ฟ้องแม้ว!ล้มละลาย สรรพากรขู่หากรีดภาษีได้ไม่ครบ/อนุทินเชื่อเจ้าตัววางมือ

"รมว.ยุติธรรม" ลงนามตั้ง คกก. 3 ฝ่าย พิจารณาปล่อยตัว "ทักษิณ-นักโทษทั่ว ปท." หลังได้รับพระราชทานอภัยโทษ "ปลัด ยธ." คาดภายในสิ้นเดือน มิ.ย.น่าจะออกใบบริสุทธิ์ได้ "กรมสรรพากร" แจงบี้เก็บภาษีแม้ว ขึงขังถ้าจ่ายไม่ครบจะฟ้องล้มละลาย "อนุทิน" ลั่นไม่ต้องกังวลพ้นโทษแล้วมามีอิทธิพลเหนือ รบ. ชี้ปม "ภท." ถอนชื่อร่างรธน.เพื่อไทยเคลียร์กันเข้าใจ "จาตุรนต์" ปลุกผู้บริหาร พท.แข็งสู้ "ไอติม" หวัง "น้ำเงิน" ไม่บีบแก้ รธน.เหลือแค่ทางเดียว "มาร์ค" แย้ม กมธ.องค์กรอิสระ จ่อเข้าพบศาล รธน.ขอความกระจ่างที่มา ส.ส.ร.

เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 2569 พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงขั้นตอนการปลดกำไลอีเอ็มของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลังได้รับพระราชทานอภัยโทษว่า เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.ที่่านมา ตนได้ลงนามตั้งคณะกรรมการตามมาตรา 21 แห่ง พ.ร.ฎ.พระราชทานอภัยโทษ (คณะกรรมการ 3 ฝ่าย) ของแต่ละจังหวัด อยู่ที่ทางจังหวัดจะประชุมพิจารณารายละเอียดของผู้ที่จะได้รับการพ้นโทษ

ถามว่า ระยะเวลายังอยู่ในกรอบ 120 วันใช่หรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพลกล่าวว่า รายละเอียดต้องให้กรมราชทัณฑ์ตอบคำถามเกี่ยวกับขั้นตอนต่างๆ เพราะกรรมการของแต่ละจังหวัดอาจจะมีการประชุมพิจารณาไม่ตรงกัน ซึ่งอยู่ที่ความพร้อมของคณะกรรมการในจังหวัดนั้นๆ ด้วย รวมทั้งจำนวนผู้ที่ได้รับการอภัยโทษก็มีการรายงานขึ้นมาแล้ว แต่รายละเอียดต้องถามกรมราชทัณฑ์

ซักว่า ได้กำหนดเวลาให้แต่ละจังหวัดแจ้งผลการพิจารณามาหรือไม่ รมว.ยุติธรรมกล่าวว่า ไม่ได้กำหนด แต่คงต้องมีการสรุปกับกรมราชทัณฑ์อีกครั้งว่าจังหวัดไหนที่พิจารณาเสร็จแล้ว

"ขั้นตอนสุดท้ายต้องส่งรายชื่อมาที่กระทรวงยุติธรรม คงส่งมากรมราชทัณฑ์ เพราะรัฐมนตรีมีอำนาจในการแต่งตั้งคณะกรรมการในแต่ละจังหวัดเท่านั้น แต่จะพิจารณาจบภายในเดือนนี้หรือไม่ยังไม่ทราบ" รมว.ยุติธรรมกล่าว

ถามอีกว่า จะต้องส่งเรื่องมาที่นายกฯ หรือไม่ รมว.ยุติธรรมกล่าวว่า ในระเบียบไม่มีที่จะต้องส่งมาให้นายกฯ

ส่วนนางพงษ์สวาท นีละโยธิน ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า กรณีนายทักษิณคณะกรรมการตามมาตรา 21 ประกอบด้วย 3 ฝ่าย ได้แก่ ผู้ว่าราชการจังหวัดกรุงเทพมหานคร อัยการจังหวัด และผู้บัญชาการเรือนจำ ขณะนี้อยู่ระหว่างการนัดวันประชุมในเร็วๆ นี้ โดยกรอบระยะเวลาการพิจารณาตามหลักเกณฑ์ไม่เกิน 120 วัน แต่ส่วนใหญ่จะเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับความพร้อมของเรือนจำแต่ละจังหวัด ซึ่งมีจำนวนมากน้อยไม่เท่ากัน ในครั้งนี้มีผู้ได้รับพระราชทานอภัยโทษทั่วประเทศจากทุกเรือนจำกว่า 1 หมื่นคน

"ขั้นตอนหลังจากคณะกรรมการประชุมแล้ว จะมีการออกใบบริสุทธิ์ ซึ่งกรณีของนายทักษิณขึ้นอยู่กับเขตอำนาจศาลธนบุรี จากนั้นจะนำใบไปยื่นขอออกจากการคุมประพฤติ ถือว่าสิ้นสุดกระบวนการ คิดว่าภายในเดือน มิ.ย.นี้น่าจะเสร็จสิ้น โดยการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามระเบียบปฏิบัติ" ปลัดกระทรวงยุติธรรมกล่าว

ทั้งนี้ เอกสารข่าวกรมสรรพากรได้เผยแพร่คำสัมภาษณ์นายสมศักดิ์ อนันทวัฒน์ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี (กลุ่มธุรกิจพลังงาน) รักษาราชการแทนอธิบดีกรมสรรพากร กรณีการเร่งรัดจัดเก็บภาษีอากรจากนายทักษิณว่า นับแต่ประเมินภาษีนายทักษิณ ถึงแม้จะอยู่ระหว่างการใช้สิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และการพิจารณาคดีในชั้นศาล กรมสรรพากรได้ติดตามเร่งรัดภาษีอากรค้างจากนายทักษิณมาโดยตลอดอย่างต่อเนื่องภายใต้กรอบของกฎหมาย โดยดำเนินการแจ้งเตือนให้ไปชำระภาษี สอบสวนทรัพย์สินทุกประเภทเพื่อยึด อายัด นำเงินมาชำระหนี้ภาษีอากร

"ปัจจุบันกรมสรรพากรได้ติดตามทรัพย์สินของนายทักษิณทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อหาแนวทางดำเนินการบังคับชำระหนี้ภาษีอากร อย่างไรก็ตามเมื่อดำเนินการเร่งรัดภาษีอากรจนถึงที่สุดแล้ว หากกรมสรรพากรได้รับชำระภาษีไม่ครบถ้วนตามการประเมิน ก็จะพิจารณาดำเนินการฟ้องนายทักษิณเป็นคดีล้มละลายต่อไป" รักษาการอธิบดีกรมสรรพากรระบุ

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายทักษิณได้รับพระราชทานอภัยโทษว่า ยังไม่ได้มีการเจอและพูดกัน อย่างที่ตนบอกคือแสดงความยินดี รู้สึกโอเค ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน

ลั่นอย่ากังวลแม้วอยู่เหนือ รบ.

ถามว่า นายทักษิณจะถอดกำไล EM ในวันจันทร์ที่ 8 มิ.ย.นี้แล้ว นายอนุทินกล่าวว่า ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน

ซักว่า ในอนาคตจะมีการเข้าไปพูดคุยกันหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า วันนี้ในทางการเมืองตนก็คุยกับนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) และนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในเรื่องของการทำงานของพรรคร่วมรัฐบาล

"เรื่องการวางมือทางการเมืองของนายทักษิณ ถ้าถามผมในฐานะที่เคยทำงานเป็นรัฐมนตรีของนายทักษิณมา ผมก็ต้องเชื่อว่าความตั้งใจของท่านเป็นอย่างไร ผมก็ต้องเชื่อ" นายอนุทินกล่าว

เมื่อถามว่า ไม่ต้องกังวลว่านายทักษิณจะมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจในการทำงานของคณะรัฐมนตรี และพรรคร่วมรัฐบาลใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่ต้องกังวลเลย ในคณะรัฐมนตรีคนที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจคือประชาชน เพราะรัฐบาลฟังประชาชนเท่านั้น

"ไม่ต้องกังวลเลยว่าพวกผมจะอยู่ภายใต้อิทธิพลของใคร ซึ่งก็แสดงให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ชัดไม่รู้กี่เรื่องต่อกี่เรื่องแล้ว คนที่รัฐบาลต้องฟังคือพี่น้องประชาชน และนี่ก็ไม่ใช่วาทกรรม แต่นี่เป็นสิ่งหนึ่งที่เป็นสัจธรรม" นายกฯ กล่าว

            ถามถึงกรณีพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ถอนชื่อออกจากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย ได้มีการพูดคุยกับหัวหน้าพรรค พท.แล้วใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ทุกอย่างได้หารือกันด้วยความเข้าใจอันดี ไม่มีปัญหาอะไรเลย

ด้านนายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรค พท.  โพสต์เฟซบุ๊กถึงร่างแก้รัฐธรรมนูญฉบับเพื่อไทยว่า รูปแบบวิธีการในการได้มาของ ส.ส.ร.ในร่างของพรรค พท.นี้ ความจริงก็คืออันเดียวกันกับที่พรรค พท.เคยเสนอในครั้งก่อน  และในระหว่างหาเสียงเลือกตั้งและการรณรงค์ประชามติที่ผ่านมา พรรคก็ยืนยันรูปแบบวิธีการนี้มาตลอดในร่างที่เตรียมเสนอคราวนี้ จึงยืนยันอย่างเดิมตามที่ได้พูดกับประชาชนไว้ ผู้ที่ร่วมกันคิดยกร่างและนำเสนอต่อที่ประชุม สส.พรรคก่อนที่จะมีการลงชื่อกัน ได้ศึกษาและพิจารณาอย่างรอบคอบแล้วว่าไม่มีอะไรขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากไม่ได้ให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญโดยตรง แต่ให้ประชาชนเลือกในขั้นต้นแล้วรัฐสภาเป็นผู้ตัดสินสุดท้าย

"การให้ประชาชนมีส่วนร่วมเช่นนี้ เป็นประโยชน์อย่างมากในการทำให้การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน ดีกว่าที่จะให้รัฐสภากำหนดทุกอย่างกันเองไปเสียหมด หวังว่าผู้บริหารพรรค พท.จะเข้าใจความสำคัญของเรื่องนี้ และช่วยชี้แจงให้พรรค ภท.คลายความกังวลลงได้ และหวังว่าหากมีการนำเรื่องนี้มาหารือในที่ประชุม สส.ของพรรค พท. สส.ส่วนใหญ่จะช่วยกันรักษาเนื้อหาสาระที่มีความสำคัญอย่างมากนี้ตามที่ได้พูดกับประชาชนไว้" นายจาตุรนต์กล่าว

สส.พรรค พท.รายนี้ระบุว่า ก่อนหน้านี้ตัวแทนพรรคการเมืองต่างๆ หารือกัน ก็มีข้อสรุปว่าหากมีหลักการตรงกันในการแก้โดยรัฐธรรมนูญ เพื่อให้การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก็สามารถลงชื่อให้แก่กันและกันได้ ในขั้นตอนนี้จึงไม่ควรนำเอาสาระสำคัญในมาตราใดหรือข้อใดมาเป็นเหตุ หรือข้ออ้างในการที่จะสนับสนุนหรือไม่สนับสนุนร่างใดร่างหนึ่ง เนื้อหาเหล่านี้ยังจะต้องที่จะพิจารณากันอีกในขั้นกรรมาธิการและในวาระที่สอง ซึ่งก็ไม่มีใครรู้ว่าสุดท้ายแล้วจะออกมาอย่างไร

กมธ.ฯ จ่อขอหารือศาล รธน.

ส่วนนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงกรณีพรรคภท.ให้ สส.ถอนชื่อจากการสนับสนุนร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของพรรค พท.ว่า ตนมีข้อสงสัยในเหตุผล เพราะไม่เห็นว่าร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของพรรค พท.จะขัดกับคำนิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ หากพรรค ภท.กังวลว่าจะขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ จะอธิบายอย่างไรต่อกรณีที่ให้ สส.โหวตรับหลักการร่างแก้ไขเพิ่มเติมของพรรค พท.เมื่อ ต.ค. 68 ซึ่งเป็นหลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยเมื่อก.ย. 68

"ในภาพรวมของการพิจารณาวาระแรกที่มีหลายร่างเสนอต่อรัฐสภา มีรายละเอียดหลักคิดต่างกัน ทั้งการมีส่วนร่วมของประชาชนที่ให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.ร. ไม่เพิ่มอำนาจพิเศษให้ สว. ชี้ขาดร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยหลักการของทุกร่างที่เขียนคือการเพิ่มหมวด 15/1 ดังนั้นทางที่ดี สมาชิกรัฐสภาควรลงติรับหลักการทุกร่างเพื่อนำเนื้อหาไปพิจารณา โดยไม่ปิดประตูฉบับใด หรืออ้างคำวินิจฉัยศาล แล้วปัดตก" นายพริษฐ์กล่าว

ถามว่า สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนได้หรือไม่ว่า จะทำให้การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญบีบให้เหลือช่องทางเดียว ปธ.วิปฝ่ายค้านระบุว่า เป็นการตั้งข้อสังเกตที่ไม่อยากให้เกิดขึ้น ทั้งนี้ตนเคยตั้งข้อสังเกตว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญของระบอบสีน้ำเงินมี 2 เป้าหมายเพื่อให้ผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ คือทำให้กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญเพื่อนำไปสู่ฉบับใหม่สะดุด  เพื่อให้สังคมอยู่กับรัฐธรรมนูญ 2560 ที่เปิดโอกาสให้เกิดการฮั้วได้ทั้งกระดาน หรือปล่อยให้การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เดินหน้า แต่อยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ผูกขาดกำหนดกติกาการได้มาของ ส.ส.ร.คัดเลือก ผู้ร่างหรือชี้ขาดเนื้อหา ดังนั้นหวังว่าสัญญาณที่ส่งมา จะไม่ใช่ความพยายามทำให้ในวาระแรกมีเพียงร่างของพรรค ภท.เท่านั้นที่ผ่านไปได้

ซักว่า สุดท้ายหากการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่มีช่องทางให้ประชาชนหยั่งเสียงจะยอมรับได้หรือไม่ ปธ.วิปฝ่ายค้านกล่าวว่า เรามีหลักการของเรา ขณะนี้ขั้นตอนสำคัญต่อเป้าหมายหลักเฉพาะหน้าคือ พยายามทำให้ร่างของพรรคปชน.ผ่านวาระแรก และให้หลักการถูกสนอง โดย กมธ.เสียงข้างมากที่จะตั้งขึ้น

เช่นเดียวกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ก็แสดงความแปลกใจต่อท่าทีที่ขัดแย้งกันเองของพรรคร่วมรัฐบาลอย่างพรรคภท.และพรรค พท. ในประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะร่างแก้ไขของพรรค พท.เท่าที่เห็นก็เป็นร่างที่คล้ายคลึงกับที่เคยเสนอมาก่อนหน้านี้ และพรรค ภท.ก็เคยลงมติรับหลักการไปแล้ว แต่พอมาครั้งนี้กลับมีการตั้งแง่ว่าหากให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการเลือก ส.ส.ร.จะเป็นการขัดคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งในความจริงศาลเพียงแต่บอกว่า "ไม่ให้เลือกโดยตรง" เท่านั้น

“ในฐานะที่ผมอยู่ในคณะกรรมาธิการกิจการศาลและองค์กรอิสระฯ เรากำลังจะเดินทางไปเข้าพบศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอความกระจ่างในเรื่องนี้ว่า คำว่า 'ไม่ให้เลือกโดยตรง' นั้นหมายความว่าอย่างไร ซึ่งน่าจะช่วยคลี่คลายปมปัญหาตรงนี้ได้” นายอภิสิทธิ์กล่าว

ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีพรรค ภท.มีมติถอนชื่อออกจากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรค พท.จะทำให้การพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระแรกต้องเลื่อนออกไปหรือไม่ว่า ไม่ทราบ อยู่ที่สมาชิก ประธานมีหน้าที่ในการบรรจุวาระ ถ้าสมาชิกพร้อมก็สามารถพิจารณาได้ ถ้าเราอยากเห็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปด้วยความเรียบร้อยรวดเร็วก็ต้องคุยให้เข้าใจกัน ใช้เวทีในการพูดคุยหารือกันมันจบ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เมิน ‘ฟื้นสัมพันธ์-เปิดด่าน’

นายกฯ ปิดห้องคุย รมว.ต่างประเทศ ลั่นกับกัมพูชาคุย UNCLOS ก่อน เรื่องอื่นไม่คุย "สีหศักดิ์" แจงทูต-องค์การระหว่างประเทศ ลั่นไทยไม่ได้ถูกเขมรลากเข้าสู่ UNCLOS แต่ไป

ชงศาลฎีกาฟัน 14 ปปช.

“ณัฐพงษ์” นำทีมยื่นคำร้องต่อประธานรัฐสภา ส่งศาลฎีกาตั้งคณะกรรมการไต่สวน ป.ป.ช.ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ปัดตกคดี “ศักดิ์สยาม” ซุกหุ้น ตั้ง 4 ข้อกล่าวหา หวัง “โสภณ” ใช้ดุลพินิจส่งเรื่องเร็ว “นันทนา” ต้องลบครหาระบอบสีน้ำเงิน “ศรีสุวรรณ” ยื่นฟัน “ไชยชนก” ผุดโครงการ TH-AI Passport

พระเมรุมาศ คืบหน้า24% คาดเสร็จทัน

"ศุภจี" ตรวจความคืบหน้าจัดสร้างพระเมรุมาศ "พระพันปีหลวง" กำชับให้ถูกต้อง งดงาม สมพระเกียรติยศ เผยโครงสร้างพระเมรุมาศคืบหน้า 50% ภาพรวมแล้วเสร็จ 23.65%

ชี้เลือกตั้ง ‘กทม.’ ยังมีลุ้น เท้งวอนหยุดบี้ปมสุรพล

“โพลพระปกเกล้า” พบสนามเลือกตั้งเมืองหลวงยังเปิดกว้าง “เท้ง” รับเคยทาบ “สุรพล” ชิงผู้ว่าฯ กทม.มาแล้ว วอนหยุดขยายประเด็น ด้าน “อนุชา”

คลังปัดเช็กบิลย้อนหลัง ลุยเกณฑ์บัตรคนจนต่อ!

“ปลัดคลัง” ยันไม่มีตรวจสอบภาษีย้อนหลัง กรณีใช้สิทธิลดหย่อนภาษีแล้วไม่อุปการะบุพการี เดินหน้าเกณฑ์คัดกรองบัตรคนจนเข้มตามเดิม เชื่อคนจะหลุดสิทธิมากสุดจากเครดิตบูโร หวังปี 2571 ใช้ระบบภาษีติดลบได้

เด็กส้มข้องใจ ปูดข่าวแสวง หวังยื้อคดีฮั้ว

“ภัณฑิล” ข้องใจปล่อยข่าวประเมิน “แสวง” หลุดเก้าอี้ โยนหินถามทางหรือไม่ ดักคออย่าใช้เป็นข้ออ้างเปลี่ยนตัว แช่แข็งคดีเลือกตั้ง-เป่าคดีฮั้ว สว. "สว.สำรอง" บี้เร่งส่งคดีฮั้ว 229 คนถึงศาล