ดุสิตโพลเผยดัชนีการเมืองเดือน ส.ค.ต่ำเตี้ยเหลือแค่ 3.63 คะแนน 25 ตัวชี้วัดลดทุกด้าน ยกเว้นผลงานฝ่ายค้าน “ไทยช่วยไทยพลัส” ยังครองใจผลงาน รบ. “เอกนิติ” แย้มจะรับไปดูเฟส 3 หลังผลตอบรับดี
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม 2569 สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่องดัชนีการเมืองไทย ประจำเดือนสิงหาคม 2569 จากกลุ่มตัวอย่าง 2,107 คน โดยมีตัวชี้วัด 25 ประเด็นที่บ่งบอกถึงความเชื่อมั่นต่อการเมืองไทยในด้านต่างๆ ซึ่งแต่ละตัวชี้วัดจะมีคะแนนเต็ม 10 คะแนน โดยดัชนีการเมืองไทยเดือน ส.ค. ภาพรวมคะแนนเต็ม 10 ได้ 3.63 คะแนน ต่ำกว่าเดือน ก.ค. ที่ได้ 3.71 คะแนน โดยดัชนีชี้วัด 25 ตัวนั้นมีเพียง 2 ตัวที่เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน คือผลงานของฝ่ายค้านและการมีส่วนร่วมของประชาชน ส่วนที่เหลือลดลงทั้งหมด
สำหรับนักการเมืองฝ่ายรัฐบาลที่มีบทบาทโดดเด่นที่สุด พบว่า 31.94% นายอนุทิน ชาญวีรกูล, 25.66% นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์, 22.72% นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ, 10.16% นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ และ 9.52% นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ส่วนนักการเมืองฝ่ายค้านที่มีบทบาทโดดเด่นที่สุด 32.46% น.ส.รักชนก ศรีนอก, 22.68% นายพริษฐ์ วัชรสินธุ, 21.36% นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ, 12.80% นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ 10.70% น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล
ด้านผลงานของฝ่ายรัฐบาลที่ประชาชนชื่นชอบในเดือน ส.ค. พบว่า 57.60% ไทยช่วยไทยพลัส, 27.68% ช่วยเหลือเยียวยาน้ำท่วม และ 14.72% เพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ส่วนผลงานของฝ่ายค้านที่ประชาชนชื่นชอบ
39.74% ตรวจสอบการใช้งบประมาณของรัฐบาล, 32.15% ติดตามคดีโกง สว. และ 28.11% ตรวจสอบทุจริตสอบท้องถิ่น
ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า ดัชนีการเมืองไทยเดือน ส.ค.ที่ลดลง สะท้อนผลจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ทั้งเศรษฐกิจ สังคม การทุจริต ภัยพิบัติ และความมั่นคง แม้รัฐบาลจะรับมือและมีมาตรการออกมา แต่หลายเรื่องยังไม่เห็นผลชัดเจน ขณะที่ฝ่ายค้านใช้บทบาทตรวจสอบและการสื่อสารทางการเมืองต่อเนื่อง จึงทำให้ผลงานฝ่ายค้านและการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นเพียง 2 ตัวชี้วัดที่เพิ่มขึ้น
อ.ภิญโญ คูวัฒนาเสนีย์ หลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต อธิบายว่า ผลสำรวจชี้ให้เห็นว่าคะแนนดัชนีการเมืองไทยลดลงแทบทุกด้าน สะท้อนถึงวิกฤตความเชื่อมั่นของประชาชนต่อสถาบันการเมืองไทย โดยเฉพาะประเด็นการแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ความโปร่งใส และการแก้ปัญหายาเสพติดและผู้มีอิทธิพลที่มีคะแนนรั้งท้าย อีกประเด็นสำคัญคือ ความถดถอยของความชอบธรรมทางกฎหมายของฝ่ายบริหาร ส่งผลให้คะแนนผลงานของนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลลดลงเหลือเพียง 3.57 คะแนนเท่ากัน แม้มาตรการเยียวยาอย่างไทยช่วยไทยพลัสจะได้รับความนิยมสูงสุดจากฝ่ายรัฐบาล แต่ก็ไม่อาจชดเชยความล้มเหลวในภาพรวมของดัชนีราคาสินค้า ค่าครองชีพ และเศรษฐกิจโดยรวมที่ปรับตัวลดลงทุกด้าน ขณะที่การมีส่วนร่วมของประชาชนกลับมีคะแนนอยู่ในอันดับต้นๆ จึงเป็นสัญญาณเตือนทั้งทางกฎหมายและการเมืองว่า หากโครงสร้างรัฐบาลขาดความโปร่งใสและหลักนิติธรรม ความศรัทธาของประชาชนต่อระบบการปกครองและสถาบันการเมืองไทยย่อมเสื่อมถอยลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
นายเอกนิติกล่าวถึงผลสำรวจสวนดุสิตโพลที่ชื่นชอบโครงการไทยช่วยไทยพลัสว่า ขอบคุณที่ประชาชนตอบรับเป็นอย่างดี เพราะโครงการนี้ตั้งใจออกมาช่วยประชาชนเรื่องค่าครองชีพ นอกจากนี้ยังเติมเงินในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ส่วนความเห็นของประชาชนที่ออกมาจะรับไปพิจารณา โดยดูสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ ทั้งภาวะเงินเฟ้อและค่าครองชีพด้วย
ด้าน น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ตั้งแต่รอบบิลเดือน ก.ย.2569 เป็นต้นไป ประชาชนจะเริ่มได้รับประโยชน์จากโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าใหม่ตามนโยบายรัฐบาลที่มุ่งลดภาระค่าครองชีพด้วยการแก้ปัญหาที่ต้นทุนและโครงสร้างค่าไฟฟ้าอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะผู้ใช้ไฟน้อยที่จะจ่ายในอัตราที่ถูกลง บ้านอยู่อาศัยค่าไฟจะคิดในอัตราก้าวหน้า โดย 200 หน่วยแรก อัตราไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย หน่วยที่ 201-400 อัตรา 4.1584 บาทต่อหน่วย และตั้งแต่หน่วยที่ 401 ขึ้นไป อัตรา 4.3583 บาทต่อหน่วย เพื่อให้การคิดค่าไฟสะท้อนระดับการใช้จริงและช่วยครัวเรือนที่ใช้ไฟไม่มากเป็นลำดับแรก พร้อมกันนี้ อัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ยทุกประเภท รวมค่าไฟฟ้าผันแปร (เอฟที) จะลดจาก 3.95 บาท เหลือ 3.86 บาทต่อหน่วย หรือลดลง 9 สตางค์ต่อหน่วย และจะแยกภาระค่าไฟฟ้าสาธารณะออกจากบิลค่าไฟของประชาชน ช่วยลดภาระลงอีก 0.0634 บาทต่อหน่วย โดยคาดว่าประชาชนกว่า 21 ล้านครัวเรือนจะได้รับประโยชน์ คิดเป็นมูลค่าการประหยัดค่าใช้จ่ายรวมประมาณ 18,000 ล้านบาท.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สสส.ปลุกภาคีต้านรื้อกม. ศุภชัยยันภาษีบาปเข้ารัฐ
“ศุภชัย” โต้ “บรรเจิด” ปม Earmarked Tax “อย่าเอากฎหมายคนละฉบับมาปนกัน”
คุก742ปีอลงกต คืนเงิน306ล้าน โกงวัดพระบาท
ศาลอาญาคดีทุจริตฯ พิพากษาจำคุก "อดีตพระอลงกต" 742 ปี
แม้วพ้อยึดรถกันกระสุน ลุ้นฟังคำสั่งศาล16พ.ย.
“ทักษิณ” มาตามนัด ขึ้นไต่สวนคุ้มครองชั่วคราวปมสรรพากรยึดทรัพย์ขายหุ้นชินคอร์ปอีก 90 ล้าน
บ้านสร้างสวน‘หนู’ฟัน‘นอภ.’
เดือด! “อนุทิน” ซัดแหลก “นายอำเภอบ้านสร้าง” เกียร์ว่างไม่ช่วยน้ำท่วม
ล็อกเป้ารมต.ฮั้วสว. ฝ่ายค้านยื่นซักฟอกน้ำเงินเกินโหล/ขวางสอบไอเดียร์
ฝ่ายค้านตีเหล็กตอนร้อน “หัวหน้าเท้ง” นำทีมลุย ยื่นซักฟอก 18 รมต.น้ำเงิน พุ่งเป้าพันคดีฮั้ว สว. รวมถึงบริหารเหลว
ทรัมป์เร่งหนูปิดดีล เนเน่โชว์แบงก์โลก
นายกฯ เผย “ทรัมป์” ส่งจดหมายหวังลงนามสัญญาภาษีกับรัฐบาลไทยช่วงมาเอเชีย

