

ทั้งนี้ หลังจากว่าที่ผู้สมัครจับสลากได้หมายเลขแล้วทั้งหมดได้ยื่นใบสมัคร หลักฐานการรับสมัคร พร้อมชำระค่าสมัครจำนวน 50,000 บาท เมื่อสมัครแล้วเสร็จก็ได้เดินทางออกไปพบกับผู้สนับสนุนและเดินสายหาเสียงเลือกตั้งทันที

ช่วงเย็น หลังปิดสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.และ สก. เวลา 16.30 น. กรุงเทพมหานครสรุปยอดผู้สมัครในวันแรก มีผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. จำนวน 16 คน โดยมีหมายเลข 15 นายโอฬาร ตั้งตราตระกูล สังกัดอิสระ และหมายเลข 16 น.ส.ศรีรัฏน์ ช่างเพ็ชร สังกัดอิสระ มาเพิ่มเติม

ส่วนผู้สมัครรับเลือกตั้ง สก.มีจำนวน 241 คน ใน 50 เขต โดย 5 อันดับเขตที่มีผู้สมัครมากที่สุด ประกอบด้วย คลองสามวา จำนวน 10 คน, คันนายาว จำนวน 9 คน, พญาไท จำนวน 7 คน,  ภาษีเจริญ จำนวน 7 คน, ยานนาวา จำนวน 7 คน ทั้งนี้ การรับสมัครจะไปจนถึงวันที่ 1 มิ.ย.2569

กกต.หวังคนกรุงใช้สิทธิ์ 60.7%

นายณรงค์ให้สัมภาษณ์ภาพรวมหลังการจับสลากเบอร์ผู้สมัครว่า บรรยากาศในช่วงเช้าเป็นไปอย่างคึกคักและเป็นระเบียบเรียบร้อย ตั้งแต่เวลา 05.00 น. กรุงเทพมหานครได้จัดเตรียมสถานที่รับสมัคร โดยได้รับการสนับสนุนจากหลายหน่วยงานที่ร่วมประสานงานกัน อาทิ กองบัญชาการตำรวจนครบาล สถานีตำรวจในท้องที่ รวมถึงหน่วยงานภายในของกรุงเทพมหานคร เช่น สำนักเทศกิจ และสำนักงานเขตต่างๆ รวมบุคลากรประมาณ 1,500 คน จากทั้ง 50 เขต เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการจราจรและการลงทะเบียน

"ขอบคุณผู้สมัครทุกท่านและทีมงานให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ทั้งในเรื่องของขบวนรถแห่และการใช้พื้นที่ต่างๆ ทำให้สถานการณ์โดยรวมจนถึงขณะนี้ยังคงปกติและเป็นระเบียบเรียบร้อย" นายณรงค์กล่าว

ผอ.กกต.ทถ.กทม.กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมการเลือกตั้งในช่วงฤดูฝนว่า ได้เตรียมแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ ณ หน่วยเลือกตั้งที่มีอยู่ทั้งหมด 6,629 แห่ง โดยมีหน่วยเลือกตั้งที่อยู่นอกอาคารประมาณ 4,270 แห่ง และส่วนที่เหลืออยู่ในอาคาร ซึ่งทางเขตพื้นที่อยู่ระหว่างการปรับปรุงเพิ่มเติมในจุดต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวก ความพร้อม ความปลอดภัย และความสะดวกสบายให้กับประชาชนที่จะมาใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้งในครั้งนี้

"การเลือกตั้งในครั้งนี้ทาง กกต.ทถ.กทม.ตั้งเป้าผู้มาใช้สิทธิให้สูงกว่าร้อยละ 60.7 ซึ่งอยากให้ทำให้ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ โดยคาดหวังให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการเลือกตั้งครั้งนี้ เพื่อที่จะได้ผู้บริหารที่มีความสามารถมามาพัฒนาและแก้ไขปัญหาต่างๆ ใน กทม. ตามความต้องการของประชาชน" ผอ.กกต.ทถ.กทม.กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.และ สก.ได้หมายเลขผู้สมัครแล้ว ต่างก็ลงพื้นที่หาเสียงทันที โดยพรรค ปชน. นายชัยวัฒน์นำทีมผู้สมัคร สก.ขึ้นรถแห่หาเสียงตั้งแต่บริเวณถนนดินแดง ผ่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ราชเทวี ยมราช สนามหลวง และสิ้นสุดที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า โดยมีนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรค ปชน., นายวรภพ วิริยะโรจน์, นางเพียงพนอ บุญกล่ำ, นายเดชรัต สุขกำเนิด, นายอมร พิมานมาศ, นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม และ นพ.ไพโรจน์ บุญศิริคำชัย ทีมบริหารพรรคร่วมขบวนช่วยหาเสียง

ช่วงหนึ่งนายชัยวัฒน์ได้กล่าวทักทายและแนะนำตัวกับประชาชนว่า วันนี้มาแนะนำตัวและแนะนำเบอร์กับพ่อแม่พี่น้อง ขอฝากเบอร์ 10 เอาไว้ด้วย และขอให้กาพรรคประชาชน 2 ใบ ทั้งผู้ว่าฯ และ สก.ทั้ง 50 คน 50 เขต

ส่วนนายวิโรจน์กล่าวช่วงหนึ่งว่า เจอปัญหาใหญ่คนต่อไปต้องไม่เจอซ้ำ ได้เวลาเคลียร์ปัญหา แก้ปัญหาที่โครงสร้าง เข้มงวดกับงบประมาณและใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า ไม่ปล่อยให้โกงกินถึงเวลากรุงเทพฯ ไม่มีเงินทอน เลือกกรุงเทพฯ ง่ายๆ และส่งงานยากมาให้พวกเรา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงหนึ่งขบวนรถแห่ของพรรค ปชน.ได้ผ่านบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ได้เจอกับคาราวานหาเสียงของนางมัลลิกายืนหาเสียงอยู่บริเวณเกาะกลางอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิพอดี

จากนั้นนายชัยวัฒน์แถลงเปิดตัววาระเขต 50 เขต ของทีม สก. พร้อมลงรายละเอียด Action Plan ระดับเขต สร้างเมืองแคร์ กรุงเทพฯ ถึงจะง่ายขึ้น ตอนหนึ่งระบุว่า พรรค ปชน.เปิดเว็บไซต์ Bangkok Made Easy Map ซึ่งเว็บไซต์แผนที่กรุงเทพฯ ง่ายๆ ที่เปิดให้ประชาชนทุกเขตของกรุงเทพฯ เข้าไปสะท้อนปัญหาที่คนในเขตต้องเผชิญ และออกแบบเขตที่น่าอยู่ขึ้นร่วมกับ สก. โดยเว็บไซต์นี้จะเปิดให้ประชาชนเข้าไปแสดงความเห็นอย่างต่อเนื่อง

ด้านนางมัลลิกา นำคณะหาเสียงเอาฤกษ์ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ โดยพบปะกับประชาชนและเจ้าหน้าที่ลูกจ้างกรุงเทพมหานครบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิอย่างคึกคัก ท่ามกลางอากาศร้อนระอุในวันนี้

นางมัลลิกากล่าวว่า มีแผนยุทธศาสตร์ 14 ด้าน ที่จะใช้ในการหาเสียงภายใน 30 วันนี้ อย่างไรก็ตามพื้นที่หาเสียงจากกำหนดตาม 14 ยุทธศาสตร์ ซึ่งเป็นนโยบายและกำหนดการจะออกทุก 16.00 น.ของทุกวัน นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ Live ด้วยตัวเองบน TikTok และเฟซบุ๊กที่ใช้อยู่เป็นประจำทุกค่ำคืน

"เราจะเปลี่ยนกรุงเทพฯ ด้วยเทคโนโลยีเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของทุกคนด้วยสโลแกนมนุษย์ผู้ทันกาลเวลา Human Innovation ผู้นำที่จะมาพร้อมกับ AI นวัตกรรมแก้ปัญหา และทำให้ทุกคนรู้ว่าผู้ว่าสามารถสร้างเมืองที่คนอยากอยู่และพร้อมแข่งขันในระดับโลก" นางมัลลิการะบุ

ส่วนนายชัชชาติก็ลงพื้นที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ นำเสนอโครงการ “สกายวอล์ก ราชวิถี” เพื่อตอกย้ำยุทธศาสตร์ “เมืองเดินได้” และเป็นการส่งเสริมพื้นที่สาธารณะที่ประชาชนเข้าถึงได้และใช้งานได้จริง และเดินทางต่อไปยังชุมชนคลองเตยโดยรถตุ๊กๆ ไฟฟ้า (MuvMi) เพื่อพบปะประชาชนชาวคลองเตยบริเวณมูลนิธิดวงประทีป

ที่สเตเดียม วัน ถนนบรรทัดทอง เวลา 16.33 น. นายชัชชาติแถลง 250+ นโยบายครั้งแรก มีประชาชนมาร่วมรับฟังอย่างหนาแน่น รวมทั้งมี รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และ รศ.ดร.ปรีชญา สิทธิพันธุ์ อดีตอาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พี่ชายและพี่สาวมาร่วมรับฟังและให้กำลังใจนายชัชชาติ โดยช่วงเริ่มต้นนายชัชชาติได้เข้าชนหมัดกับประชาชน รวมถึงโอบกอดกับ รศ.นพ.ฉันชายและ รศ.ดร.ปรีชญา

นายชัชชาติกล่าวว่า การชนะเลือกตั้งไม่ใช่เรื่องยากที่สุด แต่สิ่งที่ยากกว่าคือ เมื่อชนะแล้วจะทำอะไรต่อ โดยจะต้องเป็นเมืองที่สร้างโอกาสและความหวังให้กับทุกคน แนวนโยบายหลักแบ่งออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่ “คนอยู่ดี”, “เมืองน่าอยู่สู่โอกาสทางเศรษฐกิจ” และ “ระบบมีประสิทธิภาพ” หากเศรษฐกิจเมืองไม่ดี เมืองก็จะขาดพลังในการขับเคลื่อน และนำไปสู่ปัญหาความไม่มีประสิทธิภาพและการทุจริตคอร์รัปชัน

"หลังผ่านประสบการณ์บริหารกรุงเทพมหานครมา 4 ปี ทำให้เข้าใจทุกขั้นตอน ทุกระบบ และมีทีมบริหารที่พร้อมมากขึ้น จึงนำไปสู่การจัดทำ 250+ นโยบาย เพื่อใช้ขับเคลื่อนกรุงเทพมหานครในระยะต่อไป ตัวอย่างโครงการสำคัญที่จะผลักดันในอนาคต เช่น โครงการสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งใหม่ เพื่อเป็นแลนด์มาร์กของกรุงเทพมหานคร รวมถึงศูนย์คนเมืองฝั่งธนบุรี ซึ่งจะประกอบด้วยหอศิลป์ พิพิธภัณฑ์เด็ก และพื้นที่สาธารณะสำหรับประชาชน" นายชัชชาติระบุ

ชิง 'นายกเมืองพัทยา' เดือด

ที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี นายเกียรติศักดิ์ ศรีวงษ์ชัย ปลัดเมืองพัทยา เป็นประธานในพิธีเปิดรับสมัครรับเลือกตั้งเมืองพัทยาวันแรก ในการรับสมัครรับเลือกตั้งนายกเมืองพัทยาและสมาชิกสภาเมืองพัทยา บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มี 3 ทีมการเมืองมาก่อนเวลา 08.30 น. ประกอบด้วย กลุ่มเรารักพัทยา พรรคประชาชน และกลุ่มพัทยา 2030 ทั้งผู้สมัครนายกเมืองพัทยาและสมาชิกสภาเมืองพัทยาครบทีมทั้ง 4 เขต

สำหรับผลการจับหมายเลขผู้สมัครนายกเมืองพัทยา ปรากฏว่า นายอิทธิวัฒน์ วัฒนศาสตร์สาธร จากพรรค ปชน. ได้หมายเลข 1, นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ จากกลุ่มเรารักพัทยา ได้หมายเลข 2 และนายศักดิ์ชัย แตงฮ่อ จากกลุ่มพัทยา 2030 ได้หมายเลข 3 นอกจากนี้ หลังเวลา 08.30 น. นายสุไอนี เจริญสุข ในนามผู้สมัครอิสระ ได้เดินทางมาสมัครรับเลือกตั้ง ได้หมายเลข 4

มีรายงานว่าในส่วนของผู้สมัครสมาชิกสภาเมืองพัทยา นอกจาก 3 กลุ่มการเมืองดังกล่าว ยังมีผู้สมัครในนามอิสระอีกจำนวนหลายคนลงสมัครรับเลือกตั้งเมืองพัทยาในเขตเลือกตั้งต่างๆ กกต.จึงให้ตกลงกันในเรื่องจับหมายเลขเลือกตั้ง หากตกลงไม่ได้ก็ให้มีการจับสลากลำดับเพื่อจับหมายเลขในการเลือกตั้งตามขั้นตอนของ กกต.

ขณะที่ นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. กล่าวถึงความพร้อมในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.และนายกเมืองพัทยาว่า มีความพร้อมเต็มที่ และได้สั่งให้เจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในการมาใช้สิทธิให้มากที่สุด ในส่วนของบัตรเลือกตั้งและมาตรการป้องกันการทุจริตบัตรเลือกตั้งนั้น ทาง กกต.ได้อนุมัติให้โรงพิมพ์ดำเนินการแล้ว

"ยืนยันว่าจะไม่มี QR code หรือ Barcode บนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างจากบัตรเลือกตั้งใหญ่ นอกจากนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่น ทั้งกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา ได้กำหนดให้มีการประทับตราบัตรเลือกตั้งทุกใบ ซึ่งเป็นมาตรการสำคัญในการป้องกันและดูแลการทุจริต" ประธาน กกต.กล่าว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง