คลังปัดเช็กบิลย้อนหลัง ลุยเกณฑ์บัตรคนจนต่อ!

“ปลัดคลัง” ยันไม่มีตรวจสอบภาษีย้อนหลัง กรณีใช้สิทธิลดหย่อนภาษีแล้วไม่อุปการะบุพการี เดินหน้าเกณฑ์คัดกรองบัตรคนจนเข้มตามเดิม เชื่อคนจะหลุดสิทธิมากสุดจากเครดิตบูโร หวังปี 2571 ใช้ระบบภาษีติดลบได้

เมื่อวันศุกร์ที่ 5 มิ.ย. 2569 นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง แถลงถึงกรณีการตรวจสอบภาษีย้อนหลังในการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีโดยไม่ได้อุปการะเลี้ยงดูบุพการีจริง ตามเกณฑ์การคัดกรองผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ว่า ไม่ได้พูดเรื่องดังกล่าว ซึ่งเกณฑ์ที่ออกมาชัดเจนอยู่แล้วและจะเดินหน้าต่อไป โดยหลักการคัดกรองรอบนี้ประกอบด้วย 3 ประเด็นสำคัญ คือ 1.โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐถูกออกแบบมาสำหรับกลุ่มคนที่มีฐานะยากจนที่สุดจริงๆ ไม่มีคนดูแล ส่วนกลุ่มที่ไม่จนเท่ากลุ่มนี้ก็ต้องได้รับสิทธิดูแลจากรัฐบาลในรูปแบบอื่น

“ที่สั่งให้กรมสรรพากรไปรวบรวมตัวเลขว่า ปัจจุบันมีผู้ใช้สิทธิพ่อแม่หักลดหย่อนภาษีมีเท่าไหร่ จากผู้ยื่นแบบทั้งสิ้น 11 ล้านราย หลังได้ตัวเลขมาแล้วก็จะนำข้อมูลมาทาบดู เช่นหากมี 1 แสนคนที่ใช้สิทธิลดหย่อนภาษี ก็ต้องไปดูว่าพ่อแม่เป็นใคร ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอยู่หรือไม่  ไม่ใช่สอบภาษีย้อนหลังแน่นอน โดยกระทรวงการคลังคาดว่าคนที่หลุดโครงการบัตรสวัสดิการจากเกณฑ์ลดหย่อนภาษีไม่มาก แต่น่าจะมีคนหลุดจากเกณฑ์เรื่องหนี้สินมากที่สุด เพราะตรวจสอบข้อมูลกับเครดิตบูโร คือ หากบุคคลนั้นมีหนี้สินเกิน 1 แสนบาท สะท้อนว่ามีทรัพย์สินเพียงพอเข้าถึงสินเชื่อในระบบสถาบันการเงินได้”

นายลวรณกล่าวต่อว่า 2.คนที่อาจจนแต่ไม่เท่ากลุ่มที่ควรได้รับบัตรสวัสดิการ ต้องรอแพ็กเกจความช่วยเหลืออื่น ๆ ที่รัฐบาลจะออกมาดูแลในระยะต่อไป และ 3.คนที่ใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีแล้วไม่กลับไปดูแลพ่อแม่จริง ก็ไม่สมควรได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีในปีภาษีต่อๆ ไป เพราะการให้สิทธิตรงนี้รัฐบาลต้องการให้กลับไปอุปการะพ่อแม่จริง ๆ เพื่อแบ่งเบาภาระรัฐบาล

“เรื่องตรวจสอบภาษีย้อนหลังผมไม่ได้พูด จึงอยากให้จบได้แล้ว สังคมควรจะมาถกเถียงกันในประเด็นเรื่องการหักลดหย่อนแล้วไม่กลับไปดูแลพ่อแม่จริงๆ มีคนกลุ่มนี้มากน้อยแค่ไหน และกลุ่มนี้ไม่สมควรได้รับสิทธิเรื่องนี้หรือเปล่า ประเด็นอย่างนี้ไม่พูดถึง แต่กลายมาเป็นประเด็นว่าเขาต้องได้” ปลัดกระทรวงการคลังระบุ

นายลวรณกล่าวอีกว่า กรณีที่พ่อแม่ใช้สิทธิอุทธรณ์  นั่นแปลว่าบุคคลที่ใช้สิทธิพ่อแม่ลดหย่อนภาษีไม่ได้มีการอุปการะดูแลจริง ซึ่งรัฐบาลยืนยันว่าจะอยู่ฝั่งพ่อแม่ โดยให้สิทธิในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่ถ้าพ่อแม่ไม่ได้อุทธรณ์สิทธิในโครงการสวัสดิการแห่งรัฐก็จะหลุดไป การรับสิทธิต้องเป็นทางใดทางหนึ่งเท่านั้น สิทธิจะเกิดพร้อมกันไม่ได้ เพราะที่ผ่านมารัฐบาลใช้งบประมาณเพื่อดำเนินโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดือนละ 4,700 ล้านบาท แต่หลังจากการเปิดลงทะเบียนรอบนี้คาดว่าจะใช้งบประมาณลดลง

“เรารู้อยู่แล้วว่าทำมาตรการนี้ไม่มีคำชม มีแต่เสียงต่อว่าอยู่แล้ว เพราะตัดสิทธิคนเคยได้ด้วยเกณฑ์ที่เข้มขึ้น  ตะแกรงคัดกรองของรัฐถี่ขึ้น แต่มันต้องทำเพื่อเอาคนที่ไม่จนจริงออกไป วันนี้เรารับก้อนอิฐอยู่ไม่ใช่ดอกไม้ แต่นี่คือพลังและประโยชน์ของข้อมูลขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อกัน มันทำให้เราเห็นภาพบางภาพที่ไม่เคยเห็น เรื่องบางเรื่องที่เมื่อก่อนบริหารจัดการไม่ได้ แต่วันนี้สามารถบริหารจัดการได้ ก็ต้องทำ ไม่อยากให้ดรามา สร้างเรื่องชนกับใครรายวัน ไม่เห็นด้วยก็ไม่เป็นไร แต่เกณฑ์มันก็ต้องเดินไป” ปลัดกระทรวงการคลังกล่าว

นายลวรณยังกล่าวว่า กระทรวงการคลังกำลังเตรียมความพร้อมเพื่อนำระบบ Negative Income Tax: NIT หรือระบบภาษีและสวัสดิการที่รัฐจะจ่ายเงินอุดหนุนให้ผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำมาใช้ในประเทศไทย โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ภายใน 2 ปีข้างหน้า หรือราวปี 2571 ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการจัดสวัสดิการให้เหมาะกับประชาชนแต่ละกลุ่มมากขึ้น โดยระบบ NIT จะนำระบบภาษีและระบบสวัสดิการมาเชื่อมโยงเป็นเรื่องเดียวกัน

“การปรับเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569 ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการจัดทำฐานข้อมูลรายบุคคลให้แม่นยำมากขึ้น เพื่อรองรับระบบ NIT ในอนาคต จากเดิมที่การพิจารณาสิทธิสวัสดิการหลายเรื่องใช้ข้อมูลระดับครัวเรือน ซึ่งอาจไม่สะท้อนสถานการณ์ที่แท้จริงของแต่ละคน เมื่อระบบ NIT เกิดขึ้นเต็มรูปแบบ สวัสดิการของรัฐจะไม่ใช่การจ่ายเงินจำนวนเท่ากันให้ทุกคนอีกต่อไป แต่จะพิจารณาตามความจำเป็นและปัญหาของแต่ละคน”

ขณะเดียวกัน นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง เป็นประธานการประชุมซักซ้อมข้อราชการสำคัญกรมการปกครอง โดยมีผู้อำนวยการสำนัก/กอง ปลัดจังหวัด นายอำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศเข้าร่วมประชุม เพื่อเตรียมความพร้อมลงพื้นที่สำรวจและรับลงทะเบียนประชาชนกลุ่มตกหล่นจากโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569

“วันนี้กรมการปกครองได้รับมอบหมายให้ลงพื้นที่สำรวจตามบัญชีรายชื่อจากฐานข้อมูล จปฐ. และข้อมูลกลุ่มเปราะบางจากกระทรวง พม.รวมกว่า 1 ล้านรายที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ เพื่อให้ทุกคนได้รับโอกาสเข้าถึงสวัสดิการของรัฐอย่างเป็นธรรม” นายนฤชากล่าว

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวเรื่องนี้ว่า ประชาชนกลุ่มนี้จัดอยู่ในกลุ่มเปราะบางยิ่งกว่ากลุ่มคน 25 ล้านคน ที่ไปใช้เงินในโครงการอื่นเสียอีก จึงอยากให้รัฐบาลทบทวนอย่างจริงจัง ที่ซ้ำร้ายคือเมื่อประชาชนกลุ่มนี้ถูกตัดสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ก็ไม่สามารถกลับไปลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัสได้อีก เนื่องจากหมดเขตไปแล้ว

ด้านนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญให้ผู้เกี่ยวข้องทำความเห็นเพิ่มเติม เรื่องการออกพระราชกำหนดกู้เงิน 4 แสนล้านบาทภายใน 7 วันว่า รัฐบาลไม่ต้องชี้แจงเพิ่มเติมเพราะส่งคำชี้แจงไปหมดแล้ว และจากที่ติดตามข่าวคิดว่าศาลรัฐธรรมนูญมีมติให้ผู้เชี่ยวชาญ 4-5 คนตามที่ศาลระบุให้ความเห็นทางวิชาการเพิ่มเติม ถือเป็นเรื่องปกติในทุกคดี.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เมิน ‘ฟื้นสัมพันธ์-เปิดด่าน’

นายกฯ ปิดห้องคุย รมว.ต่างประเทศ ลั่นกับกัมพูชาคุย UNCLOS ก่อน เรื่องอื่นไม่คุย "สีหศักดิ์" แจงทูต-องค์การระหว่างประเทศ ลั่นไทยไม่ได้ถูกเขมรลากเข้าสู่ UNCLOS แต่ไป

ชงศาลฎีกาฟัน 14 ปปช.

“ณัฐพงษ์” นำทีมยื่นคำร้องต่อประธานรัฐสภา ส่งศาลฎีกาตั้งคณะกรรมการไต่สวน ป.ป.ช.ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ปัดตกคดี “ศักดิ์สยาม” ซุกหุ้น ตั้ง 4 ข้อกล่าวหา หวัง “โสภณ” ใช้ดุลพินิจส่งเรื่องเร็ว “นันทนา” ต้องลบครหาระบอบสีน้ำเงิน “ศรีสุวรรณ” ยื่นฟัน “ไชยชนก” ผุดโครงการ TH-AI Passport

พระเมรุมาศ คืบหน้า24% คาดเสร็จทัน

"ศุภจี" ตรวจความคืบหน้าจัดสร้างพระเมรุมาศ "พระพันปีหลวง" กำชับให้ถูกต้อง งดงาม สมพระเกียรติยศ เผยโครงสร้างพระเมรุมาศคืบหน้า 50% ภาพรวมแล้วเสร็จ 23.65%

ชี้เลือกตั้ง ‘กทม.’ ยังมีลุ้น เท้งวอนหยุดบี้ปมสุรพล

“โพลพระปกเกล้า” พบสนามเลือกตั้งเมืองหลวงยังเปิดกว้าง “เท้ง” รับเคยทาบ “สุรพล” ชิงผู้ว่าฯ กทม.มาแล้ว วอนหยุดขยายประเด็น ด้าน “อนุชา”

ฟ้องแม้ว!ล้มละลาย สรรพากรขู่หากรีดภาษีได้ไม่ครบ/อนุทินเชื่อเจ้าตัววางมือ

"รมว.ยุติธรรม" ลงนามตั้ง คกก. 3 ฝ่าย พิจารณาปล่อยตัว "ทักษิณ-นักโทษทั่ว ปท." หลังได้รับพระราชทานอภัยโทษ "ปลัด ยธ." คาดภายในสิ้นเดือน มิ.ย.น่าจะออกใบบริสุทธิ์ได้

เด็กส้มข้องใจ ปูดข่าวแสวง หวังยื้อคดีฮั้ว

“ภัณฑิล” ข้องใจปล่อยข่าวประเมิน “แสวง” หลุดเก้าอี้ โยนหินถามทางหรือไม่ ดักคออย่าใช้เป็นข้ออ้างเปลี่ยนตัว แช่แข็งคดีเลือกตั้ง-เป่าคดีฮั้ว สว. "สว.สำรอง" บี้เร่งส่งคดีฮั้ว 229 คนถึงศาล